Cover Image

มหากาพย์ SoftBank จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 1: เด็กหนุ่มจากลังผลไม้ และการปฏิวัติที่ไม่มีใครเชื่อ

มหากาพย์ SoftBank จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 1: เด็กหนุ่มจากลังผลไม้ และการปฏิวัติที่ไม่มีใครเชื่อ

บทความโดย : Morika www.marumura.com

ถ้าเราลองกางรายชื่อบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกยุคปัจจุบันขึ้นมาดู เราจะพบว่าส่วนใหญ่เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกาหรือจีน แต่ท่ามกลางยักษ์ใหญ่เหล่านั้น มีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นอยู่บริษัทหนึ่งที่ไม่ได้สร้างสมาร์ทโฟน ไม่ได้ขุดเจาะน้ำมัน และไม่ได้ผลิตรถยนต์เป็นธุรกิจหลัก แต่พวกเขากลับกุมชะตากรรมของสตาร์ทอัพเปลี่ยนโลกเอาไว้เกือบครึ่งค่อนโลก บริษัทที่ว่านี้คือ SoftBank Group อาณาจักรการลงทุนแสนล้านดอลลาร์ที่พร้อมจะทุ่มเงินเดิมพันกับอนาคตอย่างบ้าบิ่นที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลก

เรื่องราวของ SoftBank ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ความสำเร็จขององค์กรธรรมดาๆ แต่มันคือมหากาพย์การต่อสู้ สัญชาตญาณอันเฉียบคม และความทะเยอทะยานอันไร้ขอบเขตของชายคนหนึ่งที่ชื่อ ซัน มาซาโยชิ (Son Masayoshi) แต่ก่อนที่ชายคนนี้จะกลายเป็นราชาเงินทุนที่ซิลิคอนแวลลีย์ต้องสยบ ก่อนที่เขาจะมีเงินถุงเงินถังไปไล่ซื้อกิจการระดับโลก ทุกอย่างต้องย้อนกลับไปในปี 1981 ในห้องแถวเล็กๆ ที่ไม่มีใครเชื่อเลยว่า เด็กหนุ่มลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่นวัย 24 ปีคนนี้ จะกำลังเริ่มต้นสร้างสิ่งที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกดิจิทัลไปตลอดกาล

มหากาพย์ SoftBank จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 1: เด็กหนุ่มจากลังผลไม้ และการปฏิวัติที่ไม่มีใครเชื่อ

ซัน มาซาโยชิ (Son Masayoshi)

หากเราย้อนเวลากลับไปในประเทศญี่ปุ่นช่วงต้นทศวรรษ 1980 ยุคนั้นคือยุคทองของอุตสาหกรรมการผลิต หรือ Hardware ยักษ์ใหญ่อย่าง Sony, Panasonic และ Toyota กำลังประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ไปทั่วโลกด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์คุณภาพสูง คำว่า “ธุรกิจไอที” หรือ “ซอฟต์แวร์” ยังเป็นคำที่ห่างไกลจากความเข้าใจของคนทั่วไปอย่างมาก คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ในยุคนั้นมีสถานะไม่ต่างจากของเล่นราคาแพงของกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม หรือพวกเนิร์ดเทคโนโลยีเท่านั้น ท่ามกลางกระแสธารของยุคอุตสาหกรรม ซัน มาซาโยชิ เด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นหลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (UC Berkeley) กลับมองเห็นภาพอนาคตที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ซันไม่ได้เกิดมาในครอบครัวร่ำรวยหรือมีเส้นสายในสังคมญี่ปุ่น เขาเป็นชาวญี่ปุ่นเชื้อสายเกาหลี (Zainichi Korean) ซึ่งในยุคนั้นต้องเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติและอคติทางสังคมอย่างรุนแรง แต่ความยากลำบากเหล่านั้นกลับหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและมองการณ์ไกลกว่าคนรุ่นเดียวกัน ระหว่างที่ศึกษาอยู่ในอเมริกา ซันไม่ได้แค่เรียนหนังสือ แต่เขาใช้เวลาทุกวันในการคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรม หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของเขาในวัยหนุ่มคือการพัฒนา “เครื่องแปลภาษาอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งเขาได้นำสิทธิบัตรนี้ไปขายให้กับบริษัท Sharp ได้เงินทุนก้อนแรกมาสูงถึงประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เงินก้อนนั้นเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีเมื่อเขากลับมาถึงญี่ปุ่น ซันไม่ได้รีบร้อนที่จะตั้งบริษัทเพื่อหาเงินไปวันๆ แต่เขาใช้เวลาเตรียมตัวยาวนานถึงหนึ่งปีเต็มเพื่อทำวิจัยและวิเคราะห์โมเดลธุรกิจต่างๆ มากกว่า 40 รูปแบบ เขาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ธุรกิจประเภทไหนที่จะสามารถเติบโตและคงอยู่ไปได้อีก 50 ปี หรือ 100 ปีข้างหน้า โดยที่ตัวเขาเองจะยังคงมีความหลงใหลในมันอยู่ทุกวัน คำตอบที่เขาค้นพบในตอนนั้นคือ “คอมพิวเตอร์” แต่ไม่ใช่การสร้างตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเขารู้ดีว่าไม่มีทางสู้ทุนหนาของยักษ์ใหญ่อย่าง NEC หรือ Fujitsu ได้ สิ่งที่ซันมองเห็นคือ “ช่องว่าง” ขนาดมหึมาในตลาดยุคนั้น

ลองนึกภาพตามดูง่ายๆ ในปี 1981 เริ่มมีบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นมากมาย และในขณะเดียวกันก็มีร้านค้าปลีกที่อยากจะเอาซอฟต์แวร์เหล่านี้ไปขาย แต่ปัญหาก็คือ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไม่รู้จะไปขายให้ใคร ส่วนร้านค้าก็ไม่รู้จะไปหาซอฟต์แวร์ดีๆ จากไหน มันไม่มี “สะพานเชื่อม” หรือช่องทางการจัดจำหน่ายที่เป็นศูนย์กลางเลย ซัน มาซาโยชิ จึงตัดสินใจสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นสะพานเชื่อมนั้น เขาเลือกที่จะทำธุรกิจ “ผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์” (Software Distributor) และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งบริษัทที่ชื่อว่า Nihon SoftBank ในเดือนกันยายน ปี 1981 ณ เมืองฟุกุโอกะ คำว่า SoftBank มีความหมายที่ตรงตัวและเรียบง่ายที่สุด นั่นคือ “ธนาคารที่เป็นศูนย์รวมของซอฟต์แวร์”

เรื่องเล่าที่เป็นตำนานและถูกกล่าวขานมากที่สุดในวันเปิดบริษัทวันแรกคือ ซัน มาซาโยชิ ในวัย 24 ปี จ้างพนักงานพาร์ตไทม์มาได้เพียง 2 คน สำนักงานในตอนนั้นเป็นเพียงห้องแถวเก่าๆ ที่มีลังผลไม้ขนาดย่อมตั้งอยู่ตรงกลาง ซันเดินเข้าไปในห้อง ขึ้นไปยืนบนลังผลไม้ใบนั้น จ้องมองไปที่พนักงานทั้งสองคนแล้วประกาศวิสัยทัศน์ด้วยน้ำเสียงอันดังและเต็มไปด้วยความขึงขังว่า ในอีก 30 ปีข้างหน้า บริษัทของเราจะมีรายได้นับแสนล้านเยน เราจะมีคู่ค้าอยู่ทั่วโลก และเราจะเป็นผู้ควบคุมช่องทางจัดจำหน่ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์

ผลลัพธ์ของสปีชอันทรงพลังในวันนั้นน่ะหรือครับ? พนักงานพาร์ตไทม์ทั้งสองคนตื่นตระหนกตกใจอย่างมาก พวกเขาคิดว่าเจ้านายหนุ่มคนนี้ต้องเป็นคนบ้า หรือไม่ก็เป็นพวกสิบแปดมงกุฎที่กำลังสร้างเรื่องหลอกลวง หลังจากวันนั้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ พนักงานทั้งสองคนก็ยื่นใบลาออกดื้อๆ ทิ้งให้ซันเดินหน้าต่อเพียงลำพัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นของเขาลดน้อยลงไปเลย
บททดสอบแรกของธุรกิจจัดจำหน่ายคือ “ความน่าเชื่อถือ” ในฐานะบริษัทเกิดใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีทั้งผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ยอมส่งสินค้าให้ และไม่มีร้านค้าปลีกไหนยอมให้เอาของไปวาง ซันรู้ดีว่าการจะย้ายภูเขาทั้งลูกนี้ เขาต้องการหมากเด็ดที่จะเปลี่ยนเกมทั้งหมด โอกาสนั้นมาถึงในงานแสดงเทคโนโลยี Tokyo Electronics Show ซันตัดสินใจนำเงินเก็บก้อนใหญ่ที่เหลืออยู่ไปเช่าบูธที่ใหญ่ที่สุดในงาน ซึ่งเป็นทำเลทองที่อยู่ติดกับยักษ์ใหญ่อย่าง Sony และ Matsushita ท่ามกลางสายตาของคนในวงการที่มองว่านี่เป็นการกระทำที่โง่เขลาและตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แต่ในมุมของซัน นี่คือการสร้าง Brand Awareness ที่เร็วที่สุด

ซันโทรศัพท์หาบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดเล็กและกลางทั่วญี่ปุ่น แล้วยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผมมีบูธที่ใหญ่ที่สุดในงาน คุณเอาซอฟต์แวร์ของคุณมาจัดแสดงในบูธของผมได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักเยนเดียว ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เหล่านั้นต่างตอบตกลงทันที งานในวันนั้นทำให้ชื่อของ Nihon SoftBank กลายเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน ร้านค้าปลีกและผู้บริโภคต่างหลั่งไหลเข้ามาดูซอฟต์แวร์ที่หลากหลายที่สุดในงาน และความสำเร็จจากงานนั้น ก็นำพาให้ซันได้พบกับจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดในยกแรก นั่นคือการได้เข้าพบกับผู้บริหารของ Joshin Denki ซึ่งเป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันไซในยุคนั้น

ซันเดินเข้าไปหาประธานของ Joshin Denki ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมและยื่นข้อเสนอสุดโต่งว่า ถ้าคุณต้องการจะเปิดแผนกคอมพิวเตอร์ให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องให้ Nihon SoftBank เป็นผู้จัดหาซอฟต์แวร์ให้คุณแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive Dealer) แลกกับการที่ผมจะนำซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุด ทันสมัยที่สุดในตลาดมาป้อนให้คุณก่อนใคร ด้วยความที่ประธานของ Joshin Denki ประทับใจในความกล้าและวิสัยทัศน์ของเด็กหนุ่มคนนี้ จึงตัดสินใจเซ็นสัญญาร่วมธุรกิจด้วย ดีลนี้เปรียบเสมือนสปริงบอร์ดที่เด้งให้ SoftBank หลุดพ้นจากการเป็นบริษัทโนเนม เพราะเมื่อร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ยอมรับ ซันก็สามารถเดินไปหา Hudson Soft ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์และเกมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในญี่ปุ่นเวลานั้น เพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั้งหมดมาจัดจำหน่าย

ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี SoftBank สามารถควบคุมช่องทางการกระจายซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในประเทศญี่ปุ่นได้มากถึง 70-80% ของตลาดทั้งหมด ใครก็ตามในญี่ปุ่นที่ซื้อคอมพิวเตอร์และต้องการโปรแกรมไปใช้งาน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ผ่านมือของ SoftBank แต่สวรรค์มักมีราคาที่ต้องจ่าย และเส้นทางของซันก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด

เมื่อช่องทางจัดจำหน่ายเริ่มนิ่ง ซันมองเห็นปัญหาระยะยาวข้อใหม่ นั่นคือ “ผู้บริโภคยังขาดความรู้” ในยุคที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต คนซื้อคอมพิวเตอร์ไปแล้วมักจะใช้ไม่เป็น หรือไม่รู้ว่ามีซอฟต์แวร์อะไรใหม่ๆ บ้าง ซันจึงตัดสินใจกระโจนเข้าสู่ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ด้วยการเปิดตัวนิตยสารคอมพิวเตอร์รายเดือนอย่าง “Oh!PC” และ “Oh!MZ” เพื่อรีวิวซอฟต์แวร์และให้ความรู้แก่สาธารณชน การตัดสินใจครั้งนี้เกือบจะกลายเป็นจุดจบของบริษัท นิตยสารในยุคแรกมียอดขายน้อยมาก สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงลิ่ว ภายในเวลาไม่กี่เดือน ธุรกิจสิ่งพิมพ์เผาเงินสดของ SoftBank ไปจนหมดเกลี้ยง บริษัทเริ่มมีหนี้สินสะสม ธนาคารที่เคยให้เงินกู้เริ่มส่งสัญญาณเตือนและบีบให้ซันปิดตัวนิตยสารทิ้งเพื่อรักษาธุรกิจหลักเอาไว้

Oh!PC

แต่สำหรับ ซัน มาซาโยชิ คำว่า “ถอย” ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของเขา ในการประชุมบอร์ดบริหารอันตึงเครียด ซันตอบกลับธนาคารและทีมงานด้วยประโยคที่แสดงถึงตัวตนของเขาอย่างชัดเจนว่า ถ้าเราหยุดตอนนี้ เท่ากับเรายอมรับความพ่ายแพ้ เหตุผลที่นิตยสารขายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะคนไม่อยากอ่าน แต่เพราะเรายังโฆษณาไม่ดังพอ แทนที่จะลดงบประมาณ ซันกลับทำในสิ่งที่ทุกคนคิดว่าบ้าคลั่ง นั่นคือการกู้เงินเพิ่มอีกก้อนหนึ่ง แล้วนำไปทุ่มซื้อโฆษณาทางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อที่แพงที่สุดในยุคนั้น เพื่อโปรโมทนิตยสารคอมพิวเตอร์ของเขา

การเดิมพันด้วยเงินก้อนสุดท้ายครั้งนั้นส่งผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ยอดขายของนิตยสารพุ่งทะยานเป็นทวีคูณภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ มันไม่ได้แค่ช่วยให้ธุรกิจสิ่งพิมพ์รอดตาย แต่คู่มือเหล่านี้ได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้คนญี่ปุ่นหันมาซื้อซอฟต์แวร์ของ SoftBank มากขึ้นไปอีก อาณาจักร Nihon SoftBank รอดพ้นจากวิกฤตการเงินครั้งแรกมาได้อย่างหวุดหวิด และกลายเป็นเสาหลักที่ไม่มีใครโค่นลงได้ในตลาดยุค 80

เรื่องราวในตอนแรกนี้สอนให้เรารู้ว่า เบื้องหลังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ SoftBank ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดจากลูกฟลุกหรือโชคช่วย แต่เกิดจากกรอบความคิดของ ซัน มาซาโยชิ ที่มองเห็นคุณค่าของ Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานก่อนคนอื่น ในวันที่คนอื่นแย่งกันผลิตคอมพิวเตอร์ เขากลับเลือกที่จะควบคุมท่อส่งซอฟต์แวร์ และเมื่อท่อส่งนั้นแข็งแกร่งพอ มันก็กลายเป็นกระสุนและทุนรอนสำคัญที่ทำให้เขามีแรงไปทำสงครามที่ใหญ่กว่าเดิมในยุคต่อไป และเมื่อโลกกำลังจะเปลี่ยนผ่านจากยุคของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ เข้าสู่ยุคที่ไร้พรมแดนอย่างอินเทอร์เน็ต เด็กหนุ่มจากลังผลไม้คนนี้ ก็พร้อมที่จะขยับหมากกระดานต่อไป ซึ่งจะเป็นการเดิมพันครั้งประวัติศาสตร์ที่โลกจะไม่มีวันลืม


เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน

ก่อนที่จะเลือกทำธุรกิจจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ ซัน มาซาโยชิ ได้ตั้งเกณฑ์ในการเลือกธุรกิจไว้ทั้งหมด 25 ข้อ ซึ่งหนึ่งในข้อที่สำคัญที่สุดคือ “ธุรกิจนั้นต้องเป็นธุรกิจที่เขาสามารถเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จภายในเวลา 10 ปี” และหลังจากที่เขาคัดเลือกจนเหลือธุรกิจซอฟต์แวร์ เขาก็ทำสำเร็จตามเป้าหมายนั้นจริงๆ โดยครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นได้ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 30 ปีด้วยซ้ำ

บทความโดย : Morika www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 8… รุ่งอรุณใหม่ในศตวรรษที่ 21: การกำเนิดของ Mizuho และมรดกที่ไม่มีวันตาย
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 7… ฟองสบู่แตกและทศวรรษที่หายไป บททดสอบที่เจ็บปวดที่สุดของสายเลือด Yasuda
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 6… นกฟีนิกซ์คืนชีพ: การก่อร่างสร้างตัวใหม่ในนาม Fuyo Group
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 5… สงครามโลกและการล่มสลาย เมื่อ “ไซบัตสึ” ถูกพิพากษาจากผู้ชนะสงคราม
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 4… วันที่ฟ้าผ่ากลางใจเมือง โศกนาฏกรรมการลอบสังหาร และการผลัดแผ่นดิน
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 3… ตอน สยายปีกอาณาจักร Yasuda กลยุทธ์ที่ทำให้แตกต่างจากไซบัตสึรายอื่น

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://group.softbank/en/about/history
https://hbr.org/1992/01/aiming-high-a-biography-of-masayoshi-son
https://asia.nikkei.com/Business/SoftBank-Group/
https://spice.fsi.stanford.edu/publications/
https://www.forbes.com/profile/masayoshi-son/
https://www.softbank.jp/en/corp/aboutus/profile/officer/son/
https://summaread.net/biography/masa-way-start-up-masayoshi-son-softbank/
https://www.menabytes.com/masayoshi-son-lessons/

มหากาพย์ SoftBank จักรวรรดิแสนล้านกับการเดิมพันที่เขย่าโลก ตอนที่ 1: เด็กหนุ่มจากลังผลไม้ และการปฏิวัติที่ไม่มีใครเชื่อ #Softbank Group

Tags :

Back To Top