Cover Image

SK Hynix ถอยแผน Solidigm ไอพีโอหมื่นล้านในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หน่วยงานกำกับชี้ขัดหลัก Duplicate Listing กระทบผู้ถือหุ้นเดิม

วันนี้ (23 ต.ค. 2569) SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ประกาศระงับแผนนำ Solidigm บริษัทลูกในสหรัฐฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้ที่มองว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ห้ามจดทะเบียนซ้ำ (Duplicate Listing) และสร้างความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นเดิม ขณะที่หุ้น SK Hynix ปรับตัวลงมากกว่า 30% นับตั้งแต่ต้นเดือน ท่ามกลางความกังวลทั้งเรื่องมูลค่าบริษัทและแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

บริษัทระบุในแถลงการณ์ว่า “Solidigm ตัดสินใจยุติการพิจารณาทางเลือกในการระดมทุนก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Pre-IPO) และการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) แม้ SK Hynix และ Solidigm ยังคงมีผลการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่ความผันผวนในตลาดเงินกลับเพิ่มสูงขึ้น”

ภายหลัง SK Hynix ประกาศระงับแผนนำ Solidigm บริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ราคาหุ้น SK Hynix พลิกกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 4.5% ในการซื้อขายช่วงบ่ายวันศุกร์ จากที่เคยร่วงลงราว 3% ในช่วงเปิดตลาด สวนทางกับภาวะตลาดหุ้นโดยรวมที่เผชิญแรงขายจากการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้หุ้น SK Hynix ร่วงลงประมาณ 60% จากระดับสูงสุดในเดือนมิถุนายน และ ปรับตัวลงมากกว่า 30% นับตั้งแต่ต้นเดือน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการชิปหน่วยความจำที่อาจชะลอตัว ประกอบกับความเสี่ยงการลดทอนผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเดิม หากนำ Solidigm เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

Bloomberg รายงานว่า ก่อนหน้านี้ Solidigm ได้เลือกให้ Goldman Sachs และ Morgan Stanley เป็นธนาคารที่ปรึกษาในการเตรียม IPO โดยมีเป้าหมายระดมทุนประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.37 แสนล้านบาท) และอาจเข้าจดทะเบียนได้เร็วที่สุดในปี 2570 ซึ่งการเสนอขายดังกล่าวอาจทำให้ Solidigm มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.37 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้ สาเหตุที่บริษัทต้องการระดมทุนผ่าน IPO เพื่อลงทุนขยายกำลังการผลิตของโรงงานในสหรัฐฯ รองรับความต้องการชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งาน AI เนื่องจากกำลังการผลิตปัจจุบันของ Solidigm มีจำกัด

Solidigm เป็นบริษัทที่ SK Hynix จัดตั้งขึ้นภายหลังเข้าซื้อธุรกิจ NAND Flash ของ Intel ด้วยมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ โดยมุ่งเน้นการผลิตชิปหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะ Enterprise Solid-State Drives (eSSDs) ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์องค์กรอย่าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์

เกาหลีเบรก IPO บริษัทลูกในสหรัฐฯ กระทบผู้ถือหุ้นเดิม

การประกาศระงับแผน IPO ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา

อี ชานจิน (Lee Chan-jin) ผู้ว่าการสำนักงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ (Financial Supervisory Service: FSS) เปิดเผยต่อสมาชิกรัฐสภาว่า ทั้ง FSS และคณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ (Financial Services Commission: FSC) มีความเห็นตรงกันว่า แผนนำ Solidigm เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าข่ายขัดต่อหลักเกณฑ์ห้ามจดทะเบียนซ้ำ เนื่องจากอาจกระทบต่อมูลค่าและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเดิมของ SK Hynix

อี ชานจิน กล่าวว่า หน่วยงานกำกับดูแลจะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียด และพิจารณาดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเท่าที่สามารถทำได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม อี ออกวอน (Lee Eog-weon) ประธาน FSC ยืนยันระหว่างการชี้แจงต่อรัฐสภาว่า แผนนำ Solidigm เข้าจดทะเบียนในสหรัฐฯ อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจดทะเบียนซ้ำของเกาหลีใต้เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ Duplicate Listing โดยห้ามจดทะเบียนซ้ำระหว่างบริษัทแม่และบริษัทลูก เว้นแต่จะผ่านเงื่อนไขสำคัญ เช่น บริษัทลูกต้องมีความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจ และได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทแม่ต้องประเมินผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น จัดทำมาตรการคุ้มครอง และปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านการรับฟังความคิดเห็นหรือขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ก่อนดำเนินการจดทะเบียนซ้ำ

หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเดิม โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัทแม่ จากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อบริษัทนำธุรกิจในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แยกต่างหาก เนื่องจากการ IPO อาจทำให้สัดส่วนผลประโยชน์ที่บริษัทแม่ได้รับจากธุรกิจลูกลดลง หากมีการขายหุ้นให้ผู้ลงทุนรายใหม่ โดยหน่วยงานกำกับต้องการให้บริษัทคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิมก่อนตัดสินใจระดมทุน

อย่างไรก็ตาม แม้ SK Hynix จะยุติการพิจารณานำ Solidigm เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก แต่บริษัทยังคงเดินหน้าพิจารณาวิธีจัดหาเงินทุนรูปแบบอื่น รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากบริษัทแม่ ตลอดจนประเมินระยะเวลาและขนาดการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยบริษัทระบุว่า การระดมทุนผ่าน IPO เป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกสำหรับสนับสนุนการลงทุนในโรงงานผลิตแห่งใหม่ในสหรัฐฯ เท่านั้น

ภาพ: Samuel Boivin / shutterstock

อ้างอิง:

ABOUT THE AUTHOR

โมจัง ลีลา

Content Creator สำนักข่าว THE STANDARD WEALTH ผู้เชื่อมั่นว่าความมั่งคั่งที่ยั่งยืนสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเอง

Back To Top