[Review] "MEAT. HEAT. SALT." กับ Chef Dharshan Munidasa ตำนานสเต๊กแห่งมัลดีฟส์เยือน Sindhorn Kempinski Bangkok Hotel - Kinandleisure
หากเอ่ยชื่อ “เชฟดาร์ชาน มูนิดาซา” (Chef Dharshan Munidasa) เหล่าฟู้ดดี้ตัวจริงย่อมรู้ดีว่าเขาคือใคร เขาคือเชฟและผู้ประกอบการร้านอาหารระดับตำนานที่ปักธงความอร่อยไว้ทั่วเอเชีย

ตั้งแต่ร้านอาหารทะเลติดอันดับโลกอย่าง Ministry of Crab ไปจนถึงร้านอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมียมอย่าง Nihonbashi ในศรีลังกา การมาเยือนเมืองไทยของเขาในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรากฏตัวธรรมดา

แต่เป็นการนำ “จิตวิญญาณ” ของการย่างเนื้อในสไตล์ Carne Diem Grill สเต๊กเฮ้าส์ชื่อดังจากมัลดีฟส์ มาเสิร์ฟแบบ Pop-Up สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ห้องอาหาร โบทานิก้า การ์เด้น เทอเรส โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

ค่ำคืนนั้นคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างบรรยากาศสวนสวยใจกลางเมือง (Chevaa Garden) ของสินธร เคมปินสกี้ และศาสตร์แห่งการย่างอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟดาร์ชาน ภายใต้ปรัชญาเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งอย่าง “Meat. Heat. Salt.” ที่เชื่อมั่นว่ารสชาติที่สมบูรณ์แบบเริ่มต้นจากวัตถุคุณภาพเยี่ยม

และความร้อนจากเปลวไฟที่ควบคุมได้แม่นยำ และการปรุงแต่งที่พอเหมาะ นี่คือรีวิวประสบการณ์การทานเซตเมนู 8 คอร์ส สำหรับ 2 ท่าน ที่พีทได้มีโอกาสไปลิ้มลอง และต้องบอกว่า… มันคือประสบการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ครับ!

1. White Gold – White Gold – White Corn Potage

การเดินทางแห่งรสชาติเริ่มต้นอย่างละมุนละไมด้วย White Gold – White Gold – White Corn Potage ซุปข้าวโพดขาวเนื้อเนียนละเอียด เชฟดาร์ชานใช้ข้าวโพดขาวสายพันธุ์พิเศษที่มีความหวานตามธรรมชาติสูง นำมาเคี่ยวจนได้น้ำซุปที่เข้มข้นและนวลเนียนดั่งทองคำขาว เพิ่มมิติและความลึกของรสชาติด้วยน้ำซุปไก่ Tori Gara (ซุปไก่สไตล์ญี่ปุ่นที่เคี่ยวจนใสและมีรสอูมามิ)

รสและสัมผัส: เมื่อสัมผัสแรกแตะที่ปลายลิ้น คุณจะรู้สึกถึงความหวานธรรมชาติที่บริสุทธิ์ของข้าวโพดขาว ไม่มีความปรุงแต่งเกินเบอร์ ซุปมีความเนียนนุ่ม (velvety texture) ละลายในปาก กลิ่นหอมของข้าวโพดและซุปไก่ Tori Gara ตีขึ้นจมูกอย่างแผ่วเบา เป็นการเปิดต่อมรับรสที่สมบูรณ์แบบ อ่อนโยนแต่มีเอกลักษณ์ เป็นซุปที่เรียบง่ายแต่ทำยากที่สุด
2. Bread & Beef

ต่อกันที่เมนูที่เปรียบเสมือนงานศิลปะที่เสิร์ฟมาพร้อมความสนุกในการทาน Bread & Beef ประกอบด้วยขนมปังซาวร์โดว์ (Sourdough) ที่อบใหม่จนผิวกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาในผ้าขาวในถาดสเตนเลสสตีลที่เก็บความร้อนได้ดี คู่กับถ้วยหนังวัวทอดกรอบ และพระเอกของจานคือ “เนยเทียนไขมันวัว” (warm beef tallow candle)

กระบวนการและไฮไลต์: สิ่งที่ทำให้เมนูนี้พิเศษคือเจ้าหน้าที่นำ “ปืนไฟ” มาเผาไขมันวัวที่เป็นก้อนคล้ายเทียนจนละลายลงมาในจาน เป็น “น้ำมันเนยจากไขมันวัว” (beef tallow) ที่อุ่นและหอมกรุ่น

รสและสัมผัส: ความอร่อยคือการฉีกขนมปังซาวร์โดว์อุ่นๆ จุ่มลงในบ่อไขมันวัวที่ละลายอยู่ คุณจะได้กลิ่นหอมควันอันเป็นเอกลักษณ์ของไขมันวัวที่ผ่านการเผา (flambéed) ผสมกับกลิ่นยีสต์ของขนมปัง เนื้อสัมผัสกรุบกรอบของหนังวัวทอดเพิ่มมิติให้กับความนุ่มของขนมปัง มันคือความ “มัน” ที่ฟินที่สุดในโลก รสชาติเค็มอ่อนๆ จากเกลือสมุทรที่โรยไว้ด้านบนยิ่งทำให้ทุกอย่างกลมกล่อม

3. Slow-Cooked Salmon Fillet

ตามด้วยเมนูที่แสดงถึงความพิถีพิถันในการปรุง Slow-Cooked Salmon Fillet เชฟเลือกใช้ปลาแซลมอนคุณภาพเยี่ยม นำมาปรุงสุกอย่างช้าๆ (slow-cooked) ในอุณหภูมิต่ำ ทำให้เนื้อปลาคงความชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้าง ปลาถูกจัดวางอย่างสวยงามบนจานสีเข้ม ล้อมรอบด้วยซอสสูตรพิเศษที่ทำจาก apple-potato ตัดรสด้วยรสเปรี้ยวเค็มของซาวเคราท์ (sauerkraut) และปิดท้ายด้วยไข่ปลาแซลมอน (ikura) ที่วางอยู่ด้านบน

รสและสัมผัส: เมื่อหั่นเนื้อปลา แซลมอนจะ “เฟลก” (flaky) เป็นชิ้นๆ อย่างสวยงาม รสสัมผัสนุ่มแทบละลายในปากจากการปรุงแบบ slow-cooked เมื่อทานคู่กับซอส apple-potato

คุณจะสัมผัสได้ถึงความเปรี้ยวอมหวานที่ตัดเลี่ยนได้ดีเยี่ยม ซาวเคราท์และไข่ปลาแซลมอนที่ระเบิดความเค็มในปากช่วยสร้างความสมดุล (balance) ของรสชาติได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นจานแซลมอนที่ซับซ้อนและมีหลายมิติมาก

4. Westholme Wagyu Sirloin

นี่คือไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย! Westholme Wagyu Sirloin ขนาด 600 กรัม เนื้อวากิวระดับพรีเมียมจาก Westholme (ออสเตรเลีย) ที่ผ่านการย่างอย่างพิถีพิถันบน Ignis Maximus เตาถ่านสั่งทำพิเศษที่สร้างแรงบันดาลใจจากเตาย่างยาคิโทริแบบญี่ปุ่น ตัวเตาหนักกว่า 200 กิโลกรัม และสามารถเร่งอุณหภูมิได้สูงถึง 750 องศาเซลเซียส

กระบวนการและไฮไลต์: ความพิเศษของเตา Ignis Maximus คือการส่งผ่านความร้อนอย่างสม่ำเสมอ

และการที่ไม่ใช้แก๊สหรือไฟฟ้า ทำให้เกิดเปลวไฟน้อย ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ ทำให้ผิวนอกของเนื้อเป็นสีน้ำตาลทองสวยงามและฉ่ำวาวจากการคาราเมลไลซ์ (Caramelize)

ในขณะที่รสสัมผัสภายในยังคงความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และได้ระดับความสุกที่ต้องการอย่างสมบูรณ์แบบ เนื้อถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟมาบนเขียงไม้ คู่กับเกลือสมุทร (sea salt) และเครื่องเคียง

รสและสัมผัส: กลิ่นควันจากการย่าง (charcoal flavor) คือสิ่งแรกที่สัมผัสได้ เมื่อเคี้ยวเนื้อวากิว Westholme คุณจะสัมผัสได้ถึงความ “ฉ่ำ” (juicy) ของไขมันที่แทรกซึมอย่างละเอียด

เนื้อมีความนุ่มแต่ยังคง “บอดี้” (body) ให้เคี้ยว ผิวนอกที่คาราเมลไลซ์ให้รสสัมผัสที่กรุบกรอบเล็กน้อย เกลือสมุทรที่โรยอยู่ด้านบนช่วยดึงความหวานธรรมชาติของเนื้อออกมาได้อย่างถึงขีดสุด นี่คือสเต๊กที่ไร้ที่ติอย่างแท้จริง

5. Eight-Rib Rack of Lamb


ต่อกันด้วยเมนูเนื้อสัตว์ที่ย่างมาได้อย่างไร้ที่ติอย่าง Eight-Rib Rack of Lamb ซี่โครงแกะย่างถ่านที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม เนื้อแกะติดกระดูกถูกนำมาย่างด้วยความร้อนสูงจากเตาถ่านจนได้ความสุกระดับ Medium-Rare ที่เนื้อด้านในยังคงเป็นสีชมพูสวยงามฉ่ำน้ำ ไม่มีความแห้งกระด้างเลยแม้แต่น้อย

รสและสัมผัส: เมื่อก้าวเข้าสู่คำแรก กลิ่นหอมของควันถ่านจางๆ ผสมผสานกับความนุ่มละมุนของเนื้อแกะที่แทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยวมาก สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือ “ไม่มีกลิ่นสาบ” ของเนื้อแกะมารบกวนใจเลยแม้แต่น้อย

รสชาติหวานตามธรรมชาติของเนื้อแกะถูกขับออกมาด้วยความเค็มบางเบาจากเกลือสมุทร เป็นความประทับใจระดับท็อปเทิร์นที่คนรักเนื้อแกะต้องยกนิ้วให้

