Cover Image

สัญญา TH-AI Passport ถึงมืออัยการสูงสุด

ดูเหมือนจะเงียบหายไป แต่โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท แจกสิทธิการใช้งานโมเดล AI ระดับโปรหรือพรีเมียมขึ้นไป ให้คนไทยอายุมากกว่า 15 ปีจำนวน 5 ล้านคน ในระยะเวลา 1 ปี ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยังคงเดินหน้าอย่างเงียบๆ

ล่าสุด 8 ก.ค. 2569 เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการ สดช. เปิดเผยกับนักข่าวกระทรวงดีอีว่า กระบวนการปรับแก้เงื่อนไขแนบท้ายสัญญา จากการเหมาจ่ายทั้งโครงการมูลค่า 1,600 ล้านบาท เป็นการจ่ายตามที่ใช้ (Pay per Use) ยังไม่แล้วเสร็จ มีรายละเอียดค่อนข้างมาก คณะเจรจาซึ่งคือคณะกรรมการตรวจรับ มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง ทำให้กระบวนการอาจล่าช้าไปบ้าง แต่มูลค่าโครงการน่าจะลดลง

ล่าสุดไปกว่านั้น 16 ก.ค. 2569 ขณะที่ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี อยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศจีนกับคณะนายกรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี รัชนก ศรีนอก ส.ส.พรรคประชาชน เป็นประธาน ได้นัดประชุมพิจารณางบโครงการ TH-AI Passport ต่อ เป็นเหตุให้ไชยชนกปฏิเสธการเข้าชี้แจงกับกมธ.ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3

ส่วน พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี มอบหมาย ธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อดีตรองเลขาธิการ สดช. เข้าชี้แจงร่วมกับเวทางค์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าขณะนี้การแก้ไขสัญญาแนบท้ายเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างรออัยการสูงสุดพิจารณาความถูกต้อง เนื่องจากไม่สอดคล้องกับสัญญามาตรฐาน

ขณะที่ธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน สรุปรวบยอดวาระที่ประชุมวันที่ 16 ก.ค. 2569 ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไว้ว่า การติดตามเอกสารที่ทางกมธ.ร้องขอ ตั้งแต่ 23 มิ.ย. 2569 ยังไม่ได้รับ และได้คำตอบว่าอยู่ระหว่างการเซนเซอร์ข้อมูล พร้อมกล่าวถึงข้อกังวลด้านข้อมูลความเป็นส่วนตัว (PDPA) จนต้องมีการเปิด พ.ร.บ. PDPA กลางที่ ข้ออ้างนี้จึงตกไป นำไปสู่การยืนยันจากเวทางค์ จะส่งข้อมูลที่ยังไม่ได้ส่งทั้งหมดให้ครบถ้วนภายในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 2569

มีการติดตามเงินกองทุนดีอี ซึ่งถูกอนุมัติกว่า 1,621 ล้านบาท เพื่อมาใช้ในโครงการ TH-AI Passport ว่าเหลือเท่าไร ปีถัดไปมีแนวทางอย่างไร ได้รับคำตอบว่าเป็นปีพิเศษ เนื่องจากมีเงินมากกว่าปกติจากการประมูลคลื่นความถี่ ตัวเลขโดยละเอียดจะจัดส่งให้ต่อไป รวมถึงรายละเอียดเรื่องโครงการที่มีการยกเลิกก่อนหน้า ส่วนความโปร่งใสและการเปิดการให้ทุนต่อสาธารณะ รวมทั้งการอนุมัติเงินให้ตัวเอง ยังไม่มีคำตอบ

ทางกมธ. ยังได้รับข้อมูลว่าส่วนของป้ายโฆษณาที่เป็นปัญหา ที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อต่างๆ ว่ามีราคาเพียง 900,000 บาท จาก 1,621 ล้านบาท เมื่อตรวจสอบจากราคาของผู้ให้บริการป้ายโฆษณา สเปกดังกล่าวอาจต้องใช้เงินสูงกว่าถึงสิบเท่า สะท้อนความจริงอาจมีการเสนอราคาที่เป็นไปไม่ได้จริง เพราะผู้เข้าร่วมประมูลเกี่ยวข้องกับเจ้าของป้ายโฆษณา ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม 

สอดคล้องกับที่ รัชนกมองว่า โครงการนี้อาจจะดูดี สมเหตุสมผล แม้กระทั่งตัวโครงการก็เป็นเรื่องดี ที่ให้ประชาชนได้ใช้ AI ฟรี แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ต้องโฟกัสคือการล็อกสเปกในโครงการและบริษัทที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าทำโครงการนี้ก่อนที่ทีโออาร์จะสำเร็จ

ในลำดับถัดไป กมธ.มีมติตั้งข้อสังเกตประเด็นเหล่านี้ส่งหน่วยงานตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ), สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เรื่องที่ดูเหมือนจะเงียบ แท้ที่จริงจึงน่าจะอยู่ระหว่างรอปะทุรอบใหม่ เมื่อใดก็ตามที่มีการเปิดตัวโครงการหรือเมื่อเอกสารข้อมูลที่กมธ.ร้องขอไปทั้งหมดถูกส่งถึงมือ ยี่ห้อ “รัชนก” ไม่น่าจบง่ายๆ

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney

Back To Top