เปิดประวัติ ‘สมิทธ์ พนมยงค์’ ซีเอฟโอผู้คุมการเงินคนใหม่ของ ‘กัลฟ์’ แทน ‘ยุพาพิน’ ที่ลาออกไปนั่งบอร์ด SCB
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศแต่งตั้ง สมิทธ์ พนมยงค์ เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) แทน ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ที่แจ้งลาออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าเตรียมไปรับตำแหน่งกรรมการ (บอร์ด) บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB
- ประวัติการศึกษา
- เส้นทางการทำงาน จากตลาดทุนสู่กลุ่มกัลฟ์
- ตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียน
- การฝึกอบรม
สมิทธ์ไม่ใช่คนนอกสำหรับกลุ่มกัลฟ์ เพราะร่วมงานกับบริษัทมาตั้งแต่ปี 2561 และเคยคุมสายงานการเงินของ GULF มาก่อน การรับตำแหน่ง CFO ครั้งนี้จึงเท่ากับการกลับมาดูแลงานการเงินอีกครั้ง หลังจากใช้เวลาหลายปีบริหารพอร์ตการลงทุนและบริษัทในเครือที่ขยายตัวทั้งด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และโทรคมนาคม ก่อนหน้านั้น สมิทธ์เป็นผู้บริหารที่มีชื่อเสียงในแวดวงตลาดทุน ในฐานะซีอีโอของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ระหว่างปี 2557 – 2561 และยังเคยเป็นอดีตกรรมการ คณะกรรมการตลาดเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2561
ก่อนเข้ารับตำแหน่ง CFO สมิทธ์ดำรงตำแหน่ง Executive Officer ของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2567 ควบคู่กับการนั่งกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร กรรมการบริหาร และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC
ประวัติการศึกษา
ปริญญาโท Master of Science (Economics), The London School of Economics and Political Science (LSE) ประเทศอังกฤษ
ปริญญาตรี Bachelor of Arts (Economics), Reed College ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมอุตสาหการ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เส้นทางการทำงาน จากตลาดทุนสู่กลุ่มกัลฟ์
ก่อนเข้าสู่กลุ่มกัลฟ์ สมิทธ์ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ระหว่างปี 2557-2561
ในปีเดียวกัน สมิทธ์ยังมีบทบาทในองค์กรด้านตลาดเงินและตลาดทุนหลายแห่ง ได้แก่ประธานสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และกรรมการในคณะกรรมการตลาดเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
ช่วงทำงานภายใต้กลุ่มกัลฟ์
- 2561-2563: รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และตำแหน่งเดียวกันในบริษัท กัลฟ์ เจพี จำกัด
- 2563: รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจระหว่างประเทศ
- 2563-2567: รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารสินทรัพย์ธุรกิจในเครือและการลงทุน
- 2567-ปัจจุบัน: Executive Officer บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
ระหว่างคุมสายงานบริหารสินทรัพย์และการลงทุน สมิทธ์เคยกล่าวถึงการขยายธุรกิจของ GULF ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งการลงทุนใน INTUCH และ THCOM รวมถึงความร่วมมือกับ Binance
สมิทธ์ยังนั่งเป็นกรรมการในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของกลุ่มกัลฟ์จำนวนมาก ครอบคลุมเกือบทุกธุรกิจของกลุ่ม ตัวอย่างเช่นบริษัท กัลฟ์ แอลเอ็นจี จำกัด, บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด, บริษัท จีเอสเอ ดาต้า เซนเตอร์ จำกัด, Jackson Generation, LLC และ Gulf Energy (Vietnam) Limited Liability Company และเคยเป็นกรรมการ Borkum Riffgrund 2 Offshore Wind Farm GmbH & Co. oHG ระหว่างปี 2563-2566
ตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียน
- 2564-ปัจจุบัน: กรรมการ และกรรมการบริหาร ADVANC โดยเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564
- 2564-ปัจจุบัน: กรรมการ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
- 2567-ปัจจุบัน: กรรมการ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)
การฝึกอบรม
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.) รุ่นที่ 20 สถาบันวิทยาการตลาดทุน
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน.) รุ่นที่ 15 สถาบันวิทยาการพลังงาน
- หลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 2
- Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 76/2551 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
- Corporate Governance for Capital Market Intermediaries (CGI) รุ่นที่ 0/2557
สมิทธ์เข้ามารับช่วงต่อจากยุพาพิน ซึ่งหนังสือแจ้งตลาดฯ ระบุว่าลาออกเนื่องจาก “มีความจำเป็นต้องไปปฏิบัติภารกิจอื่น” ยุพาพินเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่อยู่เบื้องหลังการระดมทุนของ GULF ในช่วงที่บริษัทขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ย้อนไปในปี 2568 TRIS ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของกัลฟ์จาก A+ เป็น AA- พร้อมปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน จาก A เป็น AA- แนวโน้มคงที่
กัลฟ์ภายใต้การนำด้านการเงินของยุพาพินได้รับรางวัล Issuer of The Year จากงาน ThaiBMA Best Bond Awards 2025 ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ในปี 2565 กัลฟ์ระดมทุนผ่านหุ้นกู้ได้ 35,000 ล้านบาทตามเป้า โดยแบ่งเสนอขายเป็น 2 ครั้งในเดือนเดียวกัน และเปิดขายให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก นอกเหนือจากฐานนักลงทุนสถาบันและรายใหญ่เดิม ช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทยังเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัล 2 รุ่น อายุ 4 ปีและ 7 ปีควบคู่กับหุ้นกู้แบบปกติ
นอกจากนี้ ในระหว่างที่ยุพาพินดำรงตำแหน่ง CFO ยังมีเหตุการณ์สำคัญทางธุรกิจ เช่น การควบรวมกิจการระหว่างกัลฟ์กับ อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ซึ่งยุพาพินเชื่อว่าจะสร้างซินเนอร์ยี่ 4 ด้าน หนุนมาร์เก็ตแคปของบริษัทใหม่ เสริมฐานะการเงิน ดันเครดิตเรตติ้ง และทำให้การบริหารธุรกิจคล่องตัวขึ้น ดีลนี้มีผลเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 และทำให้บริษัทบันทึกกำไรจากการรวมธุรกิจ 56,120 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 ยุพาพินได้รับรางวัลAsia’s Best CFO จากเวที Asian Excellence Award 2025 ครั้งที่ 15