Cover Image

ตำรวจไซเบอร์ เตือนนักลงทุนข้อมูลรั่วจาก TSD มีโอกาสถูก "หลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต" แนะวิธีป้องกัน

ตำรวจอไซเบอร์ ชี้นักลงทุนที่ข้อมุลรั่วไหลจากกรณี TSD โดนแฮ็ก มีโอกาสถูก “หลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต” แนะวิธีป้องกันตัว ยืนยันเร่งสืบสวนสอบสวนประสานพันธมิตรทุกฝ่าย ทั้งในประเทศ-ข้ามพรมแดน ไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดี

พันตำรวจโท พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ตอท.) กล่าวว่า ตามที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบงาน TSD Investor Portal บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2569 และได้ประสาน บก.ตอท. หรือตำรวจไซเบอร์ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.นั้น ตั้งแต่วันแรก ทางตำรวจไซเบอร์ ก็ได้ส่งทีมสืบสวนสอบสวนเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง และ ได้รวบรวมหลักฐานทางดิจิทัลกับทาง TSD ในทันที


โดยขณะนี้กระบวนการสอบสวนสืบสวน กำลังดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์ยังได้ ประสานงานเชิงลึกกับพันธมิตร ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งในประเทศและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อแกะรอยเส้นทางการเข้าถึงข้อมูลข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการติดตามนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีทางกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด


“จากการตรวจสอบ ทำให้เราได้ขอบเขตข้อมูลที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ซึ่งสิ่งที่อยากฝาก ก็คือ พอคนร้ายได้ข้อมูลไปแล้ว การที่เขาจะนำมาหลอกต่อ อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งเราจะเรียกว่าการหลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต โดยมิจฉาชีพ ปกติเวลาได้ข้อมูลเหล่านี้ไป เขามักจะใช้กระแสข่าว หรือข้อมูลที่เขาได้ออกไป ข้อมูลหลุดให้เป็นประโยชน์ เช่น การส่ง SMS แจ้งเตือน อ้างว่าจาก TSD ข้อมูลของท่านรั่วไหล กรุณากดลิงก์เพื่ออัพเดตระบบรักษาความปลอดภัยด่วน ตรงนี้ คือคนร้ายจะอาศัยสถานการณ์เพื่อบีบคั้นให้เกิดความกลัวให้เรารีบกดลิงก์”


นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบที่คนร้าย จะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับ VIP หรือเรียกว่า Spear Phishing ซึ่งข้อมูลที่แก๊งเหล่านี้ได้มาจะทำลายความหวาดระแวง ของเหยื่อลงไป โดยรูปแบบคือ คนร้ายอาจจะโทรหาเหยื่อ สวมรอยเป็นมาร์เก็ตติ้ง หรือเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน หรือสวมรอยเป็นโบรกเกอร์ที่เหยื่อใช้บริการอยู่ หรือ สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารนั้นโดยตรง


“คนร้ายอาจจะโทรมาบอกชื่อเรา บอกว่าตรวจพบความผิดปกติของพอร์ตหุ้น ที่ผูกกับบัญชีธนาคารนั้น ๆ เอาไว้ ซึ่งอาจจะตรง และเมื่อเหยื่อได้ยินข้อมูลถูกต้อง เป๊ะ ๆ เหยื่อจะกังวล แล้วคนร้ายอาจจะหลอกให้แอดไลน์บ้าง หรือให้ไปลงทะเบียนกับเว็บไซด์บ้าง ก็จะเป็นจุดที่คนร้ายจะได้ข้อมูลของตัวเหยื่อไป”


พันตำรวจโท พากฤต กล่าวอีกว่า การเกิดกรณีแบบนี้ แล้วยังไม่มีอะไรผิดสังเกต อย่าเพิ่งตื่นตระหนกรีบไปอายัดบัญชี โดยอยากให้มีสติก่อน เพราะในอดีตข้อมูลลักษณะนี้ก็เคยมีหลุด แต่หากเราไม่ทำตามในสิ่งที่คนร้าย พยายามใช้จิตวิทยาหลอกลวง โอกาสก็เป็นไปได้ยาก ที่ข้อมูลหรือเงินของเราจะหลุดไปได้ “ต้องระวังการที่สุดท้าย คนร้ายจะอาศัยจังหวะในการทำลายกำแพงความเชื่อใจ เพื่อหลอกลวงประชาชน และหากเราตรวจสอบแล้ว พบว่ามีความผิดปกติในการล็อกอินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือพบว่าข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปสวมรอยทำธุรกรรม อันนี้หากเกิดขึ้นให้ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อระงับเหตุทันที

จากนั้นให้เข้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หรือ ติดต่อ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”


พันตำรวจโท พากฤต กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ จะมีโทษทางพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ดี ในรายละเอียดการลงโทษต่าง ๆ ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน เมื่อสรุปชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป

Back To Top