Cover Image

‘ปัตตานีดีโคตร’ ว่าด้วยเสียงเพลง Zombie ที่ดังขึ้นกลางเมืองในพื้นที่สีแดง

1.

ผมไปปัตตานีครั้งแรกเมื่อ 15 ปีก่อน ครั้งยังเป็นนักข่าวใหม่ๆ สมัยนั้นตาม คุณวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครองในเวลานั้น ลงพื้นที่ ภาพของสามจังหวัดภาคใต้เต็มไปด้วย ‘ด่าน’ ความมั่นคง รถยนต์ต้องวิ่งด้วยความเร็ว 140+ แล้วค่อยเบรกกึกกักทุกครั้งที่เจอด่าน ขณะที่รถจักรยานยนต์ต้องจอด ‘เปิดเบาะ’ ทุกครั้ง เพราะเวลานั้นทุกคนต่างหวาดระแวงว่าจะซ่อนอะไรไว้ใต้เบาะรถ

15 ปีผ่านไป ผมกลับไปอีกทีเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ครั้งนี้บรรดานักข่าว ‘รุ่นใหญ่’ ชวนสื่อรุ่นใหม่กลับไปลงพื้นที่ ส่วนหนึ่งจากเหตุความไม่ชอบมาพากลกรณี กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ถูกอดีตทหารเรือยิง และปฏิบัติการ IO ที่เข้มข้นจน พี่แยม-ฐปณีย์ เอียดศรีชัย พี่นักข่าวที่รัก กลายเป็นโฆษก BRN และกลายเป็นซอมบี้อยู่ในระนาบเดียวกับ คุณรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน และคุณอังคณา นีละไพจิตร สว.ที่ถูกปฏิบัติการ IO โจมตี ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าใครและอะไรอยู่เบื้องหลัง

คณะสื่อคุยกันว่า สิ่งที่จะทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นได้ คือพานักข่าวรุ่นใหม่ลงพื้นที่ปัตตานี ซึ่งในเวลานั้นกำลังจัดงาน ‘ปัตตานีดีโคตร’ งานศิลปะริมแม่น้ำปัตตานี เปิดเมืองให้คนจากทั่วสารทิศมาเที่ยวชม เพื่อบอกว่าในพื้นที่พร้อมต้อนรับ ‘คนนอก’ แล้ว ไม่เหลืออะไรน่ากลัว ทุกคนใช้ชีวิตปกติ และไปเรียนรู้สถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามความเป็นจริง เพื่อจะสื่อสารให้โลกภายนอกรู้

ในวงเสวนา ทุกคนบอกว่าความรุนแรงทุเลาลง คุณฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ บอกว่าการเจรจากับกลุ่ม BRN (ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี) มีสัญญาณที่ดี มีความคืบหน้าตามลำดับ และคนที่คุยด้วยคือ ‘ตัวจริง’ 

ขณะเดียวกัน วงสื่อจากหลายแขนงพยายามจัดตั้งเป็นเครือข่ายใหม่ เป็นเครือข่ายสื่อเพื่อสันติภาพ เชื่อมสื่อรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ และภาควิชาการในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เข้าด้วยกัน

หลังจากที่ผมกลับได้ไม่นาน ขบวนการ IO ก็ระบุว่าพวกเราเป็น BRN และถัดจากนั้นอีกไม่กี่วันก็เกิดเหตุกราดยิงทหารพรานที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ภาพความสงบสุขมลายหายไปโดยพลัน มีทหารพรานเสียชีวิต 5 ราย ขณะที่การเจรจาต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่

แล้วผมเจออะไรที่ปัตตานีบ้าง From the Desk จากโต๊ะทำงานของผม จะค่อยๆ เล่าให้ฟังตามที่เห็นครับ

2.

ก่อนหน้านี้ ผมมีโอกาสได้ร่วมวงสนทนาของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และบังเอิญได้ฟังเรื่องราวของเด็กที่ Dropout ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แน่นอนว่า ทั้ง 3 จังหวัดมีเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาในอัตราที่น่าเป็นห่วง ปัญหาความยากจน ปัญหาคุณภาพการศึกษา สถานการณ์ความไม่สงบ ซึ่งลากโยงไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ ‘งาน’ ในพื้นที่เหลือน้อยนิด เมื่อการศึกษาไม่ตอบโจทย์ เด็กๆ ในพื้นที่ก็หันไปทำอย่างอื่น ทิ้งให้พื้นที่กลายเป็นพื้นที่ยากจน

เช่นเดียวกัน นอกจากปัญหาความไม่สงบ ยังมีปัญหาแทรกซ้อนขึ้นมา เช่น ปัญหาครอบครัวที่ ‘ผู้หญิง’ ต้องรับภาระแทนผู้ชาย ปัญหายาเสพติด ปัญหาทั้งหมดไม่อาจจัดการได้ด้วยกฎหมายความมั่นคง ความยากก็คือ พอมีปัญหาความมั่นคงขึ้นมา เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา หรือเศรษฐกิจก็ซบเซาลงเรื่อยๆ 

คณะผู้จัดพาพวกผมลงพื้นที่ที่บ้านตันหยงเปาว์ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ในพื้นที่สีแดง ถ้าคุณเคลื่อนไหวเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งที่ต่างจากพื้นที่อื่นคือ คุณสามารถโดนดำเนินคดีด้วยกฎหมายความมั่นคงได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎอัยการศึกที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะทหาร ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ทันที

คุณดอเลาะห์ อาแว แกนนำที่เรียกร้องไม่ให้ ‘ประมงพาณิชย์’ เข้ามามีอำนาจเหนือประมงพื้นบ้าน โดนไล่จับและโดนยัดคดีความมั่นคง เพราะต่อสู้เรื่องการทำประมง ต่อสู้เรื่องประมงพื้นบ้าน และในเวลาเดียวกัน ในพื้นที่สีแดงน่าจะมีคนที่โดนอะไรแบบนี้อีกมาก เพียงแต่เสียงไปไม่ถึง ไม่ปรากฏเป็นข่าว

ที่น่าสนใจคือ ในพื้นที่ตันหยงเปาว์ มีบ้านหลายหลังเป็นบ้านปูนขนาดใหญ่ สวยงาม มีรถหรูจอด คุณดอเลาะห์บอกว่า เป็นบ้านของคนที่ไปทำร้าน ‘ต้มยำกุ้ง’ หรือร้านอาหารไทยในมาเลเซีย แล้วส่งเงินกลับมาสร้างบ้านให้ครอบครัว

เรื่องย้อนแย้งก็คือ โอกาสเดียวในการขยับฐานะของคนแถวนี้คือการออกนอกประเทศไปหาโอกาสที่ดีกว่า ส่วนคนในพื้นที่ก็อยู่กับความเป็นพื้นที่ ‘สีแดงเข้ม’ ต่อไป

3.

ผู้จัดยังพาเราไปดูการต่อสู้เรื่องทรัพยากรอีก 2 เรื่อง คือการต่อสู้เพื่อคัดค้านเขื่อนกรงปินังของกรมชลประทาน ในจังหวัดยะลา และการต่อสู้เพื่อคัดค้านการสร้างโรงขยะมูลฝอยที่ตำบลยามู​ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี การต่อสู้เพื่อทรัพยากรก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ในประเทศนี้ การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่หลายครั้งเป็นไปเพื่อกิน ‘เงินทอน’ จากโครงการ และเอื้อให้ ‘ทุนเทา’ จากต่างประเทศเข้ามาเติบโต งอกเงย โดยที่ชาวบ้านทำได้เพียงมองตาปริบๆ

แต่เรื่องมันซับซ้อนกว่าเดิม เพราะพื้นที่พวกนี้เป็นพื้นที่สีแดงที่ยังอยู่ภายใต้กฎหมายความมั่นคง ปัตตานีและนราธิวาสมีผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัวประชากรอยู่ในกลุ่มต่ำสุดของประเทศ และบางปี ยะลาและนราธิวาสมีอัตราการหดตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ

การเคลื่อนไหวเรื่องทรัพยากรจึงเป็นเรื่องเสี่ยง เสี่ยงที่พวกเขาจะถูกหมายหัวเป็นผู้ก่อความไม่สงบ และเมื่อนั้น ย่อมกระทบกับสถานะทางเศรษฐกิจตามไปด้วย

ส่วนความยุติธรรมนั้นเป็นเรื่องที่คาดหวังได้ยาก ข่าวเล็กๆ ที่พวกเราอาจลืมไปแล้วก็คือ เมื่อ 2 ปีก่อน พลเอก พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 สส.พรรคเพื่อไทยในขณะนั้น ตัดสินใจหลบหนีคดี ภายหลังศาลออกหมายจับในคดีตากใบ จนแล้วจนรอด จนคดีหมดอายุความ พลเอกพิศาลก็ไม่ได้มารายงานตัว ทั้งที่ความจริงเขายังมีโอกาสสู้คดี

คนที่นี่จำเรื่องของพลเอกพิศาลและคดีตากใบที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 22 ปีที่แล้วได้อย่างแม่นยำว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง…

ฟุตโน้ตไว้นิดว่า ปีนี้เป็นปีที่ 22 หากนับจากจุดเริ่มต้นปัญหาความไม่สงบเมื่อปี 2547 รัฐบาลทุกชุดทุ่มสรรพกำลังลงมาจัดการปัญหาในพื้นที่ ใช้งบประมาณปีละ 2 หมื่นกว่าล้านบาท รวม 2 ทศวรรษใช้ไปแล้วกว่า 5 แสนล้านบาท สถานการณ์ยังคงรุนแรง ยังต้องต่ออายุกฎหมายความมั่นคงไปเรื่อยๆ ขณะที่คณะเจรจายังดูเหมือนต้องเริ่มต้นนับหนึ่งตลอด ไม่รู้ว่าเรื่องการ ‘แบ่งแยกดินแดน’ ยังเป็นสาเหตุแห่งความไม่สงบอยู่หรือไม่

แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าจะอยู่ข้างไหน ไม่ว่าจะอยู่ฝั่ง BRN หรืออยู่ฝั่งรัฐไทย ทุกคนต่างเหนื่อยหน่ายกับสถานการณ์ที่ไม่มีทางจบนี้

4.

ตัดกลับมาที่ทริปปัตตานี คืนวันเดียวกับที่จัดงานปัตตานีดีโคตร มีการจัดงาน ‘สายน้ำปัตตานี’ งานวัดแบบไทยแท้ มีคนมาเดินมากมายมหาศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่า นานๆ ทีจะมีมหกรรมเช่นนี้

ที่ริมแม่น้ำปัตตานี ใจกลางเมืองมีการแสดงน้ำพุเต้นรำประกอบเพลง ‘ผู้หญิงข้า ใครอย่าแตะ’ กับเพลง Zombie ของวง The Cranberries ที่ เนเน่ รอยัล เด็กไทยวัย 16 ปี นำไปเล่นในรายการ America’s Got Talent

น่าสนใจก็ตรงที่ว่า ความหมายของเพลง Zombie ว่าด้วยการต่อต้านความรุนแรงจากเหตุระเบิดของกลุ่ม IRA ที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี 2536 จนคร่าชีวิตเด็กไป 2 คน ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับความขัดแย้งด้วยเลย

Zombie ไม่ใช่ผีดิบตามตัวอักษร แต่คือความเกลียดชัง คืออุดมการณ์ที่ผลิตซ้ำความรุนแรง คือความแค้นที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นเครื่องจักรสงคราม ใน 2 ทศวรรษที่สูญเปล่าของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ Zombie อาจเป็นหนึ่งเพลงที่เล่าเรื่องนี้ได้ดีที่สุด

หลังจบเพลง จบน้ำพุเต้นรำ ท้องฟ้าปัตตานีสว่างวาบไปด้วยแสงพลุ ให้พวกเขาได้มีความสุขเหมือนกับคนภูมิภาคอื่นๆ 

แต่ปัญหาเรื่องอื่นยังคงอยู่เหมือนเดิม ปัญหาความไม่สงบ ปัญหากระบวนการยุติธรรม ปัญหาการศึกษา ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาการต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากร

ในเพลง Zombie คนที่ตายคือเด็ก 2 คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรกับความขัดแย้งเลย

ที่นี่ก็เช่นกัน คนที่จ่ายราคาแพงที่สุดไม่ใช่คนที่สั่งการอยู่ในห้องแอร์ฝ่ายไหน แต่คือเด็กที่หลุดจากห้องเรียน เด็กกำพร้าที่พ่อไม่กลับบ้าน แม่ที่ต้องเป็นเสาหลักโดยไม่มีใครถาม คนหนุ่มที่ต้องข้ามแดนไปทอดปลาในร้านต้มยำกุ้งที่มาเลเซีย เพื่อส่งเงินกลับมาสร้างบ้านในแผ่นดินที่เขาอยู่ไม่ได้ และพลทหารปลายแถวที่ยืนเฝ้าด่านกลางความมืด ถือปืนโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังสู้อยู่กับใคร รู้แต่ว่าคืนนี้ต้องรอดกลับไปให้ถึงเช้า

พลุลูกสุดท้ายดับลง งานเฟสติวัลยังคงครึกครื้น เด็กๆ ริมแม่น้ำปัตตานียังหัวเราะกันอยู่

กล่าวสำหรับปัตตานี ผมยังรักเมืองนี้ และหวังว่าจะมีโอกาสมาอีกในเวลาอันใกล้ และสำหรับเด็กๆ ที่อยู่ที่นี่ ผมได้แต่หวังว่า เมื่อพวกเขาโตขึ้น จะไม่มีใครต้องร้องเพลงนี้ให้พวกเขาฟังอีก In your head, in your head, they are fighting.

Tags: บีอาร์เอ็น, Cranberries, ปัตตานี, zombie, พื้นที่สีแดง, สามจังหวัดชายแดนภาคใต้, ปัตตานีดีโคตร, ผู้ก่อความไม่สงบ

Back To Top