Cover Image

อย. ใบสำคัญทะเบียนตำรับยา “TRCS BOTULINUM ANTITOXIN” แก่สภากาชาดไทย

อย. มอบใบสำคัญทะเบียนตำรับยา TRCS BOTULINUM ANTITOXIN” แก่สภากาชาดไทย
หนุนการเข้าถึงยาจำเป็น เสริมความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ

วันที่ 23 ก.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้มอบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน TRCS BOTULINUM ANTITOXIN ทะเบียนยาเลขที่ 2A 305/69 (P) ซึ่งได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ให้แก่นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย โดยมีผู้บริหาร อย. สภากาชาดไทย สถานเสาวภา ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า โรคโบทูลิซึม (Botulism) แม้พบได้ไม่บ่อย แต่เป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง เกิดจากการได้รับสารพิษโบทูลินั่ม ซึ่งอาจพบในอาหารบรรจุปิดสนิทหรืออาหารหมักดองที่ผลิตและเก็บรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ สารพิษดังกล่าวส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพาต และภาวะหายใจล้มเหลว ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ขณะที่ยาต้านพิษชนิดนี้ยังมีการพัฒนาและขึ้นทะเบียนใช้งานในวงจำกัด ในหลายประเทศ จึงถือเป็นเวชภัณฑ์สำคัญที่หลายประเทศจัดเตรียมไว้ในระบบสำรองด้านสาธารณสุข เพื่อรองรับเหตุการณ์การระบาดจากอาหารปนเปื้อน การได้รับสารพิษผ่านบาดแผล รวมถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผลิตภัณฑ์โบทูลินั่มท็อกซินที่ไม่ได้มาตรฐานหรือใช้อย่างไม่เหมาะสม

ทั้งนี้ อย. พร้อมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นอย่างทั่วถึง และเสริมสร้างความพร้อมของประเทศในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

ด้าน นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ประเทศไทย โดยสภากาชาดไทยสามารถวิจัย พัฒนา และผลิตยาต้านพิษโบทูลินัมได้ภายในประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและการพึ่งพาตนเองด้านเวชภัณฑ์ที่มีความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ ช่วยแก้ปัญหาการเข้าถึงยากำพร้า

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ อย. ที่ได้ให้คำแนะนำและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด สภากาชาดไทยยินดีให้ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการขยายความช่วยเหลือสู่ระดับภูมิภาค ตามพันธกิจหลักของสภากาชาดไทยในการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน

.นพ.วินัย วนานุกูล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะแพทย์ผู้ใช้ยาว่า โรคโบทูลิซึมเป็นโรคมีความรุนแรงสูง หากรักษาไม่ทัน ผู้ป่วยอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้นานถึง 2 เดือน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การเตรียมความพร้อมด้านเวชภัณฑ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยยังไม่มียาสำหรับรักษาโรคดังกล่าวและต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่ทั่วโลก

มีเพียงไม่กี่ประเทศที่สามารถผลิตยาชนิดนี้ได้ ดังนั้น การที่ประเทศไทยสามารถผลิต TRCS BOTULINUM ANTITOXIN ได้สำเร็จ จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนไทย ทั้งยังมีศักยภาพในการสนับสนุนและช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาจากโรคนี้เช่นเดียวกัน

Back To Top