Cover Image

So Thai Festival เทศกาลไทยในโซล ศิลปะ ดนตรี และอาหาร

So Thai Festival คืองานเทศกาลไทยที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล จัดขึ้นกลางเมืองหลวงเกาหลีใต้ ครั้งนี้เป็นการจัดครั้งที่ 5 และเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องไทยไปจากเดิมค่อนข้างมาก งานจัดที่ลานคลองชองกเยชอนเป็นเวลา 2 วัน ช่วงปลายเดือนเมษายน 2562 โดยย้ายมาจัดในช่วงที่อากาศเป็นใจ แทนการจัดแบบเดิมที่มีกิจกรรมซ้ำกันทุกปี

ชาวเกาหลีรู้จักไทยดีอยู่แล้ว ไทยกับเกาหลีใต้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตมา 61 ปี และไทยเป็น 1 ใน 16 ประเทศที่ส่งทหารเข้าร่วมกองกำลังสหประชาชาติในสงครามเกาหลี คนเกาหลีรุ่นใหญ่จำเรื่องนี้ได้ดี เอกอัครราชทูตสิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ เล่าว่าบางคนเมื่อรู้ว่าเป็นคนไทยก็กล่าวขอบคุณทันที

ตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ชัดเจน ปีก่อนหน้างาน มีชาวเกาหลีใต้เดินทางมาไทยราว 1.8 ล้านคน เป็นอันดับ 3 รองจากจีนและมาเลเซีย ทั้งที่ประชากรเกาหลีใต้มีราว 50 ล้านคน

เมื่อคนรู้จักไทยในภาพวัดพระแก้ว ผัดกะเพรา และต้มยำกุ้งกันมากแล้ว สถานทูตจึงอยากเสนอภาพที่ทันสมัยขึ้น งานครั้งนี้จึงใช้ธีม “So Thai” และเลือกกิจกรรมที่ใกล้ไลฟ์สไตล์คนเกาหลี ทั้งสตรีทอาร์ต ดนตรี EDM สตรีทฟู้ด และสินค้าจากนักออกแบบไทย

ศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นหัวใจของงาน
ศิลปิน Alex Face วาดสตรีทอาร์ตกระต่ายขาวดำสดบนเวทีงาน So Thai Festival ที่กรุงโซล

Alex Face ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดัง ทำ Live Painting บนเวทีเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาเลือกวาดตัวการ์ตูนสองตัว สีขาวและสีดำ กอดกันอย่างอบอุ่น เพื่อสื่อว่าแม้แตกต่างกันก็รักกันได้ โดยได้แรงบันดาลใจจากข่าวการกลับมาเจรจาของสองเกาหลีในช่วงนั้น ภาพนี้ถูกนำไปติดตั้งที่สถานทูตไทยในกรุงโซลหลังจบงาน และระหว่างงานมีชาวเกาหลีเข้ามาขอถ่ายรูปและลายเซ็นไม่ขาดสาย

กชวัช บูรณภิญโญ นักวาดภาพประกอบหน้าใหม่ รับหน้าที่ออกแบบโปสเตอร์และกราฟิกทั้งงาน เขาวางลายไทยดั้งเดิมไว้เป็นพื้นหลัง แล้วใส่ภาพอาหาร การท่องเที่ยว และการแสดงลงใน “ซัม-แทกึก” สัญลักษณ์สามสีที่คนเกาหลีคุ้นตาจากธงชาติ สีแดงแทนอาหาร สีเหลืองแทนการท่องเที่ยวและศิลปะ ส่วนสีน้ำเงินแทนการแสดง

ภาคภูมิ เจริญพานิชย์ จาก KHRAM Factory นำ Bearbrick ลายไทยมาจัดแสดง รวมถึงตัวหนุมานซึ่งเป็น Bearbrick ตัวแรกที่เขาลงมือวาดเอง เขามองว่าของเล่นช่วยให้คนเข้าถึงศิลปะไทยได้โดยไม่ต้องไปวัดหรือพิพิธภัณฑ์

การแสดงและดนตรีบนเวที
นักแสดงสวมชุดผสานลวดลายไทยร่ายรำหน้าประติมากรรมในงาน So Thai Festival กรุงโซล

โปรแกรมผสมนาฏศิลป์ไทยกับการแสดงร่วมสมัย มีโชว์จาก KAAN Show และแพรวาจีจี้ ได้ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง 2 ท่านมาร่วมงาน คือ บานเย็น รากแก่น ซึ่งมีมินิคอนเสิร์ตร่วมกับแคนดี้ รากแก่น และธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ผู้เชี่ยวชาญการเป่าขลุ่ย การบินไทยและไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สนับสนุนการเดินทางของศิลปินกลุ่มนี้

ช่วงปิดวันเป็นของ DJ Machina ที่นำโปงลาง ระนาด และขลุ่ยไทยมาผสมกับ EDM คนดูทุกวัยตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุร่วมเต้นกันราว 90 นาที เขาเล่าว่าความยากอยู่ที่ระบบเสียง เพราะดนตรีไทยใช้บันไดเสียง 5 เสียง ขณะที่ดนตรีสากลใช้ 8 เสียง การอัดระนาดเอกจึงต้องให้นักดนตรีจูนตะกั่วใหม่ให้เสียงตรงกับคีย์บอร์ด

อาหารไทยแท้และเป้าหมายเชิงเศรษฐกิจ
บรรยากาศซุ้มร้านและเวทีกลางแจ้งริมคลองชองกเยชอนในงานเทศกาล So Thai Festival

ฝั่งอาหาร งานเลือกเล่าผ่านสตรีทฟู้ด มีลูกชิ้นปิ้ง ส้มตำ ผัดไทย ยำวุ้นเส้น ยำมาม่า เบียร์ไทย และชาไทยที่คนต่อแถวยาวทั้งวัน ร้านที่ร่วมงานมี 7-8 ร้าน เป็นร้านในเกาหลีที่ได้ตรารับรอง Thai Select ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำหนดเรื่องรสชาติ วัตถุดิบ และบรรยากาศให้เป็นไทย ประสานงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล

เบื้องหลังอีกชั้นหนึ่งคือการสื่อสารเรื่องไทยแลนด์ 4.0 เอกอัครราชทูตระบุว่าต้องการให้ภาคเอกชนเกาหลี ซึ่งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยานยนต์ รู้จักโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และพิจารณาลงทุนในสาขาที่ใช้นวัตกรรมสูง

So Thai Festival ครั้งที่ 5 ใช้ศิลปะ ดนตรี และอาหารที่ใกล้ตัวคนเกาหลี ชวนให้มองไทยในมุมใหม่ ขณะเดียวกันก็ต่อยอดความสัมพันธ์เชิงการค้าและการลงทุนไปด้วย

Back To Top