Cover Image

"ศุภจี" เผยไทยถก USTR คืนนี้ ก่อน "อนุทิน" ต่อสายคุย "ทรัมป์"

วันนี้ (15 ก.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คืนวันนี้ทีมไทยแลนด์ จะหารือกับทางสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เพื่อสรุปรายละเอียดสุดท้ายถึงการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะหารือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ขณะนี้นัดวันที่นายกฯ จะหารือกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยอยู่ระหว่างทางสหรัฐฯ พิจารณาเลือกวันนัดหมายระหว่างวันที่ 17 ก.ย. กับ 18 ก.ย.นี้ เพื่อตกลงกรอบเนื้อหาต่าง ๆ ก่อนที่นายกฯ และคณะจะเดินทางไปสหรัฐฯ และมีกำหนดการพบปะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวทียูเอ็นต่อไป

ในส่วนของตัวเลขและอัตราภาษียังรอลุ้นว่า จะมีข่าวดี แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผย เนื่องจากต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เจรจาข้อเสนอพิเศษกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เจรจาในส่วนเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ ซึ่งการผลักดันประเด็นการค้า จนถึงระดับผู้นำ 2 ประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่จะช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักที่มีมูลค่าสูง

นางศุภจี กล่าวอีกว่า สำหรับหลักการสำคัญในการเจรจาภาษีสหรัฐฯ มองว่า เป็นการรักษาเงื่อนไขและต้องการให้อัตราภาษีของไทย อยู่ในระนาบเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เชื่อว่าสหรัฐฯจะมีมุมมองต่อประเทศไทยที่เป็นบวกมากขึ้น หลังจากที่เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการส่งผ่านสินค้า (Transshipment) ซึ่งไทยเสนอข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานชัดเจนว่า ไม่มีการกระทำผิดใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกไต่สวน โดยภาคการผลิตทั้ง 3 กลุ่มของไทยมีกำลังการผลิตจริงสูงถึง 75% ถึง 100% ไม่ใช่ระดับต่ำกว่า 60% ตามที่เข้าใจ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ยังประสานความร่วมมือในการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เนื่องจากดัชนีเดิมยังมีข้อมูลอุตสาหกรรมที่ยุติการผลิตไปแล้วค้างอยู่ และยังไม่ได้บรรจุข้อมูลกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่เข้าไป ทำให้ตัวเลขไม่สะท้อนความเป็นจริง ซึ่งขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม กำลังดำเนินการศึกษาและปรับปรุงตัวเลขให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน

แนวนโยบายการค้าต่างประเทศของรัฐบาล กำหนดไว้ว่าจะเน้นการสร้างสมดุล โดยประเทศที่ไทยได้ดุลการค้า จะเจรจาด้วยความจริงใจเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน ส่วนประเทศที่ไทยขาดดุลการค้าสูง เช่น ประเทศจีน ก็ได้กำหนดมาตรการ 3-4 ด้าน เพื่อทยอยลดการขาดดุลการค้า ซึ่งการสร้างสมดุลนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตร และหุ้นส่วนที่ได้รับความไว้วางใจในห่วงโซ่อุปทานโลกต่อไป

รองนายกฯ ยังกล่าวถึงการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย-สหภาพยุโรป ว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะสรุปผลการเจรจาในการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นปลายเดือน ก.ย.-ถึงต้นเดือน ต.ค.นี้ ที่จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นการเจรจาต่อเนื่องจากการเจรจารอบที่ 9 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยการเจรจารอบนี้เชื่อว่าจะสามารถสรุปข้อตกลงในเชิงหลักการทั้งหมด ก่อนที่จะได้ข้อสรุปและประกาศผลได้ภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในกระบวนการขับเคลื่อนการเจรจา FTA ไทย-อียู ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพิจารณารายละเอียดที่ยังติดขัด และมอบแนวนโยบายกรอบการเจรจาที่ชัดเจน พร้อมทั้งเตรียมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ผ่านการเร่งรัดขับเคลื่อนกองทุน FTA ก่อนที่จะเปิดการเจรจารอบที่ 10 ต่อไป

รองนายกฯ กล่าวว่า การเจรจาบรรลุข้อตกลงเชิงหลักการภายในปีนี้ จะสามารถประกาศผลการเจรจาได้ จากนั้นจะดำเนินกระบวนการทำประชาพิจารณ์ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลคาดว่าจะปิดดีลได้ตามแผนในปีนี้

อ่านข่าว :

ส่งกำลังใจ "เนเน่ รอยัล" ลัดฟ้าแข่งรอบชิง AGT 2026 ที่สหรัฐฯ

15 ธ.ค. ขึ้นค่าทางด่วน "ประจิมรัถยา" รถ 4 ล้อ 80 บาท 6–10 ล้อ 130 บาท

"สิทธิโชติ-ชาย" 2 เสียงข้างน้อย กกต.เปิดเหตุลงมติส่งฟ้อง กก.บห.-สส.คดีฮั้ว สว.

Back To Top