ผู้ว่าฯชัชชาติ แจ้ง สถานการณ์ น้ำท่วมกทม. เริ่มคลี่คลาย ภาพรวม ยังเปราะบาง
กรุงเทพฯ “ผู้ว่าฯชัชชาติ” แจ้ง สถานการณ์ น้ำท่วมกทม. เริ่มคลี่คลาย แต่ภาพรวมยังเปราะบาง วอนประชาชนคนกรุง ช่วยเฝ้าระวังระดับน้ำในท่อ เกาะติดฝนตก ประชุม World Bank 10-13 ต.ค. นี้
7 ต.ค. 69 – ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า
ขณะนี้สถานการณ์หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย คลองสายหลักปริมาณน้ำยังเต็มอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝน น้ำเติมเข้ามา อย่างเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่่ผ่านมา ฝนตกน้ำเติมเข้ามาคลองแสนแสบ 60 มม. ทำให้มีบางจุดน้ำกลับเอ่อท่วมอีก จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้บางที่ยังไม่ต้องเอาของที่ยกขึ้นไว้ลง หรือยังเก็บอุปกรณ์ที่ป้องกันไว้ก่อน
ส่วน คลองประเวศบุรีรมย์ น้ำยังลงค่อนข้างช้า เพราะมีน้ำเติมจากฝากตะวันออกค่อนข้างเยอะ ทั้งมวลน้ำจากลาดกระบัง รวมทั้งทางแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ต้องใช้เวลา ภาพรวมสถานการณ์ค่อนข้างเปราะบาง
โดยปกติแล้ว หากฝนตก 60-70 มม. รับได้สบาย แต่ปัจจุบัน น้ำเต็มพื้นที่ หากฝนตก 60 มม. จะทำให้น้ำเอ่อขึ้นมาได้เร็วกว่า จึงต้องเฝ้าระวังต่อ ควบคู่ไปกับติดตามการพยากรณ์อากาศให้ดีด้วย จากกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศ อาจมีฝนตก วันที่ 10-13 ต.ค. นี้ ประกอบกับ มีการประชุม World Bank คงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องเร่งพร่องน้ำในคลอง เพื่อให้คลองมีน้ำน้อยที่สุด รวมทั้งติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำพร้อมใช้งานเพิ่มเติม
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องระดับการเตือนภัย ให้ประชาชน ยกของขึ้นที่สูง หรือ อพยพ นั้น เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา มีข้อความประกาศเตือนภัย แต่ปกติ กทม. แจ้งเตือนประชาชน ที่อยู่นอกแนวคันกั้น ให้ยกของขึ้นสูง
แต่เราไม่มีการพยากรณ์อากาศแม่นยำในพื้นที่เอกชน หมู่บ้าน ทำให้การเตือนภัย ไม่ได้เฉพาะเจาะจงในพื้นที่ดังกล่าว อนาคตจะมีการปรับปรุงกระบวนการ การแจ้งเตือน เป็นการเตือนเชิงเหตุการณ์ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรม เช่น หากเห็นระดับน้ำเพิ่ม ให้ยกของขึ้นสูง จะเป็นวิธีหนึ่งที่ครอบคลุมพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันประชาชน เริ่มหลอนจากเหตุฝนตก ขณะที่น้ำในท่อระบายน้ำยังไม่ลดลง นายชัชชาติ กล่าวว่า น้ำในคลองและน้ำในทุ่งฝั่งตะวันออกยังเต็มอยู่ จะเร่งจัดการพร่องน้ำในคลอง กทม.ไม่ได้มีเซนเซอร์ติดตั้งในหมู่บ้านหรือพื้นที่เอกชน ดังนั้น ประชาชนจึงต้องแจ้งเข้ามา เพื่อกทม.จะได้บริหารจัดการต่อไป
ส่วน สถานการณ์ที่หมู่บ้านฟลอล่าวิลล์ เขตหนองจอกนั้น เป็นพื้นที่ขนาด 2,000 ไร่ มีประชากรจำนวนมาก มีน้ำเข้ามา 2 ส่วน ฝั่งตะวันออก และจ.ฉะเชิงเทรา กทม. เข้าช่วยเหลือทั้งส่งอาหาร อุปกรณ์ ดูแลทางการแพทย์ พร้อมทั้งเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่
ซึ่งวานนี้ (6 ต.ค.) มีหลายหน่วยงาน ลงไปช่วย แต่ต้องใช้เวลา เพราะไม่ใช่เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ที่น้ำท่วม แต่ปริมณฑลก็หนักเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากประชาชนในพื้นที่ที่น้ำท่วม ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ เพราะขณะนี้หลายจุดผ่อนคลายลง ทรัพยากรที่มี จะทุ่มเทไปจุดที่มีปัญหาได้มากขึ้น
สำหรับน้ำเหนือ คลองเปรมประชากร ค่อนข้างดี เพราะไม่มีฝนเติม แต่คลองลาดพร้าว มีน้ำจากรังสิต มาทางคลองสอง ซึ่งต้องช่วยเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อช่วยปทุมธานี จึงต้องเร่งระบายน้ำ มีเครื่องผลักดันน้ำจากหลายหน่วยงาน มาดันน้ำ ที่อุโมงค์ลงคลองแสนแสบ ส่วนน้ำทางตะวันออก ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เข้าอุโมงค์บึงหนองบอนแล้ว