Cover Image

ศุภจี ย้ำผ่าน WTOไทย หนุนการค้าดิจิทัล กระจายตลาดคู่ค้า ยกระดับ SMEs เข้าถึงทุน

“ศุภจี” ยำ้ผ่าน WTO ไทยหนุนการค้าดิจิทัล กระจายตลาดคู่ค้า ยกระดับ SMEs เข้าถึงทุน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการหารือทวิภาคีกับ ดร. เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ในโอกาสที่ผู้อำนวยการใหญ่ WTO เดินทางเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

โดยทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าโลก การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย การกระจายตลาดส่งออก การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs การค้าดิจิทัล และการปฏิรูป WTO

นางศุภจี กล่าวว่า แม้การส่งออกของไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 จะขยายตัวถึงร้อยละ 18.9 โดยมีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่ไทยยังต้องเร่งเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ และยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถสร้างมูลค่าและได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานโลกมากขึ้น โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกเพียงประมาณร้อยละ 12–14

นางศุภจี กล่าวว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยยังให้ความสำคัญกับการกระจายตลาดคู่ค้าผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้แก่ FTA กับสหภาพยุโรป การต่อยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (CEPA) กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และการหารือด้านการค้ากับสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทย ควบคู่กับการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีภายใต้ WTO

ในการนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ WTO ชื่นชมไทยที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจหลากหลาย ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ และสนับสนุนแนวทางการกระจายตลาดส่งออกและห่วงโซ่อุปทานของไทย โดยเห็นว่าการจัดทำ FTA ช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และสามารถดำเนินควบคู่กับระบบการค้าพหุภาคีได้ รวมทั้งสนับสนุนให้ไทยยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศผ่านมาตรการที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ WTO

นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งยกระดับ SMEs ใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ โดยส่งเสริมความรู้ด้านธุรกิจ การเงิน และเทคโนโลยีดิจิทัล การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงิน (IP Financing) ตลอดจนการส่งเสริมให้ SMEs ใช้ประโยชน์จาก FTA ผ่านการให้ความรู้และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น ในประเด็นดังกล่าว ผู้อำนวยการใหญ่ WTO แนะนำให้ไทยพิจารณาความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการค้า (Trade Finance) และการเงินในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Finance) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนของ SMEs พร้อมแนะนำบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) ซึ่งเป็นองค์กรในกลุ่มธนาคารโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านดังกล่าว โดย WTO พร้อมพิจารณาความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงเงินทุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs ไทย

สำหรับการค้าดิจิทัล นางศุภจี ได้กล่าวถึงบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ซึ่งจะช่วยสร้างกฎเกณฑ์ร่วมกันและเปิดโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงตลาดอาเซียนผ่านช่องทางดิจิทัลได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่าย WTO ชื่นชมบทบาทของไทยและสนับสนุนให้ไทยพิจารณาขยายการมีส่วนร่วมในความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ WTO

นางศุภจี กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการปฏิรูป WTO เพื่อให้ระบบการค้าพหุภาคีมีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองต่อความท้าทายทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และมาตรการทางการค้าที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่ผู้อำนวยการใหญ่ WTO ชื่นชมบทบาทที่แข็งขันของไทยใน WTO และเชิญชวนให้ไทยร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูป WTO โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนา

“ไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจจากภายใน ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการค้าในตลาดโลก โดยเฉพาะการช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยแสดงความมุ่งมั่นและพร้อมทำงานร่วมกับ WTO เพื่อส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎเกณฑ์มีความแน่นอน และเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและยั่งยืน” นางศุภจี กล่าวทิ้งท้าย

องค์การการค้าโลก (WTO) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2538 มีหน้าที่กำกับดูแลการค้าพหุภาคี โดยเป็นเวทีสำหรับการเจรจาลดอุปสรรคทางการค้าและกำหนดกฎระเบียบ เพื่อให้การค้าเสรีตั้งอยู่บนพื้นฐานการแข่งขันที่เท่าเทียม อีกทั้งยังทำหน้าที่ระงับข้อพิพาท ทบทวนนโยบายการค้า และส่งเสริมความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ โดยปัจจุบัน WTO มีสมาชิก 166 ประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบัน อยู่ระหว่างหารือการจัดทำกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ และขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ อาทิ การปฏิรูป WTO เพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของการค้าโลก

Back To Top