ทำไมคนอยากมีลูกมักมีลูกยาก? เปิดมุมมองการมีบุตรยากในยุคนี้กับ นพ.วิวัฒน์ แห่ง SAFE Fertility Clinic [ADVERTORIAL]
หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนบทสนทนาในสังคมมักถูกสรุปว่า ‘คนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก’ แต่ในอีกด้าน คลินิกเพื่อการมีบุตรและรักษาภาวะมีบุตรยากกลับเติบโตขึ้น สะท้อนว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากมีลูก เพียงแต่เส้นทางสู่การเป็นพ่อแม่อาจไม่ง่ายเหมือนเดิม
คนที่อยากมีลูกมักมีลูกยาก แต่คนที่ยังไม่พร้อมกลับตั้งครรภ์ได้ง่าย หลายคู่ต้องใช้เวลานาน ทั้งที่เตรียมตัวและวางแผนชีวิตมาอย่างดี ขณะที่บางคู่ซึ่งยังไม่พร้อมกลับตั้งครรภ์ได้ง่ายกว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะอะไร คนยุคนี้มีลูกยากขึ้นจริงไหม หรือแท้จริงแล้ว ‘ความพร้อม’ ที่หลายครอบครัวรอคอย อาจมาพร้อมกับปัจจัยบางอย่างที่ทำให้การมีลูกไม่ง่ายเหมือนเดิม วันนี้ THE STANDARD ชวนหาคำตอบกับ นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท SAFE Fertility Group PCL หรือ SAFE Fertility Clinic คลินิกเพื่อการมีบุตรที่อยู่เคียงข้างการวางแผนครอบครัวมามากว่า 20 ปี
ในฐานะคุณหมอผู้คร่ำหวอดในวงการนี้มาอย่างยาวนาน เทรนด์การมีลูกของคนยุคนี้เป็นอย่างไร
“สมัยก่อนอายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่เข้ามาปรึกษาด้านการมีบุตรจะอยู่ที่ 30 ปี แต่ปัจจุบันขยับขึ้นมาเรื่อย ๆ จาก 5 ปีที่แล้วกลายเป็น 35 ปี”
นพ.วิวัฒน์ เริ่มต้นอธิบายว่า คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับ ‘ความพร้อม’ และ ‘การวางแผนครอบครัว’ มากขึ้น หลายคนจึงตัดสินใจมีลูกในช่วงอายุที่มากขึ้นกว่าเดิม และเมื่ออายุกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ เทคโนโลยีด้านการเจริญพันธุ์จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในฐานะตัวช่วยของการวางแผนครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการฝากไข่ (Egg Freezing) การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรือการทำอิ๊กซี (ICSI) ที่มีสถิติยอดใช้บริการสูงขึ้นเรื่อยๆ

แล้วทำไมคนที่ตั้งใจมีลูกถึงรู้สึกว่าการมีลูกยากกว่าที่คิด
“ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ตั้งใจมีลูกมักเริ่มต้นจากการวางแผนอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องงาน การเงิน ความสัมพันธ์ และความมั่นคง แต่ระหว่างที่รอให้ทุกอย่างพร้อมมากพอ อายุที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์โดยตรง”
“นอกจากอายุที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนมีลูกยาก รองลงมาคือความเครียด จากปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งมลพิษอย่าง PM 2.5 รวมถึงพฤติกรรมการกินอาหารแปรรูปของคนยุคนี้”
นพ.วิวัฒน์ เล่าต่อว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มชัดเจนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ช่วงเวลาเดียวกับที่หลายคนเพิ่งรู้สึกว่าชีวิตมีความพร้อมมากพอที่จะมีลูก
ขณะเดียวกัน เมื่อความตั้งใจมีลูกกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของครอบครัว ความคาดหวังและความกดดันก็อาจทำให้เกิด ‘ความเครียด’ ตามมา เมื่อรวมกับชีวิตในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยปัจจัยที่กระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจ ทั้งสภาพเศรษฐกิจ สังคมรอบตัว ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภคอาหารแปรรูป ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคประจำตัวเพิ่มขึ้น ก็ส่งผลต่อความพร้อมของร่างกายในการตั้งครรภ์เช่นกัน
