Cover Image

เทียบสเปค Samsung Galaxy S26 FE vs Galaxy S26+ แตกต่างกันอย่างไร รุ่นไหนคือความคุ้มค่าที่ใช่สำหรับคุณ - SpecPhone

Samsung Galaxy S26 FE เพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายในไทยไปสดๆ ร้อนๆ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถือเป็น “เรือธงน้องเล็ก” ในตระกูล Fan Edition ที่ซัมซุงตั้งใจทำออกมาให้แฟนๆ ได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น แน่นอนว่าการมาของรุ่น FE ย่อมทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า แล้วมันต่างจากรุ่นพี่อย่าง Galaxy S26+ ตรงไหนบ้าง? เมื่อเทียบกับส่วนต่างราคาที่ห่างกันถึง 12,000 บาท (เมื่อเทียบในรุ่นความจุ 256GB เท่ากัน) ลองมาดูตารางเทียบสเปคชัดๆ กันครับว่ามีจุดไหนที่แตกต่างกันบ้าง

สเปคการใช้งานSamsung Galaxy S26 FESamsung Galaxy S26+
หน้าจอDynamic AMOLED 2X
6.7 นิ้ว FHD+ (1080 x 2340 พิกเซล)
Refresh Rate 120Hz
สว่างสูงสุด 1,900 nits
Dynamic AMOLED 2X
6.7 นิ้ว QHD+ (1440 x 3120 พิกเซล)
Refresh Rate 120Hz (LTPO 1-120Hz)
สว่างสูงสุด 2,600 nits
ชิปประมวลผลExynos 2500 (3nm)Exynos 2600 (2nm)
แรม / ความจุRAM 8GB / ความจุ 128GB
RAM 8GB / ความจุ 256GB
(LPDDR5X / UFS 4.0)
RAM 12GB / ความจุ 256GB
RAM 8GB / ความจุ 512GB
(LPDDR5X / UFS 4.0)
กล้องหลัง50MP (f/1.8, OIS)
12MP Ultra-Wide (f/2.2, 123 องศา)
8MP Telephoto (f/2.4, Optical 3x, OIS)
50MP (f/1.8, OIS)
12MP Ultra-Wide (f/2.2, 120 องศา)
10MP Telephoto (f/2.4, Optical 3x, OIS)
กล้องหน้า12MP (f/2.2)12MP (f/2.2)
แบตเตอรี่และระบบชาร์จ4,900 mAh
ชาร์จไว 45W, ไร้สาย 15W, Wireless PowerShare
4,900 mAh
ชาร์จไว 45W, ไร้สาย 20W (Qi2.2), Reverse Wireless 4.5W
ซอฟต์แวร์Android 17 ครอบทับด้วย One UI 9
(การันตีอัปเดตนาน 7 ปี)
Android 16 ครอบทับด้วย One UI 8.5
(การันตีอัปเดตนาน 7 ปี)
ฟีเจอร์ AIGalaxy AI
Horizontal Lock
My Fan CAM
Galaxy AI
ขนาด161.6 x 76.9 x 7.4 มม.158.4 x 75.8 x 7.3 มม.
น้ำหนัก193 กรัม190 กรัม
วัสดุกระจก Gorilla Glass Victus+
กันน้ำกันฝุ่น IP68
กระจก Gorilla Glass Victus 2
โครง Armor Aluminum 2
กันน้ำกันฝุ่น IP68
สีที่วางจำหน่ายBlueberry, Graphite, Pistachioสีปกติ : Cobalt Violet, Sky Blue, Black, White
สีพิเศษ : Silver Shadow, Pink Gold
ราคาเริ่มต้น24,900 บาท (128GB)
28,900 บาท (256GB)
40,900 บาท (256GB)
48,900 บาท (512GB)

เจาะลึกจุดแตกต่างสำคัญระหว่าง Galaxy S26 FE และ Galaxy S26+

คุณภาพหน้าจอและความสว่าง

แม้ว่าทั้งสองรุ่นจะมีขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้วเท่ากันแบบเป๊ะๆ แต่ถ้าวัดกันที่รายละเอียดเชิงลึก S26+ จะให้ภาพที่คมชัดกว่าด้วยความละเอียดระดับ QHD+ ในขณะที่ S26 FE จะอยู่ที่ FHD+ นอกจากนี้ S26+ ยังใช้พาเนลหน้าจอแบบ LTPO ที่สามารถปรับอัตรารีเฟรชเรตได้ตั้งแต่ 1-120Hz ตามเนื้อหาที่แสดงผล ซึ่งช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีกว่า และที่สำคัญคือความสว่างหน้าจอ S26+ สู้แดดจ้าๆ ได้ดีกว่ามากด้วยความสว่างสูงสุดถึง 2,600 nits เมื่อเทียบกับ 1,900 nits บน S26 FE อย่างไรก็ตาม สำหรับการใช้งานทั่วไปในร่มหรือในชีวิตประจำวัน หน้าจอของ S26 FE ก็ถือว่าแสดงสีสันได้สวยงามและสว่างเพียงพอแล้ว

ประสิทธิภาพชิปประมวลผลและหน่วยความจำ

นี่คือจุดที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนและส่งผลต่อราคาครับ S26+ มาพร้อมชิป Exynos 2600 ตัวท็อปสุดที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร จับคู่กับ RAM 12GB ทำให้รองรับการทำงานหนักๆ เล่นเกมกราฟิกสูง หรือเปิดแอปพลิเคชันสลับไปมาได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ส่วน S26 FE ใช้ชิป Exynos 2500 (3 นาโนเมตร) และ RAM 8GB ซึ่งแม้จะเป็นสเปกที่ถูกลดทอนลงมา แต่ก็ยังทรงพลังมากพอสำหรับการใช้งานทั่วไป การเล่นเกมส่วนใหญ่ รวมถึงการประมวลผลฟีเจอร์ AI ต่างๆ ได้อย่างสบาย

กล้องถ่ายภาพและการบันทึกวิดีโอ

สำหรับสายถ่ายรูป สเปกกล้องหลัก 50MP และกล้องมุมกว้าง 12MP ของทั้งสองรุ่นแทบจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกัน ใช้งานได้ดีเยี่ยมทั้งคู่ จุดที่ถูกปรับเปลี่ยนคือเลนส์ซูมเทเลโฟโต้ โดย S26+ มีความละเอียด 10MP ส่วน S26 FE อยู่ที่ 8MP

ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น ทั้งสองรุ่นสามารถทำความละเอียดได้สูงสุดถึง 8K 30fps เหมือนกันครับ แต่จุดที่น่าสนใจ ณ เวลานี้คือ ฟีเจอร์กันสั่นวิดีโออัจฉริยะอย่าง Horizontal Lock (ระบบล็อคเส้นขอบฟ้า) จะมีให้ใช้งานเฉพาะบน Galaxy S26 FE เท่านั้น เนื่องจากมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ One UI 9 ตั้งแต่แกะกล่อง ในขณะที่ Galaxy S26+ ยังคงต้องรออัปเดตเป็น One UI 9 ถึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ครับ

วัสดุ ขนาด และน้ำหนัก

ในแง่ของการออกแบบและการจับถือ S26+ จะมีความบางกว่าเล็กน้อยที่ 7.3 มิลลิเมตร และเบากว่าที่ 190 กรัม ในขณะที่ S26 FE หนา 7.4 มิลลิเมตร และหนัก 193 กรัม ซึ่งความแตกต่างเพียงเสี้ยวเล็บนี้แทบจะไม่รู้สึกเมื่อถือใช้งานจริงครับ

แต่สิ่งที่ต่างกันชัดเจนคือความพรีเมียมของวัสดุ โดย S26+ จะเลือกใช้กระจกทนทานรุ่นใหม่ Gorilla Glass Victus 2 จับคู่กับกรอบตัวเครื่องที่ทำจาก Armor Aluminum 2 ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานสูง ส่วน S26 FE จะใช้กระจกหน้าจอและฝาหลังเป็น Gorilla Glass Victus+ ซึ่งแข็งแรงเช่นกัน แต่ก็ยังเป็นรองวัสดุระดับเรือธงสุดตารางของรุ่นพี่อยู่เล็กน้อย

แบตเตอรี่และระบบชาร์จ

ทั้งสองรุ่นให้แบตเตอรี่มาจุใจที่ 4,900 mAh เท่ากัน และรองรับระบบชาร์จไวผ่านสายที่ 45W เท่ากันเป๊ะ แต่จุดที่ S26+ เหนือกว่าคือการชาร์จไร้สายที่รองรับมาตรฐาน Qi2.2 ซึ่งให้กำลังไฟสูงสุด 20W ทำให้ชาร์จไร้สายได้เร็วกว่า S26 FE ที่รองรับเพียง 15W นอกจากนี้ฟีเจอร์ชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย (Reverse Wireless Charging / Wireless PowerShare) ทั้งสองรุ่นก็มีมาให้ใช้งานอย่างครบครัน

สรุปแล้ว Samsung Galaxy S26 FE คุ้มไหม หรือควรไป S26+

สรุปแล้ว Samsung Galaxy S26 FE คุ้มไหม คำตอบคือ “คุ้มค่ามาก” ครับ สำหรับคนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การใช้งานระดับมือถือเรือธง ในราคาที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้หลักหมื่น Galaxy S26 FE เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป นักเรียน นักศึกษา หรือวัยทำงานที่อยากได้สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ทั้งวัน กล้องสวยไว้ใจได้ ถ่ายวิดีโอ 8K ได้ และมีฟีเจอร์กันสั่นวิดีโอใหม่ล่าสุดให้ใช้ทันที ถือว่าตอบโจทย์สุดๆ ครับ

แต่ถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานสายฮาร์ดคอร์ ที่ต้องการสุดยอดประสิทธิภาพความแรง ชิปใหม่ล่าสุด หน้าจอคมชัดสูงสุด ชื่นชอบการเล่นเกมกราฟิกหนักๆ หรือต้องการ RAM 12GB เพื่อความลื่นไหลขั้นสุด รวมถึงอยากได้วัสดุตัวเครื่องที่พรีเมียมที่สุด การยอมเพิ่มเงินเพื่อขยับไปเล่น Galaxy S26+ ก็จะเป็นตัวเลือกที่ “เจ็บแต่จบ” และมอบประสบการณ์การใช้งานระยะยาวที่สมบูรณ์แบบกว่าอย่างแน่นอน

หากตัดสินใจได้แล้วว่ารุ่นไหนคือความคุ้มค่าที่ใช่สำหรับคุณ สามารถเข้าไปสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ:

Samsung Galaxy S26 FE

Samsung Galaxy S26+

Back To Top