ไทยปิดดีล World Bank คว้าเงินให้เปล่ากว่า 80 ล้านบาท ปูทางบังคับใช้ พ.ร.บ. ลดโลกร้อน สู่เป้าหมาย Net Zero
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งสำคัญ หลังเจรจาปิดดีลรับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่า (Grant) จากธนาคารโลก (World Bank) มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท เพื่อปูทางสร้างความพร้อมรองรับการบังคับใช้ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2570 และก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 อย่างเป็นรูปธรรม
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ ‘กรมลดโลกร้อน’ เร่งระดมทุนจากต่างประเทศเพื่อนำมาสนับสนุนการพัฒนากลไกราคาคาร์บอน สร้างความพร้อมให้กับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยการปิดดีลเงินสนับสนุนจากธนาคารโลกซึ่งเป็นสถาบันการเงินระดับโลกที่มีความพร้อมทั้งด้านทุน บุคลากร และองค์ความรู้ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนและบังคับใช้กฎหมายลดโลกร้อนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ไทยต้องดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย NDC 3.0 และ Net Zero ภายในปี 2050 โดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม (Just Transition) ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อแรงงาน ผู้ประกอบการ SMEs ชุมชน และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งการได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลกในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าทิศทางการทำงานของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานโลก
ขณะที่ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เผยถึงความสำเร็จจากการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าไทยได้เจรจาทวิภาคีร่วมกับ เจมี เฟอร์กุสสัน ผู้อำนวยการด้านภูมิอากาศ และ จูเลีย เอ็ม. เฟรเซอร์ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ของธนาคารโลก จนนำมาสู่การปิดดีลเงินสนับสนุนแบบให้เปล่ารวม 81.6 ล้านบาท (2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อ
เดินหน้า 2 โครงการสำคัญ ได้แก่
- โครงการ Partnership for Market Implementation (PMI): วงเงิน 68 ล้านบาท มุ่งศึกษาการพัฒนาเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Instruments) ออกแบบกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสมกับไทย เพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกและเตรียมนำมาใช้ภายใต้กรอบกฎหมายในอนาคต
- โครงการ Thailand’s Long-Term Climate Strategies (LTS): วงเงิน 13.6 ล้านบาท มุ่งพัฒนาแบบจำลองทางเศรษฐกิจ เพื่อวิเคราะห์เส้นทางสู่ Net Zero ควบคู่กับการวางแผนการลงทุนระยะยาว ช่วยให้ไทยมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจจัดลำดับความสำคัญของมาตรการต่างๆ
ดร.พิรุณ ย้ำว่า เม็ดเงินกว่า 80 ล้านบาทนี้ สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารโลกเชื่อมั่นในศักยภาพและความมุ่งมั่นของไทยในการสร้างกลไกทางกฎหมาย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ไทยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาระบบ Climate Finance ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในตอนท้าย สุชาติยังได้ตอกย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม ต้องอาศัยกลไกทางการเงินเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจปรับตัว พัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างโอกาสให้ชุมชน โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ไทยบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน