Cover Image

SPTX ลงทุนแบบโค้ชซัน.!?


หากเอ่ยชื่อบริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX หลายคนอาจคิดว่าเป็นหุ้นน้องใหม่ แต่ที่ไหนได้เป็นหุ้นเก่าแก่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มายาวนาน หรือเข้าตลาดฯ มาตั้งแต่ปี 2547 ภายใต้ชื่อบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือ SLC ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NEWS ก่อนจะถูกแปลงร่างมาเป็น SPTX ในปัจจุบัน โดยมี “ซัน-กระทรวง จารุศิระ” หรือที่รู้จักในชื่อ “โค้ชซัน” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

SPTX คงไม่ตกเป็นเป้าสายตาของใครหรอก ถ้าไม่มีธุรกรรมแปลก ๆ ชวนให้พิศวงสงสัย..!?

จากกรณีมติบอร์ดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 อนุมัติเข้าลงทุนในบริษัท รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการสำนักงานทางการแพทย์และศัลยกรรมด้านความงาม และการชะลอวัย ปัจจุบันมี 4 สาขา ได้แก่ สาขาสุขุมวิท 49 สาขาพระราม 2 สาขาเลียบด่วนรามอินทรา และสาขารัตนาธิเบศร์ และสาขาที่มีการใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้า ได้แก่ สาขาทวีวัฒนา โดยจะซื้อหุ้นสัดส่วน 92.00% คิดเป็นมูลค่า 1,192 ล้านบาท 

เอ๊ะแรก… SPTX ซึ่งมีรายได้ระดับร้อยล้านบาทเศษ แถมขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว คิดการใหญ่จะซื้อกิจการคลินิกเสริมความงามมูลค่าระดับพันล้านบาท…ก็ไม่ธรรมดาแล้วนะ  

โดยการชำระค่าหุ้น “รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย” นั้น สเต็ปแรก SPTX จะออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 85,000 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 0.01 บาท รวมเป็นมูลค่า 850 ล้านบาท เพื่อนำไปแลกหุ้นสัดส่วน 65.44% ให้กับบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด  จากนั้นจะควักเงินสดอีกก้อนราว 345 ล้านบาท เพื่อจ่ายเป็นค่าหุ้นสัดส่วน 26.56% ให้กับบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ฮ่องกง) จำกัด 

ว่าแต่ SPTX จะไปเอาเงินสดมาจากไหนเนี่ย…เพราะถ้าดูสถานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดในกระเป๋าแค่ 56.09 ล้านบาทเท่านั้น จะไปกู้แบงก์ หรือผู้ถือหุ้นใหญ่จะปล่อยกู้ให้ หรือขายทรัพย์สิน หรือออกหุ้นกู้…อันนี้ก็ไม่รู้สินะ

แต่ที่รู้…ภายหลังธุรกรรมเสร็จสิ้น นอกจาก “รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์” จะได้เงินก้อนโตจากการขาย “รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย” เข้ากระเป๋าแล้ว…อ้อ ลืมบอกไปว่าทั้งบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ฮ่องกง) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่เอี่ยมอ่อง ก็เป็นของ “รัสมิ์ภูมิ” นั่นแหละ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SPTX โดยถือหุ้นเพิ่มจากเดิมที่ถือทั้งทางตรงและทางอ้อม 20.87% เป็น 43% เลยทีเดียว…

แหม๊…ขายบริษัทได้เงินไปแล้ว ยังตามมาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผ่านการถือหุ้นใหญ่ SPTX อีกนะเนี่ย…

อ้าว…งั้น SPTX ก็เปลี่ยนมือจาก “ซัน-กระทรวง” ไปเป็นของ “รัสมิ์ภูมิ” โดยสมบูรณ์แบบแล้วนะสิ..!!

ส่วนเอ๊ะต่อมา…ทำไมต้องมีการจัดตั้งบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ฮ่องกง) จำกัด ขึ้นมาใหม่ด้วย ซึ่งพอหลังจากธุรกรรมซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จ ก็จะยกเลิกบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ไป…ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ…ไม่เข้าใจ๋จริง ๆ พับผ่าสิ..!!

คนที่เกี่ยวข้องน่าจะต้องชี้แจงประเด็นนี้หน่อยมั้ย…หรือจะเป็นวิธีในการบริหารภาษีอ๊ะป่าว..?? ไม่รู้ ๆ

ไม่แค่นั้น หลังจากทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นกันแล้ว “รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย” จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นที่ตั้งของคลินิกสาขาสุขุมวิท 49 และสาขาพระราม 2 ให้แก่ “รัสมิ์ภูมิ” รวมมูลค่าไม่เกิน 245.15 ล้านบาท แล้วจากนั้นก็จะทำสัญญาเช่ากลับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้ง 4 สาขา จาก “รัสมิ์ภูมิ” รวมกัน 1.03 ล้านบาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 ปี หากมีการต่อสัญญาจะปรับเพิ่มค่าเช่าขึ้นได้ไม่เกิน 10% ของอัตราค่าเช่าเดิม

ต้องยกให้เป็นธุรกรรมขั้นเทพนะเนี่ย…ส่วนในมุมไหนบ้าง…อย่าให้ต้องสาธยายเลยเนอะ

ว่าแต่ใครมันช่างออกแบบธุรกรรมนี้นะ..?? อยากรู้จัง

โอเค…การที่ SPTX แตกไลน์มาสู่ธุรกิจเสริมความงาม…พอเข้าใจได้ แม้จะข้ามสายพันธุ์มาจากธุรกิจหลักทรัพย์และการเงินก็เถอะ…แต่ที่หลายคนไม่เข้าใจ เงินที่ซื้อกิจการสูงไปหรือเปล่า..?? 

แถมยังเป็นธุรกรรมที่ชวนให้พิศวงสงสัย…เลยมีข้อห่วงใยจากตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งให้  SPTX ชี้แจงข้อมูลด่วน ๆ ภายในวันที่ 5 ต.ค.นี้

ส่วนให้ชี้แจงประเด็นใดบ้างนั้น…ลองเข้าไปหาดูใน SET ละกัน…

เอาเป็นว่า..ธุรกรรมนี้จะผ่านหรือไม่..? ต้องวัดใจผู้ถือหุ้นซึ่งนัดหมายประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 พ.ย. 2569 นี้

จะหมู่หรือจ่า..!!

…อิ อิ อิ…

Back To Top