TITLE ร่มโพธิ์กำไร.!

ตอนนี้ทุกคนรู้ดีว่า สถานการณ์ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่แย่หมด แต่ที่หลายคนไม่รู้ มีอสังหาฯ กลุ่มหนึ่งที่จับตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือนีชมาร์เก็ต ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตได้ดี โดยมีจุดแข็ง 1) มีดีมานด์หรือความต้องการที่ชัดเจน และ 2) มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง
มิน่าจึงเห็นบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ซึ่งลงหลักปักฐานอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยเป็นผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “The Title” และให้บริการฝากเช่ารับฝากดูแลห้องชุด รับบริหารนิติบุคคลอาคารชุด มีรายได้และกำไรเติบโตก้าวกระโดด..!!
ตอกย้ำได้จากงบไตรมาส 2/2569 ที่โชว์กำไรสุทธิเติบโตกว่า 36 เท่าตัว หรือเติบโต 3,611.46% อยู่ที่ 249.41 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6.72 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมเติบโต 5 เท่าตัว หรือเติบโต 509.79% อยู่ที่ 1,451.06 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,201.97 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,424.88 ล้านบาท เติบโต 539.22% และรายได้อื่น 26.18 ล้านบาท เติบโต 73.95%
ปัจจัยหนุนมาจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการ The Title Legendary Bang-Tao, โครงการ The Title Serenity Naiyang ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ไตรมาส 1/2569 และโครงการ The Title Heritage Bang-Tao ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2569
ส่วนที่เห็นต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 534.47% มาอยู่ที่ 666.51 ล้านบาท ก็เป็นไปตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
หนุนให้งบครึ่งแรกปี 2569 พลิกมามีกำไรสุทธิ 290.99 ล้านบาท หลังจากปีที่แล้วพลาดท่ามีตัวเลขติดลบอยู่ที่ 24.62 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,997.25 ล้านบาท เติบโต 381.83% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 414.51 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,940.53 ล้านบาท เติบโต 409.63% และรายได้อื่น 56.72 ล้านบาท เติบโต 68.11%
งั้นถ้าไม่สะดุดขาตัวเอง ในปี 2569 นี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ TITLE เติบโตกระโดดโลดเต้นนะสิ..!!
ที่น่าสนใจ อสังหาฯ ที่จับตลาดนีชมาร์เก็ตอย่างนี้ อยู่รอดไม่พอ ยังทำกำไรได้ดี แถมอัตราการเติบโตก็แรงเสียด้วย แม้เป็นอสังหาฯ ไซส์กลาง ๆ ไม่ใหญ่มาก ซึ่งจากผลงานของ TITLE ที่ทำได้ดี จุดประกายให้อสังหาฯ หลาย ๆ ค่าย เริ่มหันมาโฟกัสตลาดเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ตมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI, บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA แต่ค่ายที่เล่นใหญ่เห็นจะเป็นบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ที่ปักหมุด 5 ปี (ปี 2569-2573) ในจังหวัดภูเก็ต จะลุยเปิด 30 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท เพื่อดันพอร์ตสะสมของบริษัททะยานสู่ 80,000 ล้านบาท
เมื่อค่ายใหญ่เข้ามาเล่นในตลาดนี้ ก็อาจทำให้ตลาดนี้กลายเป็น Red Ocean ไปในที่สุด…
ก็ต้องจับตาความสามารถในการแข่งขันของ TITLE ซึ่งจะถูกท้าทายมากขึ้นจากแบรนด์ใหญ่ที่มีแต้มต่อในเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์…แต่ในมุมกลับกัน การเป็นแบรนด์ใหญ่ก็เทอะทะ ไม่มีความคล่องตัว ก็อาจแพ้ทางแบรนด์ท้องถิ่นที่มีความคล่องตัว และสามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่า…
นี่อาจเป็นโอกาสให้เจ้าถิ่นอย่าง TITLE ยืนหยัดโตได้ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น…
เมื่อ TITLE โตแรงงส์อย่างนี้ แน่นอนว่าย่อมทำให้ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านบริษัท 39 เอสเตท จำกัด สัดส่วน 68.87% ซึ่งจะ Consolidate งบการเงินเข้ามาก็จะเติบโตดีไปด้วย…เชื่อขนมกินได้เลย
วานนี้ (6 ส.ค. 2569) เลยเห็นหุ้น TITLE ดี๊ด๊าตอบรับงบสวย โดยปรับขึ้นมา 2.15% ปิดตลาดที่ 9.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 10.21 ล้านบาท
วันนี้ TITLE เลยกลายเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของนักลงทุน และ ASW ไปแล้ว…
…อิ อิ อิ…