สตาร์ต่างแดน - ‘แมทธิว’โดนใจบท‘แอมไซอาห์’ หนังThe Rivals of Amziah King
เปิดอาณาจักรน้ำผึ้ง ในภาพยนตร์ดราม่า อาชญากรรม “The Rivals of Amziah King-คนอย่างคิง” เขียนบทและกำกับโดย ‘แอนดรูว์ แพตเทอร์สัน’ นำแสดงโดย ‘แมทธิว แม็กคอนาเฮย์’ ‘เคิร์ต รัสเซลล์’ และ ‘แอนเจลินา ลุกกิงกลาสส์’

ในพื้นที่ชนบทห่างไกลของรัฐโอคลาโฮมา แอมไซอาห์ คิง ได้รวบรวมกลุ่มนักดนตรีบลูแกรสส์นอกคอก ควบคู่ไปกับการดูแลกิจการผลิตน้ำผึ้งอันดับหนึ่งของเมือง จนลูกสาวบุญธรรมที่ห่างเหินกันไปกลับมาหาเขาอย่างไม่คาดคิด แอมไซอาห์จึงตั้งใจจะสร้างธุรกิจครอบครัวให้มั่นคงยิ่งขึ้น แต่สมรภูมิค้าน้ำผึ้งกลับโหดร้าย กว่าที่คิด เมื่อบรรดาคู่แข่งต่างก็พร้อมจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างมาเองกับมือ
บทสัมภาษณ์ ‘แมทธิว แม็กคอนาเฮย์’ ที่บอกถึงแรงบันดาลใจ และเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมเดินทางไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้

★ บทบาทที่คุณได้รับ
แมทธิว – “ผมรับบทเป็น แอมไซอาห์ คิง ทำโรงงานน้ำผึ้ง เป็นพ่ออุปถัมภ์ เกลนดา ภรรยาของผมเคยรับอุปการะเด็กหลายคน และตั้งแต่ที่เธอจากไปผมก็ไม่สามารถอุปการะเด็กตามกฎหมายได้อีก ผมเลยจะคอยดูแลคนหลงทางหรือคนนอกคอก รอบๆ ตัว ซึ่งพวกเขาก็กลายมาเป็นวงดนตรี เป็นเพื่อน เป็นลูกจ้าง จนกระทั่งเด็กสาว คาเทรี ผมบังเอิญเจอเธออีกครั้งในปัจจุบัน เธอและน้องชายเคยเป็นเด็กในอุปถัมภ์ของผมกับเกลนดาเมื่อ 10 ปีก่อน ผมชวนเธอกลับเข้ามาในชีวิต เธอก็กลายเป็นเหมือนลูกศิษย์คนโปรดและเป็นเหมือนลูกสาวของผมอีกครั้ง มันก็กลายเป็นเรื่องราวของเธอ”

★ อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณรับบทนี้?
แมทธิว – “คือผมไม่ได้อ่านบทที่สามารถดึงผมออกจากชีวิตส่วนตัว หรือดึงผมกลับมาอยู่หน้ากล้องตลอด 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา จนได้อ่านเรื่องนี้ ทั้งความสละสลวยทางภาษา ความไร้เดียงสา ความเป็นมา แล้วก็ความงดงาม และอารมณ์ขัน เป็นสิ่งที่ผมอยากมีส่วนร่วม และคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะถ่ายทอดออกมา ตัวละคร แอมไซอาห์ คิง คือชายระดับตำนาน ผู้ชี้นำทางให้เหล่าคนนอกคอก เป็นทั้งครูต้นแบบ เหมือนเป็นพ่อกลายๆ เขาชุบเลี้ยงเธอจากเจ้าหญิงให้กลายเป็นราชินี”

“มันก็เป็นเรื่องราวที่งดงามมาก คุณมักจะไม่ค่อยได้เห็นมันถูกถ่ายทอดออกมาโดยเฉพาะฉากหลังที่มีความออริจินัลที่ แอนดรูว์ เนรมิตออกมา ผมเดาว่าคน 90% คงจะคิดว่าหนังเรื่องนี้ถูกเซ็ตให้อยู่ในยุคปลาย 60s-70s หรือไม่ก็อยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นไปเลย แต่มันมีอยู่จริงในปัจจุบันและมันมีความบริสุทธิ์เป็นความไร้เดียงสาที่ผมคิดว่าโลกควรได้เห็น และมันก็สนุกมากๆ ด้วย”
★ ดนตรีมีบทบาทอย่างไร?
แมทธิว – “จริงๆ จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังมิวสิคัลก็คงได้ ดนตรีในเรื่องเป็นดนตรีสด เราทุกคนเล่นเครื่องดนตรี ผมเล่น แมนโดลิน หีบเพลง และผมก็ร้องเพลงเวลาที่พวกเรามารวมตัวกัน ทุกคนก็เล่นดนตรีและร้องเพลง ทุกคนได้มีส่วนร่วม หนึ่งในสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับแอมไซอาห์ คือเขามักจะเป็นดาวเด่นของงานเสมอ เพราะเขามักจะส่องสปอตไลต์ไปที่คนอื่น และทำให้พวกเขาเป็นดาวเด่นแทน”

★ คุณต้องเรียนแมนโดลินเพื่อบทนี้ด้วยหรือเปล่า?
แมทธิว – “ผมกำลังเรียนวิธีเล่นแมนโดลิน อยู่ ส่วนหนึ่งที่ผมรับเล่นหนังเรื่องนี้ ก็เพราะผมหาข้ออ้างมาตลอด 40 ปีที่จะเรียนเครื่องดนตรีประเภทสายสักชิ้น ผมเลยตัดสินใจรับงานนี้เพื่อบังคับตัวเองให้เรียนดนตรี ผมเล่น 2 เพลงหลัก และร้องในหนังเรื่องนี้อย่างเพลง Quill (ร้องร่วมกับ เบน ฮาร์เดสตี) และ Talk on Indolence (ร้องร่วมกับ เซธ อะเว็ตต์) และผมคงจะเล่นมันต่อไปหลังจากจบงานนี้”

★ การทำงานร่วมกับผึ้ง เป็นอย่างไรบ้าง?
แมทธิว – “นี่เป็นหนังที่ผมได้ทำลายสถิติตัวเองหลายอย่างเลย อย่างการเข้าฉากกับผึ้งเป็นพันๆ ตัว ไม่มี CG ของจริงล้วนๆ แต่ที่ตลกคือผมดันมารู้ว่าตัวเองแพ้ผึ้งก็ตอนถ่ายหนังเรื่องนี้ (หัวเราะ) ผมโดนต่อยตอนซ้อมหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดกล้อง ทีมงานเลยต้องเปลี่ยนคิวถ่ายฉากที่ผมต้องถือผึ้งนางพญาไปไว้เป็นฉากสุดท้ายของเรื่องเลย เผื่อผมโดนต่อยจนหน้าบวมอีกรอบ ผมเคยทำงานกับผึ้งมาแล้วทั้ง ที่เท็กซัส ที่ฮาวาย แล้วก็ที่แอละแบมา ความจริงก็คือ ผึ้งทุกรังที่คุณไปเจอ นิสัยต่างกันหมด มีผลหมดไม่ว่าอากาศร้อน เย็น หรือมันหิว อายุ สภาพอากาศ อารมณ์พวกมันเปลี่ยนไปตามปัจจัยเหล่านี้ เราได้ทำงานกับผึ้ง ถ้าคุณทำตัวนิ่งๆ พูดน้ำเสียงเรียบๆ และห้ามเกร็งเด็ดขาด ถ้ารูขุมขนคุณหดเกร็ง ถ้ามันสัมผัสได้ถึงความกังวล หรือความตึงเครียด พวกมันจะป้องกันตัวและต่อยคุณ ดังนั้น คุณต้องผ่อนคลาย ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากหลังจากที่คุณเพิ่งโดนต่อย และยังมีผึ้งเกาะอยู่เต็มตัว จะให้ผ่อนคลายมันยากมาก และผมตัวบวมเป่งเลยทั้งที่แขนและที่หน้า”

★ มีฉากไหนหรือโมเมนต์ไหนที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำบ้าง?
แมทธิว – “ฉากที่นิยามความเป็นหนังเรื่องนี้ และน่าจะเป็นฉากโปรดของ แอนดรูว์ ด้วย คือตอนที่เราเล่นเพลง Quill และผมดึง คาเทรี (แอนเจลินา ลุกกิง กลาสส์) เข้ามาแล้วบอกให้เธอร้องโซโล่ ซึ่งเธอไม่อยากทำ แต่นี่คือสิ่งที่แอมไซอาห์ทำ เขาจับคนมาอยู่กลางแสงสปอตไลต์ แล้วบอกว่า ‘เอาเลย ทำสิ เธอไม่มีทางทำพลาดหรอก’ และฉากนั้นเป็นฉากที่คาเทรีถูกดึงเข้ามาในครอบครัวของผม ซึ่งเต็มไปด้วยนักดนตรีนอกคอก เป็นฉากที่เธอลดกำแพงลง และทำให้เธอเห็นว่าเธอจะเข้ากับที่นี่อีกครั้งได้ยังไง เธอเห็นว่าผู้คนดูแลกันยังไง เธอยอมทิ้งความดื้อรั้น และคิดว่า โอเค ฉันไว้ใจที่นี่ได้ รวมถึงวิธีที่พวกเขาสนับสนุนเธอด้วย”

★ เล่าถึงผู้กำกับฯ ทำไมถึงเลือกที่จะร่วมงากับเขา?
แมทธิว – “เขาเคยทำหนัง The Vast of Night เมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ทำให้เขาได้รับข้อเสนอให้ไปฮอลลีวู้ดและกำกับหนังฟอร์มยักษ์ งบเป็นสิบล้านถึงร้อยล้านเหรียญ แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ‘ไม่ล่ะ ขอบคุณฮอลลีวู้ด ผมจะอยู่แบบนี้ และทำงานกับสิ่งที่ผมรู้จักดีกว่า’ สิ่งนี้บอกว่าเขาเป็นคนยังไง ผมเลยคิดว่าโอเค หมอนี่มีมุมมองเป็นเอกลักษณ์ แน่วแน่ และเป็นตัวของตัวเอง มันทำให้ผมมั่นใจว่า ผมกำลังร่วมงานกับคนที่จะไม่ยอมโอนอ่อนต่อแรงกดดัน แค่เพื่อให้หนังเอาใจตลาดมากขึ้น หรือเปลี่ยนบทให้กลายเป็นอย่างอื่น เขาเขียนสคริปต์ที่ออริจินัลมากๆ มันทำให้ผมเชื่อใจเขามาก ผมเลยกระโดดขึ้นรถไฟขบวนนี้ไปกับเขา”

★ คุณตื่นเต้นที่จะให้ผู้ชมได้เห็นอะไรมากที่สุด?
แมทธิว – “ความดิบ ความไร้เดียงสา และอารมณ์ขัน ซึ่งเป็นทั้งหนังรัก หนังคาวบอย หนังดราม่าอาชญากรรม ทั้งหมดในเรื่องเดียว มันเกี่ยวกับครอบครัว และสิ่งที่คุณสร้างมันขึ้นมา ไม่ใช่ครอบครัวในอุดมคติที่มีพ่อแม่ ลูกสองคน และสุนัขหนึ่งตัว มันคือกลุ่มคนนอกคอกที่มารวมตัวกัน พึ่งพากัน และสนับสนุนกันจนกลายเป็นชุมชนเล็กๆ มันคือเรื่องราวสืบสวนคดีฆาตกรรม เป็นการไขปริศนาว่าใครทำทั้งหมดนี้ ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่สนุกมากๆ”
สัมผัสความเดือดระดับพรีเมียมได้วันนี้ในโรงภาพยนตร์