TH-AI Passport ปลอดภัยไหม? เช็กเรื่องการเก็บ Prompt และข้อมูลส่วนตัวก่อนใช้งาน
การเปิดให้ลงทะเบียนใช้งาน TH-AI Passport ที่เริ่มให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เพื่อเตรียมรับสิทธิ์ใช้งานเครื่องมือ Generative AI เป็นเวลา 1 ปี อีกประเด็นที่เริ่มได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่อง “สมัครอย่างไร” หรือ “มี AI ตัวไหนให้ใช้” แต่กลายเป็นเรื่อง Privacy หรือความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
มีผู้ใช้งาน Social Media หลายรายนำรายละเอียดจากประกาศความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์มมาเผยแพร่ โดยตั้งข้อสังเกตตั้งแต่การเก็บ Cookie, ประวัติการสนทนากับ AI ไปจนถึงวัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลไปใช้ ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า TH-AI Passport เก็บอะไรจากเราบ้าง และข้อมูลที่พิมพ์คุยกับ AI จะถูกนำไปทำอะไร?
Sanook Hitech จะมาคลายและประเด็นสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้งานจริง โดยแยกให้ชัดระหว่างข้อมูลที่ปรากฏในเงื่อนไขของบริการ ข้อกังวลที่ถูกแชร์บน Social Media และคำชี้แจงจากภาครัฐ
TH-AI Passport เป็นโครงการที่ต้องการเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ Generative AI ระดับสูง โดยกำหนดเปิดทดสอบระบบลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ก่อนเปิดตัวโครงการวันที่ 28 สิงหาคม และมีกำหนดเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ผู้สมัครต้องมีอายุอย่างน้อย 15 ปี และต้องผ่านการยืนยันตัวตนเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ใช้งาน โดยโครงการตั้งเป้าให้คนไทยเข้าถึงบริการจำนวน 5 ล้านสิทธิ์
ภาพจาก X บน Eric_Sayompoo
การเก็บข้อมูลส่วนตัวของ TH-AI Passport
หลังเปิดให้ลงทะเบียน มีผู้ใช้งาน Social Media นำรายละเอียดจากประกาศความเป็นส่วนตัวมาเผยแพร่และตั้งข้อสังเกตว่าแพลตฟอร์มมีการระบุประเภทข้อมูลและวัตถุประสงค์ของการประมวลผลไว้หลายรายการ
หนึ่งในส่วนที่ถูกแชร์คือการเก็บ Cookie ID เพื่อใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานและติดตามผลความก้าวหน้าของการลงทะเบียน ขณะที่อีกส่วนระบุถึงข้อมูลเกี่ยวกับ การสนทนากับ AI และเนื้อหาที่ป้อนเข้าสู่ระบบ รวมถึงข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานและข้อมูลการลงทะเบียนหรือระบุตัวตน เพื่อใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและป้องกันพฤติกรรมการใช้งานแพลตฟอร์มที่ไม่เหมาะสม
ข้อความส่วนนี้จึงกลายเป็นต้นเหตุของคำถามว่า การสนทนากับ AI ผ่าน TH-AI Passport มีความเป็นส่วนตัวมากน้อยแค่ไหน และข้อมูลจะถูกเก็บไว้นานเพียงใด
แล้วแชตของเราจะถูกเอาไปสอน AI หรือไม่?
ประเด็นนี้ต้องระวังการตีความ เพราะ การระบุว่าสามารถเก็บหรือประมวลผลข้อมูลการสนทนา ไม่ได้มีความหมายโดยอัตโนมัติว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไป Train โมเดล AI
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเคยชี้แจงเรื่องความปลอดภัยของ TH-AI Passport ว่า ผู้ให้บริการโมเดล AI จะไม่สามารถนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้สร้างหรือพัฒนา Generative AI ต่อได้ โดยข้อมูล User และ Prompt จะถูกจัดเก็บบน Cloud ภายในประเทศไทย และการเข้าถึงข้อมูลจะอยู่ในรูปแบบ Anonymous
กระทรวงยังระบุว่า การ Verify ID มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันสิทธิ์ของผู้ใช้งานว่าเป็นคนไทย โดยข้อมูลส่วนบุคคลจากขั้นตอนดังกล่าวจะไม่ถูกเปิดเผยแก่เจ้าของโมเดล AI
ดังนั้น ณ ตอนนี้ ยังไม่ควรสรุปว่า “แชตทุกข้อความของ TH-AI Passport จะถูกเอาไป Train AI” จากข้อความหรือภาพที่แชร์กันเพียงอย่างเดียว

แล้วทำไมถึงต้องเก็บข้อมูลการสนทนา?
จากรายละเอียดที่ถูกนำมาเผยแพร่ วัตถุประสงค์หนึ่งของการประมวลผลข้อมูลการสนทนาและพฤติกรรมการใช้งานเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและป้องกันการใช้แพลตฟอร์มในลักษณะที่อาจผิดกฎหมายหรือไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของระบบ
แนวทางลักษณะนี้ไม่ได้พบเฉพาะ TH-AI Passport เพราะบริการ AI โดยทั่วไปก็จำเป็นต้องมีระบบ Safety และ Abuse Monitoring เพื่อป้องกันการนำระบบไปใช้ในทางที่ผิด
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งาน สิ่งสำคัญคือควรทราบให้ชัดว่า ข้อมูลประเภทไหนถูกเก็บ เก็บนานแค่ไหน ใครสามารถเข้าถึงได้ และสามารถขอลบได้อย่างไร ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ควรอ่านจาก Privacy Notice ฉบับล่าสุดก่อนเริ่มใช้งานจริง
Temporary Chat ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีข้อมูลเหลือทันที
อีกประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตบน Social Media คือฟีเจอร์ที่มีลักษณะคล้าย Temporary Chat หรือการสนทนาชั่วคราว ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานบางคนอาจเข้าใจว่าเมื่อปิดหน้าต่างแล้วข้อมูลจะหายไปทันที
ตรงนี้ต้องดูเงื่อนไขของ TH-AI Passport โดยตรงว่ากำหนดไว้อย่างไร เพราะคำว่า Temporary Chat ของแต่ละบริการไม่จำเป็นต้องมีนโยบายเก็บรักษาข้อมูลเหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น บริการ ChatGPT ของ OpenAI ระบุว่า Temporary Chat จะไม่ปรากฏในประวัติ ไม่ถูกใช้สร้าง Memory และไม่ถูกนำไปใช้ปรับปรุงโมเดล แต่ OpenAI อาจเก็บสำเนาไว้สูงสุด 30 วันเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย
ดังนั้นคำว่า “Temporary” ไม่ควรถูกตีความว่า “ไม่มีการประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลใดๆ เลย” โดยไม่อ่านเงื่อนไขของบริการนั้นก่อน
ถ้าไม่สบายใจ สามารถถอนความยินยอมได้ไหม?
อีกโพสต์หนึ่งที่ถูกแชร์บน Social Media ระบุขั้นตอนสำหรับผู้ที่เชื่อมต่อ TH-AI Passport กับแอปทางรัฐและต้องการถอนความยินยอม โดยสามารถเข้าไปที่เมนู TH-AI Passport ภายในแอป แล้วเลือกเมนูเพิ่มเติมเพื่อดูรายละเอียดและดำเนินการยกเลิกตามตัวเลือกที่ระบบมีให้
อย่างไรก็ตาม การถอนความยินยอม การยกเลิกสิทธิ์ และการลบข้อมูล ไม่จำเป็นต้องมีความหมายเดียวกัน ผู้ใช้งานจึงควรอ่านข้อความที่ระบบแสดงให้ครบก่อนยืนยัน โดยเฉพาะว่าการดำเนินการนั้นยกเลิกเฉพาะการเชื่อมต่อ ยกเลิกสิทธิ์โครงการ หรือรวมถึงการร้องขอลบข้อมูลที่เคยจัดเก็บด้วยหรือไม่
สมัคร TH-AI Passport แล้ว ควรระวังอะไร?
แม้ภาครัฐจะยืนยันว่าข้อมูล Prompt จะถูกจัดเก็บภายในประเทศไทยในรูปแบบที่ไม่เปิดเผยตัวตนแก่เจ้าของโมเดล แต่หลักการใช้ Generative AI ที่ปลอดภัยยังเหมือนเดิม นั่นคือ อย่าใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นลงไปใน Prompt
- ไม่ส่ง Password, PIN, OTP หรือ Recovery Code ให้ AI
- หลีกเลี่ยงเลขบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง และข้อมูลระบุตัวบุคคล หากไม่จำเป็น
- ไม่ส่งเลขบัตรเครดิต CVV หรือข้อมูล Internet Banking
- ไม่ Upload เอกสารลับของบริษัทหรือข้อมูลที่อยู่ภายใต้ NDA โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ระวังข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น เช่น รายชื่อลูกค้า Resume หรือข้อมูลพนักงาน
- หากต้องใช้ AI วิเคราะห์เอกสาร ควรลบหรือปิดบังข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลก่อน
วิธีคิดง่ายๆ คือ ส่งให้ AI เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำงานนั้น เพราะต่อให้ระบบมีมาตรการด้าน Privacy ที่ดี การลดข้อมูลตั้งแต่ต้นทางก็ยังเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่ง่ายที่สุด

TH-AI Passport น่ากังวลไหม?
จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ คงเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า TH-AI Passport “ไม่ปลอดภัย” เพียงเพราะระบบมีการเก็บข้อมูลบางประเภท เนื่องจากบริการออนไลน์และ AI จำนวนมากก็จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลเพื่อให้บริการ รักษาความปลอดภัย และป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด
ขณะเดียวกัน การที่เป็นบริการภาครัฐก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ควรกด Accept โดยไม่อ่านอะไรเลย โดยเฉพาะเมื่อบริการเกี่ยวข้องกับ การยืนยันตัวตน ประวัติการใช้งาน และข้อความที่เราส่งให้ Generative AI
สิ่งที่ผู้ใช้งานควรทำก่อนเริ่มใช้จริงคืออ่าน Privacy Notice ให้ครบ ตรวจสอบว่าข้อมูลถูกนำไปใช้เพื่ออะไร และเลือกข้อมูลที่จะส่งให้ AI อย่างเหมาะสม
สรุป TH-AI Passport อย่าดูแค่ว่า “ได้ AI อะไรฟรี”
ถึงแม้ว่า TH-AI Passport มีข้อดีตรงที่เปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI และเรียนรู้เทคโนโลยีที่กำลังมีบทบาทกับการทำงานมากขึ้น แต่สิ่งที่มาพร้อมกันคือผู้ใช้ต้องมี Digital Literacy มากขึ้นเช่นเดียวกัน
สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การตื่นตระหนกหรือเลิกใช้ AI ทั้งหมด แต่คือการรู้ว่า บริการกำลังเก็บข้อมูลอะไร เรากำลังยินยอมอะไร และข้อมูลอะไรที่ไม่ควรส่งให้ AI ตั้งแต่แรก
เพราะสุดท้ายแล้ว การใช้ AI ให้เป็นอาจไม่ได้วัดกันแค่ว่าเขียน Prompt เก่งแค่ไหน แต่อยู่ที่เรารู้ด้วยว่า “อะไรควรถาม และอะไรไม่ควรบอก AI”