Cover Image

"พิพัฒน์" ถกรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งใต้ ชูบ้านพี่เลี้ยง-เตือนภัย SMS ย้ำอุ้มกลุ่มเปราะบางก่อน

"พิพัฒน์" ถกคณะกรรมการรับมืออุทกภัย-ภัยแล้งภาคใต้นัดแรก สั่งบูรณาการทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ชูโมเดลบ้านพี่เลี้ยง ย้ำต้องช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2569 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เข้าร่วมหารือ

รัฐบาลตั้งบอร์ด 5 ภูมิภาค รับมือสภาพอากาศแปรปรวน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ทั้งจากภัยตามฤดูกาลและผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค รวม 5 คณะ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติให้มีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สำหรับภาคใต้มีลักษณะภูมิอากาศเฉพาะ เนื่องจากฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยมีช่วงฤดูฝนแตกต่างกัน ขณะที่ความเสี่ยงอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกัน จึงต้องบริหารจัดการตาม “พื้นที่ - ช่วงเวลา - ประเภทของภัย” และเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ การบริหารจัดการขณะเกิดภัย ตลอดจนการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูหลังเกิดภัย ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่คณะกรรมการได้รับมอบหมาย 

กางไทม์ไลน์เฝ้าระวัง "น้ำท่วม-ภัยแล้ง" ภาคใต้

ข้อมูลจากที่ประชุมคาดการณ์สภาพอากาศระบุว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ต้องติดตามพื้นที่แล้งซ้ำซากบริเวณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ชุมพร ก่อนที่ฝนจะเพิ่มขึ้นช่วงปลายเดือนตุลาคม จากนั้นต้องยกระดับการเฝ้าระวังอุทกภัยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ลงไป และตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป จะต้องเตรียมบริหารจัดการน้ำสำรองเพื่อรองรับฤดูแล้ง

การแบ่งการบริหารจัดการตามช่วงเวลาดังกล่าวมีเป้าหมายให้แต่ละจังหวัดเตรียมมาตรการให้ตรงกับความเสี่ยงของพื้นที่ ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ของภาคใต้จะประสบอุทกภัยและภัยแล้งพร้อมกัน

ด้านการเตรียมความพร้อม ปภ. รายงานการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ช่วยเหลือ รวมถึงระบบแจ้งเตือนประชาชนผ่าน SMS และ Cell Broadcast และการเตรียมศูนย์พักพิงสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

พร้อมกันนี้ มีการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานด้านน้ำ อุตุนิยมวิทยา และเทคโนโลยีผ่าน War Room เพื่อคาดการณ์และประเมินสถานการณ์แบบ Real-time เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ เพื่อให้เมื่อพบสัญญาณความเสี่ยงสามารถแจ้งเตือนประชาชนและเตรียมกำลังช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติรายงานสถานการณ์และแนวทางบริหารจัดการน้ำ โดยต้องติดตามฝนตกหนักในช่วงปลายปีซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำให้สมดุลระหว่างการระบายน้ำและการเก็บกักน้ำไว้รองรับฤดูแล้งปี 2570

ขณะที่จังหวัดสงขลาและยะลาได้รายงานการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ ทั้งการปรับปรุงทางน้ำ ศูนย์พักพิง จุดอพยพ และพื้นที่ปลอดภัยสำหรับรถยนต์ เพื่อรองรับสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชน

ชูโมเดล "บ้านพี่เลี้ยง" ย้ำดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก

นายพิพัฒน์ ได้กำชับให้ใช้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เป็นกลไกหลักในการบริหารสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้ดูแล กลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ทั้งในด้านการช่วยชีวิต ยา และรถฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้แต่ละพื้นที่เตรียม "บ้านพี่เลี้ยง" ในชุมชนเสี่ยง เพื่อเป็นเครือข่ายดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็ก และสำรองอาหารแห้ง-น้ำดื่ม โดยบ้าน 1 หลังจะช่วยดูแลเพื่อนบ้านราว 5-10 หลัง ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เข้าไม่ถึงพื้นที่

สำหรับการจัดการพื้นที่เสี่ยง ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติม ดังนี้

ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการฯ ย้ำว่า หากหน่วยงานใดมีข้อจำกัดหรืออุปสรรค ให้เร่งรายงานต่อคณะกรรมการฯ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนและแก้ไขโดยเร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม

Back To Top