รู้จัก USS Abraham Lincoln เรือบรรทุกเครื่องบินพลังนิวเคลียร์ สัญลักษณ์แสนยานุภาพสหรัฐฯ
เรือบรรทุกเครื่องบินเป็นจุดยอดสุดของกำลังทางเรือของแต่ละชาติ การเกิดขึ้นของเรือบรรทุกเครื่องบินทำลายความเกรียงไกรของเรือประจัญบาน (Battleship) ซึ่งเป็นเรือรบขนาดใหญ่ที่มีปืนหลายกระบอกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองไปแทบทั้งหมด และตั้งแต่ช่วงสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน การมีเรือบรรทุกเครื่องบินคือการแสดงขีดความสามารถทางการทหารที่สำคัญที่สุดที่ประเทศมหาอำนาจจำเป็นต้องมี
ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีเรือบรรทุกเครื่องบินมากที่สุดในโลก โดยกฎหมาย National Defense Authorization Act ที่ออกโดยสภาคอสเกรสในปี 2006 นั้นกำหนดให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ต้องมีเรือบรรทุกเครื่องบินอย่างน้อย 11 ลำประจำการในกองทัพเรือ โดยลดจำนวนจาก 15 ลำในช่วงสงครามเย็น ซึ่งจำนวน 11 ลำนี้มาจากหลักการวางกำลังของเรือรบที่ควรจะมีเรือในชั้นเดียวกันอย่างน้อย 3 ลำ โดย 1 ลำใช้ออกปฏิบัติการ อีก 1 ลำใช้ในการฝึกและเตรียมพร้อม และอีก 1 ลำเข้าซ่อมบำรุง ด้วยหลักการนี้ จะทำให้กองทัพเรือสหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินอย่างน้อย 3 ลำอยู่ในทะเลตลอดเวลา

ภาพ: เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN 72) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติภารกิจปิดล้อมในทะเลอาหรับ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2026 / U.S. Navy photo
ส่วนประเทศอื่นมีจำนวนเรือบรรทุกเครื่องบินน้อยกว่านั้นมาก เช่นจีนซึ่งกำลังเร่งต่อเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าประจำการ และปัจจุบันมีแล้ว 3 ลำ สหราชอาณาจักร อินเดีย ญี่ปุ่น และอิตาลี มี 2 ลำ นอกนั้นบางประเทศมีเรือบรรทุกเครื่องบิน 1 ลำ เช่น ฝรั่งเศส และสเปน รวมถึงตุรกีที่กำลังต่อเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก รวมถึงยังมีอีกหลายชาติที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินแต่ใช้ปฏิบัติงานด้วยเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น หรือเป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์โดยเฉพาะเช่น อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งก็คือเรือหลวงจักรีนฤเบศรนั่นเอง
แต่เรือบรรทุกเครื่องบินที่ประเทศมหาอำนาจมีนั้นเราจะเรียกว่า Super Carrier ซึ่งมีขนาดใหญ่มากคือราว 5-10 เท่าเมื่อเทียบกับเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่ง USS Abraham Lincoln ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย และเรือลำนี้ก็แวะมาเทียบท่าแหลมฉบังของไทยในสัปดาห์นี้
USS Abraham Lincoln (CVN-72) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินในชั้น Nimitz หนึ่งในสิบลำที่ยังประจำการอยู่ในปัจจุบัน วางกระดูกงูในปี 1984 ปล่อยเรือลงน้ำในปี 1988 และเข้าประจำการในปี 1989 มีระวางขับน้ำราว 1 แสนตัน ความยาวเรือ 332.8 เมตร กว้าง 76.8 เมตร มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่น A4W ของ Westinghouse จำนวน 2 เตา ให้แรงขับรวม 510,000 แรงม้า ส่งผลให้เรือทำความเร็วได้สูงกว่า 30 น็อตหรือ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงไปเป็นเวลา 25 ปี
บนเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้มีลูกเรือราว 5 พันคน ซึ่งเป็นทั้งลูกเรือของเรือบรรทุกเครื่องบินและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบิน โดยเรือมีขีดความสามารถในการบรรทุกอากาศยานได้สูงสุดถึง 90 ลำ ซึ่งเมื่อเทียบจำนวนอากาศยานแล้วเหมือนยกกองทัพอากาศไทยทั้งกองทัพเข้าไปอยู่ในเรือบรรทุกเครื่องบินลำเดียว
สำหรับ USS Abraham Lincoln นั้นมีฝูงบินประจำเรือทั้งหมด 8 ฝูงบิน โดยเป็นฝูงบินที่ใช้เครื่องบินขับไล่ 4 ฝูงบิน (VFA-14, VFA-41, VMFA-314, VFA-151) ฝูงบินโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ 1 ฝูงบิน (VAQ-133) ฝูงบินแจ้งเตือนล่วงหน้า 1 ฝูงบิน (VAW-117) และฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ 2 ฝูงบิน (HSC-14, HSM-71)
เครื่องบินประจำเรือคืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดของเรือบรรทุกเครื่องบิน สำหรับ USS Abraham Lincoln นั้นมี 3 ฝูงบินที่ใช้งาน F/A-18E/F และอีก 1 ฝูงบินใช้งาน F-35C ซึ่งเป็นฝูงบินของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่มาประจำการบินเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ

ภาพ: F/A-18F Super Hornet ฝูงบิน Strike Fighter Squadron (VFA) 41 ขณะลงจอดบนดาดฟ้าเรือ USS Abraham Lincoln (CVN 72) / U.S. Navy photo

ภาพ: เครื่องบิน F-35C Lightning II ฝูงบิน VMFA-314 บนเรือ USS Abraham Lincoln (CVN 72) / U.S. Navy photo by Mass Communication Specialist 3rd Class Samuel Evarts
ส่วนฝูงบินที่มีความพิเศษก็คือฝูงบินโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งใช้เครื่องบินแบบ F/A-18G ในการใช้ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์โจมตีและทำลายระบบสื่อสาร ระบบเรดาร์ และระบบตรวจจับของข้าศึก ซึ่งถือว่าสหรัฐอเมริกาเป็นชาติเดียวที่มีฝูงบินในลักษณะนี้
ส่วนการควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศจะใช้เครื่องบินแบบ E-2D ของฝูงบินแจ้งเตือนล่วงหน้าซึ่งเป็นเครื่องบินติดเรดาร์ตรวจจับเป้าหมายทางอากาศ ซึ่งทำให้การใช้กำลังทางอากาศเกิดประสิทธิภาพสูงสุดไม่ว่าที่ใดในโลก

ภาพ: E-2D Hawkeye บนเรือ USS Abraham Lincoln / U.S. Navy photo by Mass Communication Specialist Seaman Hannah Tross
ดังนั้น เรือบรรทุกเครื่องบินจึงเป็นเรือที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ และด้วยบทบาทของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใช้เป็นที่ส่งอากาศยานขึ้นปฏิบ้ติการ ทำให้ตัวเรือมีระบบอาวุธเพียงเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น ซึ่งก็ไม่เพียงพอในการใช้งาน ดังนั้นเรือบรรทุกเครื่องบินจึงมักเดินทางไปพร้อมกับเรือคุ้มกันในรูปของหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีหรือ Carrier Strike Group
ซึ่ง USS Abraham Lincoln อยู่ในหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 หรือ Carrier Strike Group Three มีฐานปฏิบัติการหลักอยู่ที่ Naval Base San Diego ใน California ซึ่งจะมีทั้งเรือลาดตระเวน (Cruiser) เรือพิฆาต (Destroyer) เรือดำน้ำ และเรือสนับสนุนติดตามไปกับหมู่เรือด้วยทุกครั้ง เช่นในการปฏฺิบัติภารกิจในตะวันออกกลางครั้งนี้ USS Abraham Lincoln มีเรือคุ้มกันอย่างน้อย 3 ลำคือ USS Frank E. Petersen Jr. (DDG-121), USS Spruance (DDG-111) และ USS Michael Murphy (DDG-112) ติดตามไปด้วย

ภาพ: เรือพิฆาต USS Frank E. Petersen Jr. (DDG 121) ชั้น Arleigh Burke แล่นกลางทะเลร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ในระหว่างสนับสนุนปฏิบัติการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง / U.S. Navy photo
โดยเรือเหล่านี้จะมีอาวุธทั้งจรวดพื้นสู่อากาศเช่น SM-2, SM-3, SM-6, หรือ ESSM ซึ่งเป็นจรวดพื้นสู่อากาศที่ทำหน้าที่ยิงทำลายอากาศยานหรือขีปนาวุธตั้งแต่นอกชั้นบรรยากาศจนถึงจรวดโจมตีเรือ นอกจากนั้นยังมีจรวดร่อน Towmahawk สำหรับโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินอีกด้วย
หน้าที่หลักของเรือบรรทุกเครื่องบินก็คือเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติการทางทหารทั่วโลกตามที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งการ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเรือบรรทุกเครื่องบินคือกำลังหลักของการทำ Force Projection หรือการรบนอกประเทศของสหรัฐอเมริกา และเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกาในการรับมือวิกฤตในทุกครั้ง
โดยเรือบรรทุกเครื่องบินมักจะเป็นกำลังทางทหารหน่วยแรกๆ ที่เดินทางเข้าไปสู่พื้นที่ที่อาจเป็นพื้นที่ขัดแย้งหรือพื้นที่ที่จะมีการปฏิบัติการทางทหาร เหมือนที่ประธานาธิบดีบิล คลินตันเคยพูดเอาไว้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 1993 บนเรือ USS Theodore Roosevelt ว่า
“เมื่อวอชิงตันได้ยินถ้อยคำแห่งวิกฤต มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คำถามแรกที่ออกมาจากปากทุกคนคือ เรือบรรทุกเครื่องบินที่อยู่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน”
“When word of a crisis breaks out in Washington, it’s no accident that the first question that comes to everyone’s lips is: ‘Where’s the nearest carrier?”