Tesla เล็งขายธุรกิจในจีน เปิดทางควบรวม SpaceX : อินโฟเควสท์

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) โดยอ้างแหล่งข่าวว่า ผู้บริหารเทสลา (Tesla) ได้รับแจ้งให้เตรียมแผนแยกธุรกิจในจีนออกจากบริษัทแม่ เพื่อเปิดทางสู่ความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการกับสเปซเอ็กซ์ (SpaceX)
แผนควบรวมบริษัทของอีลอน มัสก์ ครั้งนี้อาจติดขัดอุปสรรคด้านภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบ โดยเฉพาะในจีน เนื่องจากสเปซเอ็กซ์เป็นคู่สัญญาด้านกลาโหมรายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ดูแลโครงการความมั่นคงและดาวเทียม ขณะที่เทสลาดำเนินกิจการโรงงานผลิตที่เป็นของตนเองทั้งหมดในจีน
ที่ปรึกษาของเทสลาได้หารือเกี่ยวกับทางเลือกต่าง ๆ ในการแยกธุรกิจในจีน ทั้งการแยกบริษัท (spin-off) การขายกิจการ หรือแม้แต่การปิดกิจการ อย่างไรก็ตาม รายงานของ WSJ ระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่า เทสลาจะดำเนินการกับธุรกิจในจีนได้เร็วเพียงใด และแผนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ทั้งนี้ เทสลาแตกต่างจากค่ายรถต่างชาติรายอื่น ตรงที่ธุรกิจรถยนต์ของเทสลาในจีนไม่ได้จัดตั้งในรูปแบบบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรในท้องถิ่น
ปัจจุบันโรงงานกิกะแฟกทอรีในเซี่ยงไฮ้ยังคงเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในโลกของเทสลา ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการส่งออกสำคัญไปยังยุโรปและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ในอดีต โรงงานแห่งนี้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดส่งมอบทั่วโลกของเทสลา โดยมีกำลังการผลิตมากกว่า 950,000 คันต่อปี
อนึ่ง สเปซเอ็กซ์เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยมูลค่าระดมทุนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทตามราคาปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีแตะ 1.48 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่เทสลามีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ 1.22 ล้านล้านดอลลาร์
แม้โรงงานกิกะเซี่ยงไฮ้จะทำหน้าที่เป็นช่องทางการส่งออกที่สำคัญ แต่ตัวประเทศจีนเองก็เป็นตลาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของเทสลารองจากสหรัฐฯ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งเจ้าถิ่นอย่างบีวายดี (BYD)
WSJ ระบุเสริมว่า ผู้บริหารยังได้หารือเกี่ยวกับการจัดตั้งนิติบุคคลดูแลงานขายแยกต่างหากเพื่อจัดการการส่งออกจากโรงงานเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ เทสลาอาจสร้างระบบสำนักงานแยกต่างหาก และห้ามไม่ให้พนักงานในจีนเข้าถึงหน่วยงานอื่นของบริษัทโดยตรง
เมื่อต้นเดือนนี้ มัสก์เปิดช่องความเป็นไปได้ที่ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าแห่งนี้จะควบรวมกิจการกับสเปซเอ็กซ์ โดยไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ดังกล่าว และอ้างถึงจุดร่วมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างทั้งสองบริษัท
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ชี้ให้เห็นถึง “คอขวดในทางปฏิบัติ” ในการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลสำหรับทั้งสองบริษัท โดยเฉพาะในจีน ซึ่งความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสเปซเอ็กซ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ อาจก่อให้เกิดปัญหาได้
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช