Sangfor ชี้เทรนด์ VMware Migration ร้อนแรง ชูทางเลือกใหม่คุ้มค่าพร้อมรองรับ AI
<ol>
Sangfor ชี้เทรนด์ VMware Migration ร้อนแรง ชูทางเลือกใหม่คุ้มค่าพร้อมรองรับ AI
เผยแพร่: 5 ส.ค. 2569 21:45 ปรับปรุง: 5 ส.ค. 2569 21:45 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ซังฟอร์ (Sangfor) ฉายภาพรวมตลาด Cloud Infrastructure และ Cybersecurity ไทยครึ่งหลังปี 69 ถึงต้นปี 2570 มั่นใจปรากฏการณ์การย้ายระบบออกจากวีเอ็มแวร์ (VMware Migration) ในประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดของตลาดโครงสร้างพื้นฐานไอที หลังจากที่หลายองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเริ่มมองหาแพลตฟอร์มทดแทนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุน ความง่ายในการบริหารจัดการ และความพร้อมรองรับ AI ในอนาคต
นายธัชพล อินทพรหม ผู้จัดการประจำประเทศไทย Sangfor Technologies กล่าวถึงภาพรวมตลาดครึ่งปีแรก 2569 และทิศทางครึ่งปีหลัง ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนของการย้ายระบบออกจาก VMware ในไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรจำนวนมากเริ่มมองหาแพลตฟอร์มระดับองค์กรที่มีต้นทุนระยะยาวคาดการณ์ได้ บริหารจัดการไม่ซับซ้อน และรองรับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"หลายรายก้าวข้ามช่วงประเมินทางเลือกไปสู่การวางแผนโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว"
สำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 Sangfor คาดว่าความต้องการย้ายระบบจะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยหลายองค์กรกำลังเปลี่ยนผ่านจากขั้นทดสอบความเป็นไปได้ (Proof of Concept) ไปสู่การใช้งานจริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ปัจจัยผลักดันสำคัญ ได้แก่ ความต้องการควบคุมต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานให้คาดการณ์ได้ในระยะยาว โอกาสยกระดับแพลตฟอร์ม Virtualization รุ่นเดิมให้ทันสมัย และความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับทั้งแอปพลิเคชันธุรกิจและเวิร์กโหลด AI ได้ในเวลาเดียวกัน
ด้านปัจจัยบวก Sangfor ชี้ว่าองค์กรไทยให้ความสำคัญกับคุณค่าระยะยาวและต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) มากขึ้น ประกอบกับเครื่องมือย้ายระบบที่สะดวกขึ้น เช่น Sangfor Cloud Migration Tool (SCMT) ที่รองรับการย้ายแบบเป็นขั้นตอน (Phased Deployment) รวมถึงความเชี่ยวชาญของทีมงานในประเทศและเครือข่ายพันธมิตร ตลอดจนความต้องการความปลอดภัยแบบบูรณาการที่ผสานคลาวด์และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว
ในทางกลับกัน ตลาดยังเผชิญความท้าทายสำคัญสองด้าน คือความซับซ้อนของการย้ายระบบ ซึ่งองค์กรขนาดกลางมักมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องบริหารสภาพแวดล้อมไอทีที่ซับซ้อนควบคู่กับการรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ และต้นทุนช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากหลายองค์กรเลือกกลยุทธ์ย้ายระบบแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดความเสี่ยง แต่ก็ต้องแลกกับการลงทุนเพิ่มในระยะสั้น
นายแจสเปอร์ ซัน ผู้อำนวยการฝ่ายพรีเซลล์ประเทศไทย กล่าวถึงการแข่งขันและกลยุทธ์ระยะยาวว่า Sangfor วางตำแหน่งตัวเองแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการผสานโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ระดับองค์กรและระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว แทนที่จะเป็นผู้เล่นด้าน Virtualization หรือ Cybersecurity เพียงด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่มองหาทางเลือกทดแทน VMware แบบครบวงจร ทั้งองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่
กลยุทธ์ระยะยาวของ Sangfor ประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1. ทำให้การย้ายระบบง่ายขึ้นด้วย Sangfor Hyper-Converged Infrastructure (HCI) ที่มอบประสบการณ์บริหารจัดการคุ้นเคยและรองรับระบบนิเวศที่หลากหลาย 2. ส่งมอบความคุ้มค่าระยะยาวที่คาดการณ์ได้ผ่านรูปแบบค่าไลเซนส์ที่โปร่งใส 3. ลงทุนต่อเนื่องในทีมผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรในประเทศไทย ตั้งแต่ให้คำปรึกษาก่อนการขายจนถึงสนับสนุนด้านเทคนิคระยะยาว และ 4. สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับทั้งแอปพลิเคชันธุรกิจและเวิร์กโหลด AI บนแพลตฟอร์มเดียว
