Shopee ยกระดับ Speed Commerce เปิดตัว “ส่งทันที ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง” - เส้นทางเศรษฐี
Shopee (ช้อปปี้) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำในบราซิล เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การช้อปออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดที่มุ่งส่งมอบคุณค่าให้กับผู้ใช้งานมากกว่าความคุ้มค่าด้านราคา ผ่านการพัฒนาบริการและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบนิเวศด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างประสบการณ์การช้อปที่สะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

คุณธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในยุคที่ผู้บริโภคคาดหวังจากอีคอมเมิร์ซมากกว่าความคุ้มค่าของสินค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความสะดวก และความน่าเชื่อถือในทุกขั้นตอนของการช้อปปิ้งออนไลน์
สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์การช้อปที่ดี ช้อปปี้จึงเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศด้านอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงสินค้าที่หลากหลาย ระบบการชำระเงินที่สะดวก และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ควบคู่กับการสร้างโอกาสการเติบโตให้กับผู้ขายบนแพลตฟอร์ม
บริการ “ส่งทันที ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง” เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของช้อปปี้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าที่ต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยให้ผู้ขายสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน”
ตลอดที่ผ่านมา ช้อปปี้มุ่งพัฒนาทางเลือกด้านการจัดส่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริการส่งทันที (Instant Delivery) และบริการส่งด่วน (Express Delivery) เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละสถานการณ์ พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ให้สะดวก รวดเร็ว และยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านการเติบโตของการใช้งานบริการจัดส่งบนแพลตฟอร์ม โดยปัจจุบันบริการส่งทันที (Instant Delivery) ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง
โดยยอดคำสั่งซื้อที่เลือกใช้บริการส่งทันที เติบโตราว 10 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา และพบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ให้การตอบรับบริการจัดส่งของแพลตฟอร์มในระดับสูง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักช้อปที่มีต่อประสบการณ์การจัดส่งที่มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพบนแพลตฟอร์มช้อปปี้

ส่งทันที ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง
ตอกย้ำกลยุทธ์ Speed Commerce ด้วยบริการจัดส่งด่วนที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการแบบเร่งด่วน
ความเร็วในการจัดส่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดประสบการณ์การช้อปออนไลน์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ตั้งแต่การตัดสินใจซื้อไปจนถึงความพึงพอใจหลังได้รับสินค้า โดยช้อปปี้พบว่าผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับบริการจัดส่งแบบเร่งด่วนมากขึ้น และคาดหวังการได้รับสินค้าที่รวดเร็ว สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวัน
ช้อปปี้จึงเปิดตัวบริการ “ส่งทันที ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง” เพื่อต่อยอดศักยภาพด้านการจัดส่งรวดเร็ว (Speed Efficiency) และยกระดับประสบการณ์การช้อปออนไลน์ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วยให้นักช้อปสามารถเข้าถึงสินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับความต้องการที่หลากหลายในแต่ละช่วงเวลาของวัน
ในระยะแรก บริการดังกล่าวจะเปิดให้บริการแบบนำร่องในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครอบคลุมสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แฟชั่น สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าไลฟ์สไตล์ และอีกมากมาย พร้อมเปิดตัวด้วยโปรโมชันสุดพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปที่รวดเร็ว สะดวก และคุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยผู้บริโภคสามารถรับส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับร้านค้าและแบรนด์ที่ร่วมรายการ
นอกจากการยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคแล้ว “ส่งทันที ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง” ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญสำหรับผู้ขายในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนแพลตฟอร์ม โดยร้านค้าและแบรนด์สามารถสมัครและเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมบริการนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนักช้อปที่ต้องการรับสินค้าอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างยอดขายและประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า
การเปิดตัว “ส่งทันที ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง” (Instant Delivery) ในครั้งนี้จึงสะท้อนความมุ่งมั่นของช้อปปี้ในการสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้งานผ่านการพัฒนาระบบนิเวศที่แข็งแกร่งในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์และนวัตกรรม เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปออนไลน์ที่รวดเร็ว สะดวก และเชื่อถือได้ พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตให้กับผู้ขาย และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
สัมผัสประสบการณ์การช้อปที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นกับบริการ “ส่งทันที ช้อปทุกอย่าง รับเร็วสุดใน 1 ชั่วโมง” พร้อมเลือกช้อปสินค้าหลากหลายหมวดหมู่จากร้านค้าที่ร่วมรายการได้แล้ววันนี้บนแอปพลิเคชัน Shopee ได้ที่ https://shopee.co.th/m/shopee-instant
Tags
Related Posts
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การมีทักษะด้านไอทีจึงเป็นแต้มสำคัญที่ช่วยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีอิทธิพลต่อทุกวงการ การพัฒนาความสามารถด้านนี้ตั้งแต่วัยเยาว์จึงเป็นเหมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอนาคต และนี่คือเรื่องราวของ น้องจิณณ์ ยศสุนทร เด็กชายวัย 11 ปี ผู้มีพรสวรรค์และความมุ่งมั่นในการเขียนโค้ดจนสามารถสร้างรายได้และคว้าแชมป์มาแล้วหลายครั้ง เรื่องราวความสำเร็จนี้เริ่มต้นจากแรงสนับสนุนของ คุณพ่อจั๋ง-อนุตร ยศสุนทร เจ้าของช่อง Jinn Kode Code ที่เห็นแววในตัวลูกตั้งแต่ยังเล็ก เส้นทางของโปรแกรมเมอร์ตัวจิ๋ว จากคุณพ่อที่เรียนจบและทำงานด้านคอมพิวเตอร์โดยตรง ‘พ่อจั๋ง’ จึงมีโอกาสถ่ายทอดความรู้และทักษะการเขียนโปรแกรมให้กับลูกชายตั้งแต่ยังเด็ก โดยเขาได้มีการปูพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ให้กับน้องจิณณ์ได้เรียนรู้ เขาเล่าว่า ตั้งแต่น้องจิณณ์อายุ 3-4 ขวบ ก็เริ่มให้เล่นเกม Puzzle หรือเกมที่ต้องใช้ความคิดแบบ Logic เพื่อฝึกความคิดเชิงตรรกะให้กับลูก ก่อนจะขยับสู่การทำ Block Coding ในวัย 4-5 ขวบ และเห็นว่าเมื่อได้ลองทำแล้วลูกช
11 กรกฎาคม 2569
หากย้อนไปไม่กี่ปีก่อน ภาพจำของคนจีนทั้งกลุ่มวัยรุ่น Gen Z และ Millennials คือการประโคมใส่สินค้าแบรนด์เนมที่มีโลโก้เด่นชัดแบบตะโกน เพื่อแสดงถึงความมั่งคั่ง แต่มาวันนี้ พฤติกรรมเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่พุ่งสูง วัยรุ่นจีนตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตเริ่มหายาก พวกเขาจึงหันมาใช้จ่ายกับ “Emotional Value” หรือคุณค่าทางอารมณ์ เพื่อเป็นเกราะกำบังความเครียด จนเกิดเป็นกระแสที่เรียกว่า “Xuanxue Economy” (เศรษฐกิจซวนเสวี่ย) หรือเศรษฐกิจสายมูเตลูหรือความเชื่อนั่นเอง แม้ว่าภาพรวมของตลาดสินค้าหรูในจีนจะหดตัวลง แต่สินค้าแบรนด์เนมที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับ “ความเชื่อและโชคลาภ” กลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง Xiaohongshu แฮชแท็ก #xuanxue มียอดเข้าชมมากกว่า 5 พันล้านครั้ง โดยชาวเน็ตจีนได้ร่วมกันสร้างคู่มือ “เครื่องประดับสายมู” ขึ้นมาอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น ไม่เพียงแต่แบรนด์หรูเท่านั้น เพราะตลาดเครื่องประดับราคาย่อมเยา อย่าง กำไลหินคริสตัลเสริมพลังงาน ก็มียอดขายออนไลน์พุ่งสูงขึ้นถึง 320% ในปีที่ผ่านม
11 กรกฎาคม 2569
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน และนี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นมาตั้งแต่วันแรก” ประโยคข้างต้นที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของ เก้-ลดาวัลย์ เลห์มันน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปังกี้ ฟู้ด จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์ “เอมโอชา” ได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจน้ำพริกไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดร่วมมือกับ เซเว่น อีเลฟเว่น พัฒนาน้ำพริกรสชาติใหม่ “พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์” ที่สร้างยอดขายถล่มทลายกว่า 100,000 กระปุก ภายในเวลา 2 สัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายในเซเว่นฯ ถอดสูตรสำเร็จ ‘เอมโอชา’ รับฟังความเห็นลูกค้า นำมาต่อยอดพัฒนา สู่แบรนด์ดังในเซเว่นฯ เอมโอชาเกิดจากความมุ่งมั่นของ “ลดาวัลย์” ที่เริ่มต้นธุรกิจอาหารจากการทดลอง พัฒนา และรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จนสามารถต่อยอดเป็นน้ำพริกปลาร้ากรอบและน้ำพริกปลาทูกรอบ ภายใต้แบรนด์ Spunky Food และได้รับโอกาสวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น แม้สินค้าในช่วงแรกจะยังไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แต่คำแนะนำจากทีมงาน
10 กรกฎาคม 2569
นี่คือตัวอย่างกรณีศึกษาของธุรกิจที่ ยอดขายปัง แต่สะดุดเพราะระบบหลังบ้าน ความสำคัญของ Cash Flow และระบบบัญชีต้นทุนที่ผู้ประกอบการห้ามมองข้าม เกิดเป็นกระแสข่าวที่คนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก จากข่าวการประสบปัญหากระแสเงินสดตึงตัวจนเกิดการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของร้านอาหารชื่อดังอย่าง “เนื้อแท้” ที่มีอดีตนักร้องนำวง Silly Fools (วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือบังโต) นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด กลายเป็นข่าวที่กำลังสร้างความตกใจให้แก่วงการธุรกิจไม่น้อย เพราะภาพลักษณ์ภายนอกคือแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสินค้าไม่ดีหรือไม่มีลูกค้า แต่เกิดจากแผลในบ้าน ที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถนำมาถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจของตนเองได้ ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด ปี 2565 รายได้รวม 333 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.3 ล้านบาท ปี 2566 รายได้รวม 504 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13 ล้านบาท ปี 2567 รายได้รวม 635 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16 ล้านบาท 1. ยอดขายโต ≠ กำไร กับดักของการคำนวณต้นทุนผิดพลาด ผู้บริหารเนื้อแท้ได้ออกมายอมรับว่า “ส
10 กรกฎาคม 2569
Shopee (ช้อปปี้) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำในบราซิล เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การช้อปออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดที่มุ่งส่งมอบคุณค่าให้กับผู้ใช้งานมากกว่าความคุ้มค่าด้านราคา ผ่านการพัฒนาบริการและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบนิเวศด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างประสบการณ์การช้อปที่สะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง คุณธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในยุคที่ผู้บริโภคคาดหวังจากอีคอมเมิร์ซมากกว่าความคุ้มค่าของสินค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความสะดวก และความน่าเชื่อถือในทุกขั้นตอนของการช้อปปิ้งออนไลน์ สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์การช้อปที่ดี ช้อปปี้จึงเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศด้านอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงสินค้าที่หลากหลาย ระบบการชำระเงินที่สะดวก และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ควบคู่กับการสร้างโอก
10 กรกฎาคม 2569
7-Eleven ยื่นฟ้อง Nike ต่อศาลรัฐบาลกลาง เขตตอนเหนือของรัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 โดยกล่าวหาว่า Nike ละเมิดเครื่องหมายการค้าจากการออกแบบรองเท้ารุ่นใหม่ Air Max 95 Big Bubble ในโทนสี “Sport Green and Safety Orange” ซึ่งมีการจัดวางแถบสีส้ม เขียว และแดง คล้ายคลึงกับตราสัญลักษณ์สามสีอันเป็นเอกลักษณ์ของเซเว่น อีเลฟเว่นที่ใช้มานานกว่า 40 ปี ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้โด่งดังขึ้นมาคือ Nike กำหนดวันวางจำหน่ายรองเท้ารุ่นดังกล่าวไว้ในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับ “7-Eleven Day” วันครบรอบก่อตั้งบริษัท และเป็นวัน Free Slurpee Day ที่ลูกค้าจะได้รับเครื่องดื่มสลัชปี้ฟรีตามสาขาต่างๆ ทั่วโลก โดยที่ทั้งสองบริษัทไม่มีความร่วมมือหรือข้อตกลงใดๆ กันอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้มีเพียงสีที่คล้ายกันเท่านั้นที่ทำให้เซเว่นตัดสินใจฟ้อง นอกจากสีสันที่คล้ายคลึงกันแล้ว คำฟ้องยังระบุว่า Nike ได้ใส่รายละเอียดอื่นๆ ที่สื่อถึงเซเว่นอีเลฟเว่นอย่างจงใจ เช่น ลวดลายชั้นวางสินค้าในร้านสะดวกซื้อบนพื้นรองเท้าด้านใน รวมถึงคำบรรยายสินค้าที่ใช้ถ้อยคำอย่าง “เดินไปร้านสะดวกซื้อหัวมุมถนน” ซึ่งเซเว่นมองว่าเป็นความพยายามเชื่อมโยงแ
10 กรกฎาคม 2569