Thailand Focus 2026: Reignite Thailand หัวข้อ "Thailand’s Macro Resilience — Fiscal Strength, Debt Sustainability & Sovereign Confidence" (เสถียรภาพเศรษฐกิจไทย: การคลังแกร่ง หนี้ยั่งยืน ความเชื่อมั่น ของประเทศ) - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – หัวข้อ “Thailand’s Macro Resilience — Fiscal Strength, Debt Sustainability & Sovereign Confidence” (เสถียรภาพเศรษฐกิจไทย: การคลังแกร่ง หนี้ยั่งยืน ความเชื่อมั่น ของประเทศ) วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 14:20-15:10 น.
โดย
• ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงการคลัง
• Mr. Gene Fang, Associate Managing Director, Moody’s Ratings
• ผู้ดำเนินรายการ: Ms. Grace Lim, Senior ASEAN And Asia Economist, UBS Singapore
ดร.สนั ติธารเสถียรไทย กรรมการผ้ชู่วยรฐัมนตรีประจา กระทรวงการคลัง
• รัฐบาลดำเนินนโยบายเน้น “การเติบโต ประสิทธิภาพ และวินัย” โดยมองว่าเพดานหนี้สาธารณะที่ร้อยละ 70 ของ
GDP เป็นเพียงเครื่องมือเชิง Commitment เพื่อสร้างวินัยและแสดงความโปร่งใสทางการเงิน แต่พื้นที่ทางการคลัง
ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะการเติบโตของ GDP จะช่วยลดสัดส่วนหนี้ และสร้างรายได้ภาษี
กลับคืนสู่ภาครัฐ
• ข้อจำกัดทางโครงสร้างจากสังคมสูงวัย (Demographics) ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทยลงไปราวร้อยละ 1 ต่อ ปี รัฐบาลจึงต้องมุ่งปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมต่อ GDP จากเดิมที่อยู่ในระดับร้อยละ 23-24 มานานหลายปี ให้ ขึ้นมาแตะระดับร้อยละ 30 เพื่อกระตุ้นอัตราการเติบโตตามศักยภาพ (Potential GDP) ให้เติบโตอย่างยั่งยืนที่
ระดับร้อยละ 3 หรือสูงกว่านั้น
• เนื่องจากงบประมาณกว่าร้อยละ 70 เป็นรายจ่ายประจ าในการด าเนินงาน การลงทุนภาครัฐมีสัดส่วนประมาณ
25% ของการลงทุนทั้งหมด ส่วนที่เหลือ 75% ต้องพึ่งพาภาคเอกชน ดังนั้น กุญแจส าคัญคือการดึงดูดการลงทุน
เอกชนผ่านการลดกฎระเบียบ สร้างความชัดเจนของนโยบาย และพัฒนาทักษะแรงงาน
• รัฐบาลบูรณาการร่วมกับภาคเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น
อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์แห่งอนาคต การแพทย์ครบวงจร อาหาร และการท่องเที่ยว โดยร่วมมือกัน
ผลักดันให้ GDP เติบโตเกินร้อยละ 3 เพิ่มการลงทุนรวมเป็นร้อยละ 30 ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถ
การแข่งขันตามมาตรฐาน IMD สู่ 20 อันดับแรกของโลกจากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 26 ซึ่งในไตรมาสที่ 2 การลงทุน
ภาคเอกชนเติบโตถึงร้อยละ 13 สูงสุดในรอบ 13 ปี
• การลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ไม่ได้กระจุกแค่ดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ขยายไปทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง เช่น
photonics, power electronics, PCB, ยานยนต์พลังงานใหม่, หุ่นยนต์, เทคโนโลยีชีวภาพ
• มองว่านี่ไม่ใช่เกม zero-sum ระหว่างประเทศอาเซียน แต่เป็นโอกาสร่วมกันทั้งภูมิภาค
• ไทยกำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” เนื่องจากประเทศกำลังย้ายจากอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่ยังไม่
ชำนาญ ทำให้ต้องนำเข้าเครื่องจักร/อุปกรณ์การลงทุน (capex) จำนวนมาก ซึ่งกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดให้ติดลบ
มากขึ้นในระยะสั้น
• มองว่าการติดลบจากการนำเข้าเพื่อการลงทุนนี้เป็น “สัญญาณที่ดี” เพราะสะท้อนการสร้างขีดความสามารถใน
อนาคต ไม่ใช่ปัญหาเชิงลบ
• แต่ยอมรับว่า ดุลด้านพลังงานติดลบมาก ถือเป็นส่วนที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเร่งผลักดันวาระ
เปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้า
Mr. Gene Fang, Associate Managing Director, Moody’s Ratings
• Moody’s Ratings ได้ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของไทยกลับสู่ระดับเสถียร (Stable) จากระดับเชิงลบ (Negative) ที่ระดับอันดับความน่าเชื่อถือ Baa1 สะท้อนถึงเสถียรภาพในการรับมือกับปัจจัยภายนอก และ
จุดเด่นด้านความสามารถในการช าระหนี้ที่มีสัดส่วนภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อรายได้รัฐบาลเพียง 5.5% ซึ่งต่ำกว่า
ประเทศเพื่อนบ้าน
• แม้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 35 ก่อนโควิด-19 มาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 ใน
ปัจจุบัน แต่ไทยยังมีข้อได้เปรียบสูงจากการมีตลาดเงินในประเทศที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งช่วยให้รัฐบาลสามารถ
บริหารจัดการและควบคุมต้นทุนการระดมทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• การเติบโตคือความท้าทายหลักของไทยในมุมมองด้านเครดิตหลังโควิด ไทยฟื้นตัวช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน จาก
ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมสูงวัย ทักษะแรงงานไม่ตรงตลาด และการลงทุนที่ขาดหายไปในอดีต ซึ่งส่งผลให้
Moody’s ปรับลดประมาณการอัตราเติบโตตามศักยภาพของไทย (Potential Growth) ลงเหลือร้อยละ 2.5 ดังนั้น หากไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการผลักดันอัตราเติบโตให้อยู่เหนือร้อยละ 3 จะถือเป็นความสำเร็จอย่างมี
นัยสำคัญ
• การประเมินด้านเครดิตไม่ได้พิจารณาที่มูลค่าของงบประมาณ แต่พิจารณาที่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการ
เบิกจ่ายซึ่งงบรายจ่ายลงทุนของภาครัฐในอดีตมักเบิกจ่ายต่ำกว่าเป้าหมายมากกว่าร้อยละ 30 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่
จะต้องส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันการลงทุนภาคเอกชนคิดเป็นร้อยละ 16-17 ของ GDP เข้ามา
เป็นแรงขับเคลื่อน
• ไทยเป็นเป้าหมายเด่นในการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีตามรูปแบบ “China Plus One” โดยดึงดูด
การลงทุนในกลุ่ม Data Center และ AI ได้สูงกว่าประเทศคู่เทียบเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อ GDP ทั้งนี้ การปรับ
อันดับความน่าเชื่อถือขึ้นในอนาคต จะต้องอาศัยการควบคุมหนี้สาธารณะเพื่อลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP
ควบคู่กับความสม่ำเสมอในการดำเนินและเบิกจ่ายงบประมาณลงทุน
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon