TNITY ชี้ "ทองคำ" ใกล้จบรอบพักฐาน ลุ้นเด้งทดสอบ 5,000 เหรียญรับ "ตรุษจีน"

นายกมลชัย พลอินทวงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำว่า ขณะนี้ราคาทองคำอยู่ในช่วงพักตัวมาแล้วประมาณ 5 เดือน หลังจากทำจุดสูงสุดไปที่ระดับประมาณ 5,600 เหรียญ และปรับตัวลงมาสู่ระดับ 3,900 เหรียญ
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่ารอบการพักตัวดังกล่าวกำลังใกล้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมุมมองการลงทุนในปัจจุบันไม่สามารถอิงปัจจัยพื้นฐานแบบเดิมได้ทั้งหมด เช่น ทิศทางดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นแล้วทองคำหรือหุ้นจะต้องร่วงลงเสมอไป เนื่องจากบริบทของโลกเปลี่ยนไป การประเมินทิศทางโดยอิงกราฟเทคนิคจึงสะท้อนภาพล่วงหน้าได้ชัดเจนกว่า
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในระยะกลางถึงยาวยังคงเป็นขาขึ้น เนื่องจากราคายังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ และ 200 วันได้ โดยมองว่าจุดต่ำสุดของรอบนี้ได้ผ่านไปแล้วที่ 3,900 เหรียญ ประเมินโซนที่น่าสนใจในการทยอยเข้าซื้อสะสมจะอยู่บริเวณ 4,000-4,100 เหรียญ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือราคาต้องไม่หลุดแนวรับ 3,900 เหรียญอย่างเด็ดขาด หากหลุดระดับดังกล่าวถือว่าเสียรูปทรงทางเทคนิคและต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด
นายกมลชัย กล่าวอีกว่า คาดการณ์ว่าราคาทองคำมีโอกาสเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป โดยมีกรอบแนวต้านตามสัดส่วน Fibonacci อยู่ที่ 4,500 เหรียญ และ 4,700 เหรียญ ตามลำดับ พร้อมให้เป้าหมายการปรับตัวขึ้นของรอบนี้ไว้ที่ระดับ 4,900-5,000 เหรียญ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนในช่วงต้นปีหน้า
ส่วนราคาทองคำในประเทศ (ทองคำ 96.5%) หลังจากรอบที่ผ่านมาเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดกว่า 80,000 บาท และปรับตัวลงมาทำจุดต่ำสุดบริเวณ 60,000 กว่าบาทนั้น ประเมินว่าขณะนี้ยังต้องใช้เวลาสร้างฐานอีกประมาณ 1 เดือน เนื่องจากสัญญาณเครื่องมือทางเทคนิค เช่น MACD ยังคงติดลบ โดยมีกรอบแนวต้านสำคัญที่ 70,000-72,000 บาท และมีแนวรับสำคัญที่ 63,000 บาท ซึ่งเป็นจุดที่ห้ามหลุดเช่นเดียวกัน หากหลุดระดับนี้จะสอดคล้องกับราคาทองคำโลกที่หลุด 3,900 เหรียญ
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนแบ่งเงินทุนออกเป็น 2 ส่วน สำหรับทยอยซื้อสะสมที่แนวรับและสำรองไว้เพื่อถัวเฉลี่ย โดยสไตล์การลงทุนสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการดักซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาในโซนแนวรับ เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำและทนแรงแกว่งตัวได้ดี หรือรอให้สัญญาณทางเทคนิคยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนก่อน (Follow Buy) แม้จะต้องซื้อในราคาที่สูงกว่าแต่มีความแน่นอนกว่า ทั้งนี้ การทยอยซื้อแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) อย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมในระยะยาว
Back to top button