ในวันที่การมีลูกต้องวางแผนมากขึ้น SAFE Fertility Clinic เข้ามาช่วยเติมโอกาสนี้อย่างไร
“บริการของ SAFE Fertility Clinic ช่วยทำให้คนที่เริ่มหมดหวัง โดยเฉพาะคนที่อยากตั้งครรภ์ในช่วงอายุที่มากขึ้น กลับมามีความหวังอีกครั้ง”
SAFE Fertility Clinic คือคลินิกเพื่อการมีบุตรที่นำเทคโนโลยีทางการแพทย์และมาตรฐานระดับสากลเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้ที่วางแผนมีบุตร ตอบโจทย์ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
ไม่ว่าจะเป็นการทำ IVF (In Vitro Fertilization) หรือเด็กหลอดแก้ว รวมถึงเทคโนโลยี ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ซึ่งเป็นการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรง แล้วฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ เมื่อได้ตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิในกระบวนการดังกล่าวแล้ว ปัจจัยสำคัญถัดไปคือการคัดเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมที่สุดก่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่ง SAFE Fertility Clinic เลือกใช้ PGTseq-A การตรวจโครโมโซมของตัวอ่อนแบบมุ่งเป้า นำเข้าจาก JUNO Genetics พาร์ทเนอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีเฉพาะที่ SAFE Fertility Clinic เพียงที่เดียวในประเทศไทย

“จุดเด่นที่ทำให้ SAFE Fertility Clinic แตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจนคือ PGTseq-A หรือการตรวจโครโมโซมของตัวอ่อนแบบมุ่งเป้า ร่วมกับการใช้เทคนิค SNP Array ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้ถึง 80% ลดความเสี่ยงในการแท้งบุตร และลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม”
แสดงว่าแม้จะเคยรักษามาก่อนแล้วไม่สำเร็จ ก็ยังไม่ได้หมายความว่าโอกาสในการมีลูกจะหมดไป?
“แน่นอนครับ” นพ.วิวัฒน์ตอบอย่างมั่นใจ พร้อมยกตัวอย่างเคสที่เขาจำได้ดี
“มีเคสหนึ่ง คนไข้เข้ามาปรึกษาเรื่องมีบุตรยากตอนอายุ 40 ปี หลังจากเคยรักษาที่อื่นมาแล้ว 2 ครั้ง ตอนนั้นเราใส่ตัวอ่อนให้ 1 ตัว แต่ยังไม่ตั้งครรภ์ คนไข้รู้สึกถอดใจและไม่ได้กลับมาใส่ตัวอ่อนที่เหลืออยู่อีก 1 ตัว จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงตอนอายุ 50 ปี เขาตัดสินใจกลับมาอีกครั้ง เพราะเริ่มรู้สึกว่าชีวิตพร้อมมากขึ้น ทั้งหน้าที่การงานและการเงินมั่นคง สุดท้ายก็สามารถตั้งครรภ์ และคลอดลูกที่น่ารัก ทั้งคู่มีความสุขมาก และยังบอกด้วยว่า น่าจะมาใส่ตัวอ่อนตั้งนานแล้ว”
“อีกเคสหนึ่งเป็นคู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมานานกว่า 10 ปี แม้อายุยังไม่มากนัก ประมาณ 35 ปี แต่พยายามมีลูกมาหลายวิธีก็ยังไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยวิธีเด็กหลอดแก้วหรืออิ๊กซี (IVF/ICSI) ครั้งแรกทั้งคู่ได้ลูกแฝด แต่โชคไม่ดีที่เกิดภาวะน้ำเดินตอนอายุครรภ์ 5 เดือน ทำให้ต้องสูญเสียลูกไป หลังจากนั้นเขาใช้เวลาพักใจอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนตัดสินใจกลับมารักษาอีกครั้ง และในที่สุดก็สามารถมีลูกได้สำเร็จ จนปัจจุบันก็ยังมาเยี่ยมเยียนหมออยู่เรื่อยๆ”
นอกจากเทคโนโลยีแล้ว อะไรที่สำคัญในการรักษาผู้มีบุตรยาก
การรักษาผู้มีบุตรยากให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้านที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ นพ.วิวัฒน์ อธิบายว่า
“การรักษาผู้มีบุตรยากต้องทำงานเป็นทีม ต้องประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอสุจิ การปฏิสนธิ การตรวจโครโมโซม รวมถึงผู้ดูแลส่วนตัว (Personal Assistant) ที่ช่วยทำให้คนไข้รู้สึกสบายใจและไม่เครียดระหว่าง Journey ของการรักษา เพราะถ้าคนไข้มีความสุข ก็จะส่งผลต่อโอกาสความสำเร็จด้วย”

“นอกจากนี้ยังต้องมีการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) เพราะคนไข้แต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางคนมีปัญหาเรื่องฮอร์โมน มดลูก รังไข่ หรือภูมิต้านทาน เราจึงต้องวิเคราะห์และแก้ปัญหาเป็นจุดๆ”
ครบรอบ 20 ปีครั้งนี้ SAFE Fertility Clinic เตรียมตัวปรับโฉมคลินิกอย่างไร เพื่อให้ตอบโจทย์คนไข้ยุคใหม่มากขึ้น
“ในโอกาสนี้ เราไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาด้านการแพทย์เท่านั้น แต่ยังหันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้รับบริการว่าควรเป็นอย่างไร ในยุคที่คนรุ่นใหม่มีความคาดหวังและให้คุณค่ากับความเป็นส่วนตัวตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในคลินิก โดยไม่ได้มองการรักษาเป็นเพียงแค่การมาพบแพทย์อีกต่อไป ก่อนจะตัดสินใจพวกเขาอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการค้นหาข้อมูล อ่านรีวิว ดูคอนเทนต์ และเปรียบเทียบตัวเลือกอย่างละเอียด การตัดสินใจเรื่องสุขภาพของพวกเขาจึงมาพร้อมกับความคาดหวังที่ชัดเจน ทั้งในแง่ความโปร่งใสของข้อมูล ความต่อเนื่องของขั้นตอน และความเป็นส่วนตัว”
“SAFE Fertility Clinic เข้าใจความเปลี่ยนแปลงนี้ การปรับปรุงพื้นที่ภายในของสาขา Gaysorn Amarin บนชั้น 17 ของหนึ่งใน Luxury Destination ใจกลางกรุงเทพฯ ติด BTS ชิดลม จึงเกิดขึ้นด้วยแนวคิดนี้เป็นแกนหลัก ทั้งการออกแบบพื้นที่ที่เสริมประสบการณ์การรักษา และเพิ่มความสะดวกสบาย พร้อมกับความทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการปรับ Flow การรักษาให้ชัดเจน ตั้งแต่จุดรับบริการต่างๆ ห้องแล็บ ห้องแพทย์ และห้องตรวจต่าง ๆ เพื่อให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น และรักษา Privacy ของผู้รับบริการแต่ละท่าน เพราะเราเชื่อว่าพื้นที่ที่ดีไม่ใช่แค่สวยงาม หรือหรูหรา แต่ต้องทำให้คนไข้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในมือที่ไว้ใจได้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา”
สำหรับคนที่กำลังอยากมีลูกแต่เริ่มหมดหวัง คุณหมออยากบอกอะไร
“สำหรับหลายคู่ที่กำลังพยายามอยู่ อย่าสูญเสียความหวัง เพราะเทคโนโลยีในวันนี้ จะช่วยเปิดประตูที่เคยปิดอยู่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ และทุกก้าวของวิทยาศาสตร์คือโอกาสใหม่ ยิ่งเริ่มต้นปรึกษาแพทย์เร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้น อย่ารอจนรู้สึกว่าสายเกินไป”

ในช่วงสุดท้าย นพ.วิวัฒน์ ย้ำว่า การเข้ามาปรึกษาแพทย์ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเริ่มกระบวนการรักษาทันที แต่เป็นการทำความเข้าใจร่างกายของตัวเอง เห็นทางเลือกที่มีอยู่ และวางแผนให้เหมาะกับช่วงเวลาของชีวิตมากขึ้น
“ในโอกาสครบรอบ 20 ปี SAFE Fertility Clinic พร้อมยืนหยัดในฐานะผู้ชำนาญการด้านการรักษาผู้มีบุตรยากที่คุณไว้วางใจ ด้วยทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่มีประสบการณ์เฉลี่ยกว่า 18-20 ปี เราอยากเป็นมากกว่าคลินิก แต่เป็น ‘เพื่อนร่วมทาง’ ที่อยู่เคียงข้างทุกครอบครัวในทุกขั้นตอนของการวางแผนมีบุตร เพื่อช่วยออกแบบเส้นทางที่เหมาะสม และทำให้ความหวังของคุณกลับมาเป็นไปได้อีกครั้ง”
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.safefertilitygroup.com