ลุ้น SET รีบาวด์รับประชุม “IMF–World Bank” เปิดโผ 7 หุ้นเด่นรับแรงหนุน

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสเกิด Short-Term Relief Rally และแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มชะลอตัวลง จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การย่อตัวของ Bond Yield สหรัฐฯ ช่วยลดแรงกดดันต่อการอ่อนค่าของเงินบาท และลดแรงจูงใจในการดึงเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่, 2.การหมุนเวียนเม็ดเงิน (Sector Rotation) จากการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และเอเชียเหนือ ส่งผลให้มีโอกาสที่เม็ดเงินจะไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีต่ำอย่างตลาดหุ้นไทย
และ 3.การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และส่งผลดีโดยตรงต่อกลุ่มหุ้นอิงการบริโภคในประเทศ (Domestic Play) กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มการแพทย์
ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำดักจังหวะ Relief Rally ในหุ้นกลุ่ม Domestic Play, ท่องเที่ยว และการแพทย์ โดยมี 5 หุ้นเด่น ได้แก่ DISNEY19 : เข้าสู่ช่วงไฮซีซันของผลประกอบการไตรมาส 4 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “Avengers: Doomsday”, AAPL80 : รับปัจจัยบวกจากการเตรียมวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนหน้าจอพับรุ่นแรกของบริษัทเร็วๆ นี้
รวมถึง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มีโอกาสสูงในการคว้าสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ผสานแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดทำจุดสูงสุดของปี, บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 คาดกำไรไตรมาส 3/2569 เติบโตโดดเด่นมากกว่า 30% จากการเปิดตัวและวางจำหน่าย iPhone รุ่นใหม่ ดันยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโตสูง และ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยต่างชาติครึ่งปีหลังเติบโตแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลาง (UAE) ที่ทยอยเดินทางเข้ามารักษามากกว่าคาด พร้อมมีโอกาสรับส่วนเพิ่มจากการปรับขึ้นค่าหัวผู้ป่วยประกันสังคม
อย่างไรก็ตามมีแรงกดดันจากกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์หลังมีกระแสข่าวการเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีจากนักท่องเที่ยว 3 รายการ รวม 2,570 บาท รวมถึงความกังวลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนกันยายนที่ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากวิกฤตน้ำท่วมและราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงเกิน 40 บาทต่อลิตร
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุว่า กรณีธนาคารโลก (World Bank) แนะนำประเทศไทยเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพและก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง เนื่องจากปัจจุบันภาคธุรกิจไทยมีการใช้งาน AI เพียง 12% ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาที่มีการใช้งานสูงถึง 43%
โดยมองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค โรงไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE และ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด
Back to top button