Tesla Cybercab เริ่มให้บริการในสหรัฐฯ เตรียมเปิดตัวโชว์ตัวในจีนกลางเดือนกันยายน - Carvariety

Tesla เดินหน้าโครงการแท็กซี่ไร้คนขับอย่างเป็นรูปธรรม หลังประกาศว่า Tesla Cybercab เริ่มเข้าสู่การให้บริการในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของรถ Robotaxi ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการขับขี่แบบไร้คนขับ
ขณะเดียวกัน Tesla เตรียมนำ Cybercab ไปจัดแสดงต่อสาธารณชนในประเทศจีนเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ แต่ Tesla ยืนยันว่า การจัดแสดงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อโชว์เทคโนโลยีและดีไซน์เท่านั้น ยังไม่มีแผนจำหน่ายรถหรือเปิดให้บริการ Robotaxi เชิงพาณิชย์ในจีน
Cybercab แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะภายในไม่มีทั้งพวงมาลัย แป้นคันเร่ง หรือแป้นเบรก โดยรถสามารถควบคุมการขับขี่ได้ด้วยซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติของ Tesla
ห้องโดยสารได้รับการออกแบบสำหรับผู้โดยสาร 2 คนเท่านั้น พร้อมหน้าจอกลางขนาด 22 นิ้วสำหรับใช้งานระบบต่าง ๆ ภายในรถ นอกจากนี้ Cybercab ยังไม่มีการใช้กระจกมองหลังแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการออกแบบรถสำหรับการขับขี่อัตโนมัติโดยเฉพาะ
Tesla เปิดตัว Cybercab ครั้งแรกในฐานะรถต้นแบบภายในงาน “We, Robot” เมื่อเดือนตุลาคม 2024 ก่อนที่รถคันแรกจากสายการผลิตจะออกจากโรงงาน Gigafactory Texas ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
เตรียมโชว์ Cybercab ในจีนกลางเดือนกันยายน

Tesla เปิดเผยว่า Cybercab จะถูกนำไปจัดแสดงในกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และอีกหลายเมืองของจีน ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณชนในจีนเป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม Tesla ระบุอย่างชัดเจนว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นเพียงการจัดแสดงดีไซน์และเทคโนโลยีของ Cybercab ไม่ได้หมายความว่า Tesla เตรียมเปิดจำหน่ายรถรุ่นนี้ในจีน หรือจะเริ่มให้บริการ Robotaxi เชิงพาณิชย์ในประเทศจีนในเร็ว ๆ นี้
เพื่อฉลองความคืบหน้าครั้งสำคัญ Tesla ยังได้เผยแพร่โพสต์เกี่ยวกับ Cybercab ผ่าน Weibo ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักของจีน โดยระบุในเชิงสื่อสารว่าอนาคตของการเดินทางกำลังมาถึง
Cybercab เริ่มให้บริการใน Austin แล้ว
แม้ Tesla จะประกาศว่า Cybercab เริ่มเข้าสู่การให้บริการอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯ แต่จำนวนรถที่นำมาใช้งานจริงในปัจจุบันยังมีไม่มาก
ข้อมูลจาก Texas Department of Motor Vehicles ระบุว่า ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026 Tesla ได้จดทะเบียน Cybercab เพิ่มอีก 38 คันสำหรับใช้ในกองรถ Robotaxi ในพื้นที่ ทำให้จำนวนรถทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 45 คัน
ก่อนหน้านี้ รถเหล่านี้ถูกนำไปใช้เป็นหลักสำหรับการทดสอบและให้พนักงานของ Tesla ทดลองโดยสาร
การเริ่มให้บริการในออสตินจึงถือเป็นก้าวสำคัญจากช่วงทดสอบ ไปสู่การนำรถที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการเป็น Robotaxi โดยเฉพาะมาใช้งานจริง
ใช้กล้อง 8 ตัว ขับเคลื่อนด้วย AI โดยไม่พึ่ง LiDAR
หนึ่งในจุดเด่นของ Cybercab คือแนวทางด้านระบบขับขี่อัตโนมัติ Tesla เลือกใช้กล้องความละเอียดสูงจำนวน 8 ตัวในการตรวจจับและรับรู้สภาพแวดล้อมรอบรถ
ข้อมูลจากกล้องจะถูกประมวลผลด้วยเครือข่ายประสาทเทียมแบบ End-to-End เพื่อช่วยให้รถตัดสินใจในการขับขี่แบบอัตโนมัติ
Cybercab ไม่ได้ใช้ LiDAR และไม่ต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง หรือ HD Map ในการทำงาน โดยใช้แนวทางที่ใกล้เคียงกับระบบ Full Self-Driving ของ Tesla
ด้านฮาร์ดแวร์ รถใช้ระบบประมวลผล AI 4 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับที่ติดตั้งอยู่ใน Tesla Model 3 และ Model Y รุ่นปัจจุบัน
Tesla ระบุว่า กองรถทั่วโลกของบริษัทมีข้อมูลการขับขี่แบบ Assisted Driving สะสมมากกว่า 22,500 ล้านกิโลเมตรแล้ว ณ เดือนกันยายน 2026 และข้อมูลที่รถ Tesla เก็บได้ในแต่ละวันมีปริมาณเทียบเท่ากับการขับรถของมนุษย์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 500 ปี
Tesla Cybercab วิ่งได้ไกล 673 กิโลเมตร
ในด้านระบบขับเคลื่อน Cybercab มีน้ำหนักตัวรถประมาณ 1,412 กิโลกรัม ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 47.6 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 163 kW
Tesla ระบุว่ารถมีอัตราการใช้พลังงานประมาณ 10.2 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร หรือคิดเป็นระยะทางประมาณ 9.8 กิโลเมตรต่อการใช้ไฟฟ้า 1 kWh
ขณะที่ตัวเลขระยะทางวิ่งที่ Tesla ระบุจากการทดสอบในห้องทดลองอยู่ที่สูงสุด 673 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลการทดสอบภายใต้เงื่อนไขของห้องทดลอง จึงไม่ควรนำไปเปรียบเทียบโดยตรงกับระยะทางใช้งานจริงจากขนาดแบตเตอรี่และอัตราการใช้พลังงาน
Tesla ตั้งเป้าลดต้นทุน Robotaxi เหลือเพียง 0.20 ดอลลาร์ต่อไมล์

นอกจากเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติแล้ว ต้นทุนการให้บริการถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Cybercab
Tesla ตั้งเป้าว่า เมื่อระบบ Robotaxi ขยายตัวจนถึงระดับการผลิตและการให้บริการเต็มรูปแบบ ต้นทุนการเดินทางของ Cybercab จะลดลงเหลือประมาณ 0.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อไมล์ ซึ่ง Tesla มองว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในปัจจุบันประมาณ 10 เท่า
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายในระยะยาว ไม่ใช่ต้นทุนการดำเนินงานจริงของกองรถ Cybercab ขนาดเล็กที่กำลังให้บริการอยู่ในปัจจุบัน
Tesla ต้องการลดต้นทุนผ่านหลายปัจจัย ทั้งการออกแบบให้รองรับผู้โดยสารเพียง 2 คน การลดการใช้พลังงาน การตัดต้นทุนคนขับ รวมถึงกระบวนการผลิตรูปแบบใหม่
ใช้ระบบผลิตแบบ Unboxed ลดขั้นตอนการประกอบ
Cybercab ถูกพัฒนาร่วมกับแนวคิดการผลิตแบบ “Unboxed Manufacturing” ซึ่งเปิดโอกาสให้ชิ้นส่วนและชุดประกอบต่าง ๆ ถูกผลิตขึ้นพร้อมกัน ก่อนนำมาประกอบขั้นสุดท้าย
Elon Musk ซีอีโอของ Tesla เคยระบุว่า เป้าหมายระยะยาวของระบบการผลิตนี้คือการสามารถผลิตรถยนต์ออกจากสายการผลิตได้ประมาณ 1 คันทุก 5-10 วินาที
Cybercab ยังถูกออกแบบให้รองรับระบบชาร์จไฟแบบไร้สาย รวมถึงระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถทำงานในรูปแบบ Robotaxi ได้โดยลดการพึ่งพามนุษย์ ทั้งในขั้นตอนการชาร์จ การดูแลรักษา และการเตรียมรถสำหรับรับผู้โดยสารรายต่อไป
Tesla เผชิญการแข่งขันจาก Robotaxi จีน

การเริ่มให้บริการ Cybercab ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังเร่งผลักดัน Robotaxi สู่การใช้งานจริงเช่นกัน
หนึ่งในคู่แข่งสำคัญคือ XPeng ซึ่งได้เริ่มทดสอบ Robotaxi ที่พัฒนาบนพื้นฐานของรถ SUV ขนาดใหญ่ โดยบริษัทระบุว่าสามารถทำคำสั่งทดสอบภายในมากกว่า 2,000 เที่ยวในเมืองกว่างโจว และมีแผนเริ่มให้บริการผู้โดยสารโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยนั่งอยู่ภายในรถตั้งแต่ปี 2027
แนวทางของ XPeng มีความคล้ายคลึงกับ Tesla ในบางส่วน โดยใช้ระบบตรวจจับด้วยกล้องเป็นหลัก และไม่พึ่งพา LiDAR หรือ HD Map ในการขับขี่
XPeng ใช้ชิปประมวลผลการขับขี่อัจฉริยะ Turing AI ที่พัฒนาขึ้นเอง พร้อมระบบ Vision-Language-Action หรือ VLA รุ่นที่ 2.0 สำหรับช่วยประมวลผลและตัดสินใจในการขับขี่
ขณะที่ Baidu Apollo Go ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด Robotaxi ของจีน รายงานว่าให้บริการผู้โดยสารไปแล้วมากกว่า 22 ล้านเที่ยว ณ เดือนเมษายน 2026
นอกจากนี้ จีนยังมีบริษัท Robotaxi รายสำคัญอย่าง WeRide และ Pony AI ซึ่งต่างขยายธุรกิจออกไปยังตลาดต่างประเทศแล้ว
Cybercab อาจเป็นจุดเปลี่ยนของตลาด Robotaxi
การเข้าสู่การให้บริการของ Tesla Cybercab ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับ จากเดิมที่ Robotaxi ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองและใช้รถยนต์ดัดแปลง มาสู่รถที่ Tesla พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการเดินทางแบบไร้คนขับ
ด้วยตัวรถที่ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ การออกแบบให้รองรับผู้โดยสาร 2 คน รวมถึงระบบขับขี่ที่ใช้กล้องและ AI เป็นหัวใจสำคัญ Tesla ต้องการลดทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนการให้บริการในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การขยายจำนวนรถ การพิสูจน์ความปลอดภัยในสถานการณ์จริง การได้รับอนุญาตจากหน่วยงานในแต่ละประเทศ และการทำให้ต้นทุนการให้บริการเข้าใกล้เป้าหมายที่ Tesla วางไว้
หลังจากเริ่มให้บริการใน Austin แล้ว การนำ Cybercab ไปจัดแสดงในจีนช่วงกลางเดือนกันยายนจึงเป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าจับตามอง แม้ในเวลานี้ Tesla ยังไม่มีแผนเปิดจำหน่ายหรือให้บริการ Robotaxi เชิงพาณิชย์ในจีนก็ตาม
Cr.cnevpost