กระต่าย(ไทย) VS. เต่า(เวียดนาม)

ผมมีโอกาสได้เหยียบแผ่นดินเวียดนามครั้งแรกในปี ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530) โดยเดินทางร่วมไปในคณะสื่อมวลชนไทย เยือนนครโฮจิมินห์และหัวเมืองเวียดนามภาคใต้ ภายใต้การนำของพี่บัณฑิต รัชวัฒนะธานินทร์ ประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียนที่เคารพนับถือยิ่ง
เป็นการเยือน หลังทางการเวียดนาม ประกาศการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 1986 หรือที่เรียกว่านโยบายโดเหม่ย เพื่อเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลาง ไปสู่ “เศรษฐกิจตลาด” ที่มีแนวทางสังคมนิยม
สภาพบ้านเมืองในตอนนั้น (ปี 2530) ถอดแบบจากยุค “จีไอครองเมือง” แถบโคราช อุดรฯ เมืองชล ไม่มีผิด ร้านอาหารชั้นดีหน่อยก็มีวงดนตรีบรรเลงเพลงยุคซิกส์ตี้ ถนนหนทางมีมอเตอร์ไซค์เป็นเจ้าถนน บีบแตรกันสนั่น รถมอเตอร์ไซค์ที่ขายดีมากคือ “ฮอนด้า เวฟ” ที่ไปจากเมืองไทย เยาวชนหนุ่มสาวตื่นตัวไปเรียนภาษาอังกฤษกันมาก
พูดกันในหมู่พวกเรากันเองว่า ความเจริญเวียดนามห่างจากไทยไม่น้อยกว่า 20 ปี บางคนยังบอกห่างกัน 30 ปีด้วยซ้ำ แต่ปัจจุบันเห็นท่าจะต้องคิดทบทวนใหม่โดยรีบด่วนกันได้แล้ว
เยือนเวียดนามครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมไปร่วมงานพิธีปิดโครงการฝึกงานต่างประเทศ สร้างผู้นำรุ่นใหม่ของ KH Academy สถาบันฝึกอบรมในเครือข่าวหุ้นธุรกิจ ณ เมืองญาจางหรือนาตรังในชื่อที่รู้จักกันดีในฐานะท่าเรือน้ำลึกส่งกำลังบำรุงกองทัพสหรัฐฯ สมัยสงครามเวียดนาม
เมืองญาจางเป็นหัวเมืองเอกของจังหวัดคัญหว่า เศรษฐกิจหลักมาจากการท่องเที่ยว ท่าเรือ และบริการ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 3 รองจากนครโฮจิมินห์ และดานัง/ฮอยอัน ไม่น่าเชื่อว่า เมืองตากอากาศแห่งนี้ มีโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาวมากกว่า 40 แห่ง และยังมีปราสาทจามโบราณ ทิ้งไว้เป็นมรดกแห่งดินแดนแถบนี้
ภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนามในด้านมูลค่าการส่งออก ในปี 2018 (พ.ศ. 2561) ถือเป็นปีสุดท้ายที่เวียดนาม ส่งออกน้อยกว่าไทย ด้วยสถิติเปรียบเทียบเทียบไทย:เวียดนาม =2.52:2.44 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่นับแต่ปี 2019 (พ.ศ. 2562) เป็นต้นมา เวียดนามแซงไทยด้วยสถิติเปรียบเทียบ 2.46:2.64 แสนล้านเหรียญฯ
หลังจากนั้นมา “สายน้ำไม่ไหลกลับ” ปี 2025 ที่ผ่านมา สถิติมูลค่าส่งออกไทย–เวียดก็ยังเป็น3.1:4.75 แสนล้านเหรียญฯ และ 6 เดือนแรกของปี 2026 มูลค่าส่งออกไทย:เวียดก็ยังเป็น 1.60:2.67 แสนล้านเหรียญฯ
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตด้านมูลค่าส่งออกของเวียดนามก็ได้แก่ 1)การรับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จำนวนมาก 2)เป็นฐานการผลิตและส่งออกของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก 3)ได้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีหลายฉบับ โดยเฉพาะ FTA กับ EU ในปี 2020 และ 4)การย้ายฐานการผลิตจากจีน
ด้านมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไทยที่คลานต้วมเตี้ยมเติบโตในระดับ 2-3% มากว่า 2 ทศวรรษแล้ว (หลังปีรัฐประหาร 2006) ก็ยังมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าเวียดนามอยู่ แต่ก็ไม่ได้เติบโตกว่ากันมากมายเท่าไหร่เลย
มูลค่าจีดีพีไทย:เวียดนาม =5.77:4.94 แสนล้านเหรียญ ห่างกันอยู่แค่ 8.3 หมื่นล้านเหรียญฯ เอง ในขณะที่ไทยโตปีละ 2-3% แต่เวียดนามโตปีละ 7-8%
อัตราเงินเฟ้อของเวียดนามอยู่ในระดับปีละ 3-4% ถือว่าเป็นอัตราที่พอควบคุมได้ ค่าเงินด่องที่อ่อนตัวปีละ 2-3% อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ในด้านผลตอบแทนการลงทุนนัก โดยเฉพาะธุรกิจการส่งออกที่รับรายได้เป็นดอลลาร์หรือยูโร สังเกตจาก FDI ที่ยังไหลเข้าเวียดนามต่อเนื่อง
ควรตั้งคำถามกันได้แล้วว่า อีกกี่ปี เศรษฐกิจเวียดนามจะแซงไทย…2 ปี-3 ปีหรือ 4 ปีดี แล้วแต่อัธยาศัย!
Back to top button