Cover Image

เปิดราคา Suzuki e-Sky รถ Kei Car ขุมพลังไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของค่าย เริ่ม 4.5 แสน ใช้แบตเตอรี่ BYD วิ่งไกลสุด 310 กม. - HeadLight Magazine

11 ตุลาคม 2026 เวลา 09:44 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 13 ครั้ง

Suzuki เตรียมวางจำหน่าย e-Sky รถ Kei Car ขุมพลังไฟฟ้าล้วนในญี่ปุ่น วันที่ 16 พฤศจิกายน 2026 โดยตั้งราคาเริ่มต้น 2.12 ล้านเยน หรือประมาณ 4.5 แสนบาท วางตำแหน่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีราคาต่ำที่สุดในตลาดญี่ปุ่น การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Suzuki ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในตลาด Kei Car ของญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมาเน้นทำตลาดรถยนต์ขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปเป็นหลัก

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ Suzuki สามารถกดราคาจำหน่ายของ e-Sky ให้ต่ำได้ คือความร่วมมือกับ BYD โดย Suzuki เลือกใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) จากหน่วยธุรกิจแบตเตอรี่ของผู้ผลิตรถยนต์จีนรายนี้ ขณะที่ตัวรถพัฒนาบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ พร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า e-Axle ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Suzuki ระบุว่า e-Sky ทำระยะทางขับขี่สูงสุด 310 กิโลเมตร และมีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าตามมาตรฐาน WLTC ที่ 97 Wh/km ซึ่ง Suzuki เคลมว่าอยู่ในระดับชั้นนำของรถประเภทเดียวกัน

แบตเตอรี่ของ Suzuki e-Sky มีความจุ 26 kWh โดยตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,030 กิโลกรัม ส่วนคู่แข่งอย่าง BYD Racco รุ่นเริ่มต้นใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 22.4 kWh สามารถทำระยะทางได้สูงสุด 210 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC ขณะที่รุ่น Racco 300 Plus และ Racco 300 Premium ใช้แบตเตอรี่ขนาด 35.84 kWh และทำระยะทางได้สูงสุด 320 กิโลเมตร ตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ e-Sky ใช้ตัวเลขระยะทาง 310 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ในข้อมูลอีกชุดหนึ่ง จึงควรระมัดระวังเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับตัวเลข WLTC ของ BYD Racco โดยตรง

ด้านมิติตัวถัง Suzuki e-Sky มีความยาว 3,395 มิลลิเมตร กว้าง 1,475 มิลลิเมตร สูง 1,625 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,460 มิลลิเมตร ขณะที่ BYD Racco มีความยาวและความกว้างเท่ากัน แต่ตัวรถสูง 1,800 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2,520 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ Racco รุ่นแบตเตอรี่ 22.4 kWh อยู่ที่ 1,160 กิโลกรัม ส่วนรุ่นแบตเตอรี่ 35.84 kWh มีน้ำหนักประมาณ 1,220–1,230 กิโลกรัม ความแตกต่างด้านน้ำหนักและความจุแบตเตอรี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลต่อระยะทางขับขี่ของรถแต่ละรุ่น

Suzuki จะทำตลาด e-Sky ทั้งหมด 3 รุ่นย่อย โดยรุ่นเริ่มต้นมุ่งเน้นลูกค้าองค์กรและใช้ระบบสั่งผลิตตามคำสั่งซื้อ เพื่อลดต้นทุนจึงตัดอุปกรณ์บางรายการออก รวมถึงระบบชาร์จเร็ว บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมของทั้ง 3 รุ่นไว้ที่ 1,000 คันต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Electrek ระบุว่าเงินอุดหนุนสำหรับ e-Sky ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการในเวลาที่เผยแพร่ข่าว 

แต่หากรถได้รับเงินสนับสนุนในอัตราเดียวกับจำนวน 568,000 เยน  Suzuki e-Every ซึ่งเป็นรถ Kei Car เชิงพาณิชย์ขุมพลังไฟฟ้าล้วนของบริษัท ราคาหลังหักเงินอุดหนุนของ e-Sky จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ Suzuki Spacia รถ Kei Car เครื่องยนต์เบนซินรุ่นยอดนิยมของค่าย ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 1.53 ล้านเยน หรือ 324,050 บาท

เมื่อเปรียบเทียบราคา BYD Racco รุ่นเริ่มต้นมีราคาจำหน่าย 2.145 ล้านเยน (ประมาณ 454,306 บาท) ส่วน Racco 300 Plus อยู่ที่ 2.398 ล้านเยน (ประมาณ 507,890 บาท) และ Racco 300 Premium อยู่ที่ 2.497 ล้านเยน (ประมาณ 528,858 บาท) ขณะที่ Nissan Sakura มีราคาเริ่มต้น 2,448,600 เยน (ประมาณ 518,607 บาท) ดังนั้น Suzuki e-Sky จึงตั้งราคาเริ่มต้นต่ำกว่า BYD Racco เล็กน้อย และต่ำกว่า Nissan Sakura อย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบราคาก่อนหักเงินอุดหนุน อย่างไรก็ตาม ราคาสุทธิหลังหักเงินสนับสนุนจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสิทธิ์ที่รถแต่ละรุ่นได้รับจากรัฐบาลญี่ปุ่น

ในปี 2025 Suzuki มียอดขายรถยนต์ Kei Car เครื่องยนต์เบนซินรวม 556,632 คัน แสดงให้เห็นถึงฐานตลาดรถยนต์ขนาดเล็กที่แข็งแกร่งของบริษัท ขณะที่ BYD Racco ซึ่งเริ่มทำตลาดในเดือนกรกฎาคม มียอดขายสะสม 1,800 คันตามข้อมูลที่รายงาน โดย BYD ยังมีแผนขยายตลาดไปยังศรีลังกาและมาเก๊า การเปิดตัว e-Sky จึงเป็นอีกก้าวของการแข่งขันในตลาด Kei Car ไฟฟ้าของญี่ปุ่น ซึ่งผู้ผลิตต่างต้องหาจุดสมดุลระหว่างราคา ระยะทางขับขี่ และต้นทุนแบตเตอรี่

สำหรับ BYD Racco บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 10,000 คันภายในสิ้นปี 2026 โดยมีรายงานว่าสามารถรับจองได้ 1,000 คันภายใน 2 สัปดาห์แรกหลังเปิดรับคำสั่งซื้อ และมียอดขายสะสม 1,800 คันนับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในเดือนกรกฎาคม ตามข้อมูลอีกชุดที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ BYD Japan ยังประกาศยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสมในประเทศครบ 10,000 คัน ขณะที่บริษัทยังมีแผนขยายตลาดไปยังศรีลังกาและมาเก๊า การเข้ามาของ Suzuki e-Sky จึงเพิ่มการแข่งขันในตลาด Kei Car ไฟฟ้าของญี่ปุ่น โดยมีทั้งราคา ต้นทุนแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และระยะทางขับขี่เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค

ที่มา: Carnewschina , Electrek

Back To Top