Cover Image

พ่อแม่จีนยอมจ่ายหลักหมื่น ส่งลูกเรียนการเงินตั้งแต่ประถม หวังปั้น Warren Buffett รุ่นจิ๋ว

พ่อแม่จีนยอมจ่ายหลักหมื่น ส่งลูกเรียนการเงินตั้งแต่ประถม หวังปั้น Warren Buffett

พ่อแม่ชาวจีนเริ่มหันมาส่งลูกเข้าค่ายพัฒนาทักษะด้านการเงิน โดยหวังให้ลูกมีทักษะพื้นฐานติดตัว รู้วิธีการหาเงิน การลงทุน และการทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยจนกลายเป็นเทรนด์ที่หลายคนพูดว่าตอนนี้จีนกำลังจะสร้าง ‘Warren Buffett รุ่นจิ๋ว’ อยู่หรือเปล่า 

ค่ายลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้ปกครองหลายคนต้องจองล่วงหน้ากันหลายเดือน ซึ่งหลักสูตรส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียนประมาณ 7-10 วัน โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 12,800 หยวน หรือประมาณ 60,000 บาทต่อคน เนื้อหาที่สอนจะเป็นการปูพื้นฐานเรื่องเงินทั่วไป การทำธุรกิจ การบริหารเงิน และเน้นปลูกฝัง mindset ว่า 'ความจนเป็นเรื่องของวิธีคิดไม่ใช่เรื่องของฐานะ 

ให้เด็กได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริงผ่านสถานการณ์จำลอง เช่น ทดลองซื้อขายในตลาดหุ้นจำลอง การเข้าประชุมแบบนักลงทุน ใช้เหรียญโทเคนซื้อขายสินค้าแทนเงินสด โดยเด็ก ๆ จะต้องสรุปกำไร-ขาดทุนของตัวเองทุกวัน นอกจากนี้ยังมีการพาลงพื้นที่เพื่อหาช่องทางทำเงิน เช่น ลองตั้งแผงขายของริมถนน หัดเขียนแผนธุรกิจ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายและฝึกพรีเซนต์งานเป็นภาษาอังกฤษให้นักลงทุนจำลองฟังเหมือนเวลาผู้ใหญ่ไปขอเงินลงทุนทำธุรกิจจริง ๆ ไปจนถึงมีคอร์สระดับแอดวานซ์ที่สอนเรื่องภาวะผู้นำและการทำธุรกิจในสายเทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์ โดยจะเชิญอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินตัวจริงมาเป็นผู้สอน 

ซึ่งพออ่านมาถึงตรงนี้อาจรู้สึกว่าดีจัง แต่เหรียญมักมีสองด้านเสมอ มีด้านที่ดีก็ย่อมมีด้านที่ไม่ดี เพราะในขณะที่มีคุณแม่ท่านหนึ่งเล่าว่าหลังจากให้ลูกสาววัยประถมเข้าค่ายก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จากที่เคยขี้เกียจเรียนก็เริ่มมีเป้าหมายว่าอยากหาเงิน และดูตั้งใจทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น แต่อีกมุมผู้ปกครองบางส่วนกลับเจอผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึง เพราะเด็ก ๆ เริ่มมองทุกอย่างเป็นเรื่องของผลตอบแทนไปหมด เช่น เริ่มต่อรองขอเงินรางวัลถ้าสอบได้คะแนนดีหรือเรียกค่าจ้างเวลาช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ 

และยังมีคุณแม่อีกท่านให้ความเห็นว่าเธอจะไม่ส่งลูกชายวัย 7 ขวบไปเข้าค่ายแนวนี้แน่นอน เพราะมองว่าเนื้อหาที่สอนยังไม่สะท้อนความจริงและไม่ได้สอนให้เด็กเข้าใจว่าความสำเร็จมันไม่ได้สร้างได้ในชั่วข้ามคืน เธอให้เหตุผลว่าสถิติทั่วโลกก็บอกอยู่แล้วว่าธุรกิจใหม่ ๆ กว่า 90% มักจะไปไม่รอด แต่ในค่ายกลับทำให้การหาเงินดูเป็นเรื่องง่ายเกินไป เธอมองว่าสิ่งที่เด็ก ๆ ได้กลับมาน่าจะเป็นแค่ ‘การเล่นบทบาทสมมติทางธุรกิจ’ มากกว่าการจะได้เห็นภาพการทำธุรกิจที่ยากลำบากในชีวิตจริง

การเติบโตของของค่ายลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าพ่อแม่ชาวจีนกำลังกังวลกับอนาคตการทำงานของลูก ๆ เพราะถึงแม้ตัวเลขคนตกงานภาพรวมของจีนจะอยู่ที่ 5% แต่ถ้าไปดูเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงานกลับมีคนตกงานสูงเกือบ 15% หลายคนจึงมองว่าที่ค่ายแนวนี้ได้รับความนิยมเป็นเพราะตลาดแรงงานในจีนกำลังแข่งขันกันดุเดือดและหางานยากขึ้นมาก พ่อแม่ก็เลยพยายามปูพื้นฐานและเตรียมความพร้อมให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กผ่านการสอนเรื่องการเงินและการทำธุรกิจ เพื่อให้ลูกมีทักษะติดตัวและได้เปรียบคนอื่นในอนาคต 

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ยังเป็นที่เถียงกันอยู่ ฝั่งที่ชอบก็มองว่ามันช่วยให้เด็กมีเป้าหมายและมีวินัยขึ้นจริง ๆ แต่อีกฝั่งก็คิดว่าการไปเร่งให้เด็กโฟกัสแต่เรื่องเงินตั้งแต่อายุยังน้อย อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เด็กตีค่าทุกอย่างเป็นเงินไปหมดและอาจทำให้เข้าใจว่าการทำธุรกิจให้สำเร็จมันง่าย ซึ่งในโลกความจริงมันไม่ใช่

อ้างอิง: scmp

Back To Top