เมื่อถูกถามถึงความคุ้มค่าด้านราคาที่ Sangfor ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะราคาต่อ Throughput ที่ถูกกว่า Cisco ถึง 49 เท่า แต่นักลงทุนและซีไอโอไทยต้องมองต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน 5-7 ปี Sangfor ยืนยันว่าปัจจุบันองค์กรไม่ได้พิจารณาแค่ราคาซื้อเริ่มต้นอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ระยะยาวมากขึ้น โดย CIO ไทยต้องการโซลูชันที่ต้นทุนคาดการณ์ได้ บริหารจัดการง่าย และไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงด้านไลเซนส์หรือบำรุงรักษา
จากประสบการณ์ให้บริการลูกค้าทั่วภูมิภาค Sangfor ระบุว่าองค์กรสามารถลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของตลอด 5 ปีได้สูงสุดถึง 70% เมื่อเปลี่ยนจากสภาพแวดล้อมไอทีแบบ Multi-vendor มาใช้แพลตฟอร์ม Cloud Infrastructure แบบบูรณาการของตน โดยการประหยัดไม่ได้มาจากการรวมโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการบริหารจัดการที่ง่ายขึ้นและค่าไลเซนส์ที่โปร่งใสด้วย พร้อมย้ำว่าลูกค้าสามารถทราบค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ ไลเซนส์ บำรุงรักษา และสนับสนุนทางเทคนิคได้ตั้งแต่ต้นโครงการ
ต่อคำถามว่ากลยุทธ์ด้านราคาของ Sangfor จะยังโฟกัสแย่งส่วนแบ่งจากค่ายใหญ่ หรือจะขยับสู่ระดับพรีเมียมตามชื่อเสียงที่เติบโตขึ้น Sangfor ระบุว่าความคุ้มค่าและศักยภาพระดับองค์กรควรดำเนินควบคู่กัน โดยจะยังนำเสนอโซลูชัน Enterprise Cloud Infrastructure ที่มีค่าไลเซนส์โปร่งใส ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบบูรณาการ และการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ ท้ายที่สุดเป้าหมายของบริษัทไม่ใช่การแข่งขันด้านราคา แต่คือการช่วยให้องค์กรบรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้นผ่านโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่บริหารง่ายและมีประสิทธิภาพสูง
ในฐานะบริษัทที่ลงทุนด้าน R&D สูงกว่า 20% ของรายได้ Sangfor มองว่า AI กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในทุกมิติ ทั้งฝ่ายผู้โจมตีที่ใช้ AI เพิ่มความรวดเร็ว ซับซ้อน และแม่นยำในการโจมตี และฝ่ายผู้ป้องกันที่นำ AI มาช่วยยกระดับการตรวจจับภัยคุกคามและตอบสนองต่อเหตุการณ์ ทำให้ไซเบอร์ซีเคียวริตี้กลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์ระดับธุรกิจ ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของฝ่ายไอทีอีกต่อไป
Sangfor เชื่อว่าความปลอดภัยที่แข็งแกร่งต้องเริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง จึงผสาน Enterprise Cloud Infrastructure และ Integrated Cybersecurity ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว พร้อมนำ AI มาผสานกับข้อมูลภัยคุกคามแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยทีมความปลอดภัยตรวจจับภัยคุกคามได้เร็วขึ้น ลดงานซ้ำผ่านระบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนอง อย่างไรก็ตาม Sangfor ยังไม่ได้ระบุกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าฟีเจอร์ด้าน AI Security รุ่นใหม่จะเข้าสู่ตลาดไทยเมื่อใด โดยระบุเพียงว่าจะเดินหน้าลงทุนด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
"ประเทศไทยยังเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ Sangfor ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทมองเห็นโอกาสเติบโตระยะยาวจากการที่องค์กรไทยเดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลและเร่งนำ AI มาใช้ พร้อมเดินหน้าขยายทีมบุคลากรคนไทยต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตรในประเทศได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น"
Sangfor ให้นิยามช่วงเวลานี้ว่าเป็น "Great IT Re-platforming" หรือช่วงของการปรับโครงสร้างพื้นฐานไอทีครั้งสำคัญ ที่หลายองค์กรกำลังทบทวนกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อรองรับอนาคต โดยบริษัทพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ผ่านโซลูชัน Cloud Infrastructure และ Integrated Cybersecurity ตอกย้ำเป้าหมายการเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่องค์กรไทยไว้วางใจได้ในระยะยาว.