เกษตรแอฟริกาวิกฤตหนัก ผู้เชี่ยวชาญชู ‘Small AI’ ในเป้สะพายหลัง ดึงคนรุ่นใหม่ ช่วยเกษตรกรรายย่อยโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต
ในช่วงระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2026 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ (16 ตุลาคม) คือเสวนาหัวข้อ ‘Knowledge Café – One Agent, Thousands of Farmers: Can Small AI Close the Advice Gap.’ ท่ามกลางวิกฤตความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างในภาคการเกษตรทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น
- เกษตรแอฟริกาวิกฤตหนัก เจ้าหน้าที่ไม่พอ เกษตรกรสูงวัย ดึงคนรุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยี
- ถอดบทเรียน Small AI ทางออกที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
- พลัง DPI-เครือข่ายเกษตรเปิด ช่วยเกษตรกรได้จริงหรือ?
- ผนึกพลังรัฐ-เอกชน-คนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าหนุนเกษตรกร 300 ล้านคน
เกษตรแอฟริกาวิกฤตหนัก เจ้าหน้าที่ไม่พอ เกษตรกรสูงวัย ดึงคนรุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยี
ANUP JAGWANI ผู้อำนวยการด้านการเกษตรและธุรกิจการเกษตรของกลุ่มธนาคารโลก กล่าวเปิดเวทีโดยชี้ให้เห็นถึงวิกฤตบริการส่งเสริมการเกษตรที่น่าวิตกกังวล โดยปัจจุบันจำนวนเจ้าหน้าที่ภาครัฐเมื่อเทียบกับจำนวนเกษตรกรในทวีปแอฟริกายังมีสัดส่วนที่ไม่สมดุลอย่างมาก ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ขาดแคลนงบประมาณสำหรับจ้างบุคลากรให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สอดคล้องกับ SRIRAM BHARATAM ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาหลักของบริษัท Kuza Biashara จำกัด ได้ขยายความถึงความท้าทายในพื้นที่แอฟริกาตะวันออกว่า ปัจจุบันเกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยสูงถึง 60–63 ปี ซึ่งสวนทางกับโครงสร้างประชากรส่วนใหญ่ของทวีปที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 18–19 ปีเท่านั้น
ขณะเดียวกัน DR. NADI ALBINO รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Generation Unlimited ขององค์การยูนิเซฟ ได้เสริมในมุมมองของเยาวชนว่า การจะดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้กลับมาสู่ภาคการเกษตรนั้น ต้องไม่ใช่แค่การยื่นโอกาสทางอาชีพ แต่คือการสร้างศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย จับต้องได้ และตอบโจทย์วิถีชีวิตจริง
ถอดบทเรียน Small AI ทางออกที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
จากปัจจัยข้างต้น เพื่อตอบโจทย์เกษตรกรรายย่อยที่ต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนทั้งอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และไม่มีกำลังซื้ออุปกรณ์ราคาแพง SRIRAM จึงนำเสนอโมเดลนวัตกรรม ‘Small AI in a backpack’ หรือเป้สะพาย Small AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบออฟไลน์ที่ซุ่มพัฒนามานานกว่า 7 ปี โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ เกษตรกรและเยาวชนสามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานจนคล่องแคล่วได้ภายในเวลาเพียง 3–4 นาทีเท่านั้น
สำหรับหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้ ขับเคลื่อนด้วยระบบ ‘AgriBites’ หรือคลิปวิดีโอสั้นสไตล์ TikTok ความยาว 1–3 นาที ที่บรรยายด้วยภาษาท้องถิ่น ทำหน้าที่เสมือนครูผู้เชี่ยวชาญประจำชุมชน คอยให้คำแนะนำและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างตรงจุด
ความสำเร็จของนวัตกรรมดังกล่าวได้รับการยืนยันผ่านกรณีศึกษาของโครงการ READY ที่จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะเยาวชนเพื่อนำเป้สะพาย Small AI ลงพื้นที่จัดฉายวิดีโอให้เกษตรกร สามารถเรียนรู้วิธีการจัดการศัตรูพืชได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ Nadi ยังได้ยกตัวอย่างการใช้งานแอปพลิเคชัน PlantVillage ในประเทศเคนยาและแทนซาเนีย ที่ช่วยให้เยาวชนใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปเพื่อวินิจฉัยโรคพืชได้อย่างแม่นยำ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการต่อยอดสู่โมเดลฟาร์มโรงเรียน ซึ่งใช้พื้นที่ภายในโรงเรียนเป็นฟาร์มสาธิตการเกษตรฟื้นฟู โดยมีเยาวชนประจำการคอยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างโดรนเกษตร มาสาธิตให้ชุมชนดู ซึ่งโครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญเพราะเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือข้ามกระทรวงมากถึง 7 แห่ง ขยายผลไปแล้วกว่า 250 แห่งทั่วเคนยา และสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนให้แก่ชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
พลัง DPI-เครือข่ายเกษตรเปิด ช่วยเกษตรกรได้จริงหรือ?
แม้นวัตกรรมจะทรงประสิทธิภาพ แต่การขยายผลในวงกว้างยังคงต้องก้าวผ่านอุปสรรคสำคัญ นั่นคือปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน โดย Anup และ Shriram ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า ธนาคารโลกกำลังเร่งผลักดันโครงการ Digital Public Infrastructure (DPI) และเครือข่ายเปิดสำหรับภาคเกษตร (Open Networks for Agriculture) เพื่อรวบรวมบริการทางการเงิน การประกันภัย และการเข้าถึงตลาดมาไว้ในจุดเดียว
อย่างไรก็ดี DR. NADI ได้ตั้งข้อสังเกตว่า โมเดลการส่งมอบบริการในปัจจุบันมักมองข้ามการดึงเยาวชน และ ผู้หญิงมาร่วมออกแบบโครงการตั้งแต่ต้น ขณะที่ Shriram ย้ำเตือนว่า แม้ AI จะให้คำแนะนำได้ดี แต่สิ่งที่เกษตรกรยังขาดแคลนอยู่คือ การเข้าถึงตลาดและสินเชื่อ รวมถึงการทำงานในระดับพื้นที่ต้องเน้นการปรับเนื้อหาให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นเป็นสำคัญ เนื่องจากสภาพดินและภูมิอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทุกๆ 100 กิโลเมตร
ผนึกพลังรัฐ-เอกชน-คนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าหนุนเกษตรกร 300 ล้านคน
ในช่วงการแลกเปลี่ยน Q&A มีประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้น เมื่อตัวแทนจากประเทศไทยได้สอบถามถึงแนวทางการสนับสนุนสตาร์ตอัป ซึ่ง ANUP ได้ให้คำแนะนำว่า ธนาคารโลก โดยบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) ได้เข้าไปร่วมลงทุนในกองทุน Incubators ต่างๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ
ส่วนประเด็นการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ AI นั้น Shriram ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ Lena บัณฑิตสาวที่นำเทคโนโลยีมาพัฒนาฟาร์มและดูแลเกษตรกรกว่า 1,000 ราย โดยใช้แนวคิดจิตวิญญาณผู้เริ่มต้น ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ปัญหาให้เกษตรกรทีละรายอย่างจริงใจโดยไม่มีเรื่องการโฆษณาแอบแฝง
ก้าวต่อไปในอีก 12 เดือนข้างหน้า เตรียมขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง Generation Unlimited และ Kuza ได้เสนอแผนงานเพื่อขอรับทุนขยายผลโครงการ Youth-led AI Advisory ในระดับชาติ พร้อมทั้งเตรียมจัดทำคู่มือการทำงาน ร่วมกับธนาคารโลก เพื่อวางแนวทางการขยายผลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้กับภาครัฐในประเทศต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในการเข้าถึงและช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ถึง 300 ล้านคนทั่วโลก
เรียกได้ว่า การเสวนาพิเศษในครั้งนี้จึงไม่เป็นเพียงแค่การนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการประกาศถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ตามด้วยเอกชน และคนรุ่นใหม่ ในการเปลี่ยนผ่านเกษตรกรรมดั้งเดิมไปสู่ความยั่งยืน ผ่าน Small AI นวัตกรรมที่เข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง