Wealth Me Please: หุ้นเทคไม่หมดรอบ!! ชี้เป้าตัวเด็ด ตัวไหนถอย : อินโฟเควสท์
ตั้งแต่ต้นปี หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลกผันผวนหนักมาก เป็นเพราะอะไร หรือว่า…หมดรอบแล้ว?! วันนี้ชวนมาหาคำตอบกับ นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ Co-Founder Finnomena Group และ CEO Finnomena Funds

สาเหตุที่หุ้นเทคผันผวนมาก มองว่ามาจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
1.) เทคโนโลยี AI เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เริ่มจาก OPEN AI ที่มาในช่วง 2 ปีที่แล้ว และ Deepsek R1 มาต้นปี 68 สร้างกระแสใหม่ที่เป็น AI ที่ต้นทุนถูกลง และต่อมาฝั่งสหรัฐเปิดตัว Claude จีนก็ไม่แพ้ เปิดตัว Kimi K3 จาก Moonshot ที่ต้นทุนถูกกว่า Claude ทั้งนี้ มองว่าการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี AI ยังจะมีมาต่อเนื่อง
2.) การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนเข้าออกเร็วตามเทคโนโลยี AI ที่เปลี่ยนไป เงินทุนจะไหลไปมา
3.)ความไม่แน่นอนของตลาด จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่แม้สหรัฐ-อิหร่านจะเซ็น MOU เจรจายุติสงคราม แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน
4.) ท่าทีนโยบายการเงินของเควิน วอช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ผ่านมาเขาแสดงท่าทีอยากจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐกระชากขึ้นสูงในรอบ 25 ปี นับจากวิกฤติซับไพรม์ เป็นลบต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทค
อย่างไรก็ดี นายชยนนท์ ย้ำว่า หุ้นกลุ่มเทค ยังไม่หมดรอบ จากสัญญาณเหล่านี้ ได้แก่
– กลุ่ม Memory Chip ราคายังพุ่งอยู่ โดยยอดส่งออกชิปของเ่กาหลีใต้จาก 2 บริษัท คือ samsung และ SK Hynix ยังเติบโตมากกว่า 100% ตั้งแต่ พ.ค.-ก.ค.69 และคาดว่ายังเติบโตทิศทางนี้
– ความต้องการ High Bandwidth Memory (HBM) อยู่ระดับสูง
– ค่าเช่า GPU ปรับขึ้นมาติดต่อกันตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ค.69 จากความต้องการใช้พื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีความใช้งานมากขึ้น
– DRAM (Dynamic Random-Access Memory) ) หรือ ชิปหน่วยความจำ ราคาก็ยังปรับตัวขึ้นอยู่
– งบไตรมาส 2/69 ของ Hyperscalers ของ 4 บริษัทใหญ่คือ Google Cloud Platform , Microsoft Azure, Amazon Web Services (AWS) , META Platform ยังมีกำไรและมากกว่าที่ตลาดคาด อีกทั้งยังประกาศงบลงทุน Data Center จำนวนมหาศาล รวม 7 แสนล้านดอลลาร์ ในปีนี้ และปีหน้าจะลงทุนอีก 1 ล้านล้านดอลลาร์ ดังนั้น การขยายดาต้าเซ็นเตอร์ยังไม่หยุด
ดังนั้น หากใครอยากลงทุนหุ้นกลุ่ม AI ยังสามารถลงทุนได้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่หากเทคโนโลยี AI โมเดลตัวใหม่ที่อาจไม่ต้องใช้ High Bandwidth Memory อีกทั้งฉลาดกว่า เร็วกว่าตัวเก่า และในกลุ่ม Hyperscalers ใช้งบลงทุนมากเกินไป จนกระทบกำไร สุดท้ายการแข่งขันเทคโนโลยี AI ระหว่างสหรัฐและจีน ใครจะเป็นผู้ชนะ หากที่สุดแล้ว จีนชนะ หุ้นฝั่งสหรัฐร่วงลงแน่นอน
โดยแนะนำหุ้นกลุ่มเทค
- กลุ่ม Memory Chip ได้แก่ samsung , SK Hynix, MICRON แนะให้หลีกเลี่ยง หรือลงทุนในสัดส่วนที่น้อย แม้จะเห็นออเดอร์เข้ามามาก โดยเลือก Micron
- กลุ่ม GPU – NVIDIA มองว่าในช่วง 4-5 ปี ไม่มีคู่แข่ง
- กลุ่ม Hyperscalers – Google, Amazon, Microsoft , Meta แต่มองว่าน่าเลือก Google
- หุ้นตรวจสอบเทคโนโลยี AI ได้แก่ Advantage เป็นหุ้นญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี กองทุนที่ลงทุนเกี่ยวกับ AI ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่ต้องเฝ้าเอง แต่ให้มืออาชีพบริหารและปรับพอร์ตไปตามสถานการณ์ แนะนำกองทุน LHSUPERAI ที่ลงทุนครบทั้งห่วงโซ่อุปทาน
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน