Cover Image

SSP ลุยขยายกำลังผลิต 1 พันเมกะวัตต์ปี 75 โบรกชูกำไรโต แนะสะสมเป้า 8.30 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยบทวิเคราะห์ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ภายหลังเข้าร่วมงานสัมมนารับฟังข้อมูลจากผู้บริหารบริษัท โดยประเมินว่า SSP กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ จากแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ รวมถึงโอกาสขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในระยะยาว

ทั้งนี้ ผู้บริหาร SSP ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตติดตั้งเป็น 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 จากปัจจุบันที่มีโครงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วรวม 333 เมกะวัตต์ และมีโครงการในมือที่รอทยอย COD อีกกว่า 425 เมกะวัตต์ ภายในระยะเวลา 6 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าปริมาณการผลิตไฟฟ้าในปี 2571 จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว จากการรับรู้การผลิตไฟฟ้าของโครงการใหม่ได้เต็มปี

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะถัดไป บริษัทจะมุ่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ควบคู่กับการแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับตลาดเป้าหมาย 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพื่อขยายฐานธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและสร้างโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้านแผนการจัดหาเงินทุน SSP ใช้กลยุทธ์บริหารพอร์ตสินทรัพย์ผ่านการจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว เพื่อนำเงินกลับมาลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ เช่น การขายโครงการโรงไฟฟ้า Yamagata ในประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทประเมินความต้องการเงินลงทุนในช่วงปี 2569–2570 ประมาณ 12,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่จะมาจากเงินกู้เพื่อพัฒนาโครงการ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายสินทรัพย์ ซึ่งผู้บริหารยืนยันว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เพื่อรองรับแผนการลงทุนดังกล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชนในไต้หวัน โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายใหญ่ ขณะที่แนวนโยบายการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) ในประเทศไทย อาจเปิดโอกาสให้ SSP ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) และผู้ประกอบการที่มีความต้องการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 บล.เอเซีย พลัส คาดว่า SSP จะมีกำไรปกติ 693.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ รวมถึงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่ปรับตัวดีขึ้นจากโครงการเดิม

ทั้งนี้ โครงการที่คาดว่าจะเริ่ม COD ในช่วงปลายปี 2569 ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะจำนวน 2 โครงการ กำลังการผลิตรวม 19.8 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการผลิตไฟฟ้าของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ SPN ที่เพิ่มขึ้นภายหลังเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์แล้วเสร็จ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม TTTV ที่กลับมาเดินเครื่องได้เต็มปี และการรับรู้ผลการดำเนินงานของโครงการ LEO2 ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ได้เต็มปี

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวของปริมาณการผลิตไฟฟ้าของโครงการพลังงานลม หลังผ่านช่วงฤดูกาลที่มีปริมาณลมต่ำ (Low Season) ในไตรมาส 2/2569 ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นคาดว่าจะมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังคาดว่า กำไรปกติไตรมาส 4/2569 จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดรายไตรมาสของปี จากปัจจัยสนับสนุนด้านการผลิตไฟฟ้าและการรับรู้รายได้จากโครงการต่าง ๆ ส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปีมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยบวกเพิ่มเติมในระยะถัดไป SSP ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไต้หวัน ขนาดกำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในระยะใกล้ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังไม่ถูกรวมอยู่ในประมาณการผลประกอบการของฝ่ายวิจัย จึงถือเป็นโอกาสเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนการเติบโตของบริษัท หากการเจรจาประสบความสำเร็จ

สำหรับคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “ทยอยสะสม” หุ้น SSP เมื่อราคาปรับตัวอ่อนลง โดยให้ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 8.30 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มกำไรที่เติบโตทั้งระยะสั้นและระยะยาว พร้อมประเมินโอกาสสร้างผลตอบแทนรวมจากส่วนต่างราคาและเงินปันผลมากกว่า 11% ตามระดับราคาที่ใช้อ้างอิงในบทวิเคราะห์

Back To Top