Cover Image

เอาตัวให้รอดก่อน ยอดขายค่อยว่ากัน เสียงผู้ประกอบการจาก SME ถึงโรงงานใหญ่ ในวันที่น้ำท่วมลามทั้งซัพพลายเชน

น้ำท่วมรอบนี้แสดงให้เห็นว่า ความเสียหายไม่ได้วัดกันแค่ ‘ระดับน้ำ’ แต่วัดจาก ‘จำนวนวัน’ ที่ธุรกิจต้องหยุดชะงัก

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าน้ำท่วมเพียง 5 วัน สร้างความเสียหายแล้ว 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) คาดผลกระทบไว้ที่ 7,000-17,000 ล้านบาท หากสถานการณ์จบภายใน 3-7 วัน ยิ่งน้ำค้างนาน ตัวเลขก็ยิ่งขยับสูงขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง:


กระทรวงอุตสาหกรรม โดยศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤติ (CMC) รายงาน ณ 1 ต.ค. 2569 พบพื้นที่ได้รับผลกระทบ 40 จังหวัด มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 1,315 ราย แบ่งเป็นโรงงาน 77 ราย เอสเอ็มอี 1,179 ราย เหมืองแร่ 2 ราย และวิสาหกิจชุมชน 57 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 22.79 ล้านบาท

ทั้งนี้ ความเสียหายไม่ได้มีเฉพาะโรงงาน มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 312 ราย

นิคมอุตสาหกรรม มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 5 แห่ง โดยนิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีโรงงานได้รับผลกระทบ 150 โรง หยุดการผลิต 34 โรง

ความน่าห่วงของรอบนี้คือผลกระทบไปตกอยู่ที่การจับจ่าย, การท่องเที่ยว, ร้านอาหาร, บริการ และโลจิสติกส์ สำหรับร้านอาหารและ SME ที่อยู่ได้ด้วยเงินสดรายวัน การขาดรายได้เพียง 1-3 วันก็ทำให้สภาพคล่องสะดุดได้ เพราะค่าเช่า ค่าแรง และค่าวัตถุดิบยังต้องจ่ายตามปกติ

หลายรายจึงต้องพักเรื่องยอดขายไว้ก่อน เพื่อดูแลตัวเองและลูกน้องให้ปลอดภัย และยังต้องลุ้นกับมวลน้ำเหนือระลอกที่ 2 ส่วนกลุ่มที่เจ็บตัวโดยตรงคือแรงงานรายวันและไรเดอร์ ซึ่งวันไหนออกไปทำงานไม่ได้ ก็เท่ากับไม่มีรายได้ในวันนั้น

โดยข้อมูลกับ LINE MAN ที่เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ระบุว่า น้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลกระทบให้มีไรเดอร์และคนขับไม่สามารถรับงานได้ราว 40-50% ของพื้นที่

ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ธุรกิจเล็ก ที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีโรงงานได้รับผลกระทบ 150 โรง และต้องหยุดผลิต 34 โรง ค่ายรถยักษ์ใหญ่ก็เริ่มหยุดสายการผลิตตามกัน เพราะแรงงานเดินทางไม่ได้ วัตถุดิบส่งไม่ถึง และซัพพลายเออร์ส่งชิ้นส่วนไม่ทัน ความเสียหายจึงลามเป็นทอดๆ ทั้งซัพพลายเชน

เสียงที่สะท้อนตรงกันจึงไม่ได้ถามแค่ว่า ‘จะเยียวยาอย่างไร’ แต่ถามด้วยว่า ‘ทำไมเรายังเตือนภัยไม่ทัน’ ทั้งที่ผ่านบทเรียนน้ำท่วมมานับสิบปี

THE STANDARD WEALTH รวบรวมเสียงจากผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และนักเศรษฐศาสตร์ ว่ากำลังเผชิญอะไร และอยากเห็นรัฐทำอะไร ‘ตอนนี้’

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 1

“ตอนนี้มองข้ามเรื่องยอดขาย เอาชีวิตตัวเองให้รอดและลูกน้องให้ปลอดภัย ไม่ป่วย ไม่เจ็บก่อน พรุ่งนี้น้ำลดค่อยว่ากันใหม่ ส่วนการเยียวยาก็หวังว่าทั้งรัฐและเอกชนจะเข้ามาช่วยซัพพอร์ต เพราะก่อนน้ำท่วมเศรษฐกิจก็สาหัสมากพอแล้ว”

กษิดิศ แสงสิงแก้ว เจ้าของร้าน Chubbie Chuu ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 2

“ผู้ประกอบการรายย่อยเป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพารายได้และกระแสเงินสดรายวัน เมื่อขาดรายได้ติดกันเพียง 1-3 วัน ก็กระทบต่อการหมุนเวียนเงินทุน เพราะยังมีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องชำระ ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า และค่าสาธารณูปโภค”

ฐนิวรรษ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 3

“ผู้ประกอบการยังคงติดตามสถานการณ์มวลน้ำเหนือใกล้ชิด หลังมีการแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมระลอกที่ 2 ในช่วงต้นเดือน จึงยังไม่สามารถวางใจได้ และจำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม”

พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 4

“ผลกระทบอาจยืดเยื้อนานหลายเดือน ขอให้รัฐบาลเร่งจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเร็ว โดยแบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น 1–2 เดือน เพื่อวางแผนบริหารธุรกิจและประเมินทิศทางการฟื้นตัวได้”

สุภมาส คงวิวัฒนากุล เจ้าของร้านอาหารกล่องแสนสุข และประธานกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่ จังหวัดชลบุรี ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 5

“อยากให้ภาครัฐปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยและการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการแจ้งเตือนควรมีความรวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเตรียมรับมือได้ทันท่วงที”

วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 6

“น้ำท่วมครั้งนี้ เบื้องต้น กระทบอุตฯแล้วกว่า 1 พันล้านบาท แต่คงไม่ได้หยุดแค่โรงงาน ถ้าการผลิตและ Supply Chain สะดุด จะกระทบเศรษฐกิจวงกว้าง รัฐต้องเร่งช่วยผู้ประกอบการให้เร็ว พัฒนาระบบ Early Warning เตือนก่อนน้ำมา”

พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 7

“โตโยต้าหยุดผลิต 4 แห่ง และฮอนด้า หยุดผลิต 5 วันสะท้อนว่าปัญหาเริ่มลามจากโรงงานสู่ Supply Chain แล้ว จุดที่น่าห่วงคือซัพพลายเออร์ หากผลิตหรือส่งชิ้นส่วนไม่ได้ โรงงานประกอบก็หยุดเป็นทอดๆ”

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 8

“น้ำท่วมแค่ 5 วัน เสียหาย 2.5 หมื่นล้าน คำถามคือ…10 ปีที่ผ่านมา เราเรียนรู้อะไรกันบ้าง?”

ระบบเตือนภัยต้องเตือนก่อนน้ำมา ไม่ใช่เตือนตอนท่วมไปแล้ว เราต้องมีองค์กรกลาง แยก ‘น้ำ‘ ออกจากการเมือง

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH

ภาพประกอบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและซัพพลายเชน 9

“5.53 ล้านล้านบาทผ่าน Air Cargo ไทยกำลังเป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 และช่วง Peak season กำลังมา จะปล่อยให้ ‘คอขวดสุวรรณภูมิ’ กระทบภาพลักษณ์ประเทศไม่ได้”

พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ภาพปก: ฐานิส สุดโต / THE STANDARD

ABOUT THE AUTHOR

ถนัดกิจ จันกิเสน

Content Creator ประจำกองบรรณาธิการ THE STANDARD WEALTH ผู้เสพติดโลกธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี และชอบสำรวจโลกออฟไลน์และออนไลน์มาถอดรหัสความเคลื่อนไหวให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย สนุก และได้ไอเดียใหม่ๆ

Back To Top