6. มันบดสอดไส้ในพริกหวาน และผักญี่ปุ่นย่าง

จานเคียงที่มาเสริมทัพความอร่อยให้เมนหลักสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ประกอบด้วย มันบดสอดไส้ในพริกหวาน และ ผักญี่ปุ่นย่าง (รวมถึงมันเทศสีม่วงเนื้อเนียนและบรั่นเซลสเปราท์ หรือกะหล่ำดาวจิ๋วที่นำมาย่างจนขอบเกรียมหอม)

รสและสัมผัส: ความฉลาดของจานนี้คือการนำพริกหวานสีแดงลูกโตมาย่างจนผิวเนียนนุ่ม ด้านในอัดแน่นไปด้วยมันบดเนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น ความหวานฉ่ำตามธรรมชาติของพริกหวานที่ผ่านความร้อนผสานเข้ากับความมันเข้มข้นของมันบดได้อย่างลงตัว ตัดเลี่ยนด้วยความกรอบนอกนุ่มในและรสชาติไหม้เกรียมหอมๆ ของบรั่นเซลสเปราท์ และความหวานแน่นของมันเทศสีม่วงญี่ปุ่น เป็นการคอมบิเนชันผักเคียงที่ยกระดับความอร่อยของสเต๊กในค่ำคืนนี้ให้ครบรสและไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว
7. Rice & Beef

เดินทางมาถึงเมนูข้าวที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับต่อมรับรส Rice & Beef ข้าวสวยเม็ดเรียงตัวสวยหอมกรุ่น เสิร์ฟมาในกระทะเหล็กหล่อ (Cast-iron pan) ท็อปด้านบนด้วยเนื้อวัวและหนังวัวหั่นเต๋าชิ้นเล็กๆ ที่ผ่านการทอดจนกรอบกริบ ราดด้วยน้ำเกรวี่เนื้อรสเข้มข้นกลมกล่อม

รสและสัมผัส: เวลาทานให้คลุกเคล้าข้าวสวยร้อนๆ กับเนื้อกรอบและน้ำเกรวี่ให้เข้ากัน คุณจะได้สัมผัสแรกคือความกรุบกรอบของหนังวัวและเนื้อทอดที่เคี้ยวสนุก ตามด้วยความหอมเข้มข้นของน้ำเกรวี่เนื้อที่ซึมเข้าไปในเม็ดข้าวทุกอณู เป็นเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดสไตล์ไฮเอ็นด์ที่ทานแล้วอบอุ่นหัวใจ อิ่มเอมและลงตัวแบบปิดท้ายของคาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
8. Pure Tomato

ก่อนจะไปถึงของหวาน เชฟพาพักเบรกต่อมรับรสด้วยซุปมะเขือเทศล้างปากในแก้วมัคสไตล์เซรามิกพรีเมียม Pure Tomato ซุปมะเขือเทศแช่เย็นสไตล์เวลูเต้ (Velouté) ที่มีความเนียนละเอียดดึงเอกลักษณ์ความสดชื่นออกมาเต็มพิกัด

กระบวนการและความพิเศษ: ความว้าวของเมนูนี้คือ เชฟปรุงขึ้นโดย “ไม่ใช้นมและไม่เติมน้ำแม้แต่หยดเดียว” เพื่อถ่ายทอดรสชาติอันบริสุทธิ์ 100% ของมะเขือเทศคุณภาพเยี่ยมอย่างแท้จริง

รสและสัมผัส: ความเย็นฉ่ำของซุปช่วยรีเฟรชช่องปากได้ทันที รสชาติเปรี้ยวอมหวานตามธรรมชาติของมะเขือเทศพุ่งขึ้นจมูกด้วยความสดชื่น เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มดุจแพรไหมโดยไม่ต้องพึ่งครีมหรือนม เป็นการคั่นเวลา (Palate Cleanser) ระหว่างของคาวและของหวานที่ฉลาดและสร้างสรรค์ที่สุด
9. Lime and Herbs (Dessert)


ปิดฉากค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ด้วยของหวานสุดอลังการจากทีมเชฟขนมหวานแห่งโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ Lime and Herbs จานศิลปะที่จัดวางองค์ประกอบความอร่อยไว้อย่างประณีตบรรจง ประกอบด้วยไอศกรีมเครมเฟรช (Crème Fraîche ice cream) เนื้อเนียนนุ่มละมุน วางคู่กับครีมรสสมุนไพร (herb cream) มะนาวคาเวียร์ (finger limes) ที่ให้สัมผัสระเบิดเปราะแปะในปาก เค้กฟินองเซียร์ (Financier) เนื้อฉ่ำเนย และแผ่นทูเลย์รูปใบไม้กรอบบาง

รสและสัมผัส: คำแรกที่ตักเข้าปากคือความสดชื่นตื่นตัว ไอศกรีม Crème Fraîche ให้ความหอมมันนุ่มนวล ตัดกับความเปรี้ยวซ่าแบบมีมิติของมะนาวคาเวียร์ที่แตกตัวในปาก และความหอมล้ำลึกของครีมสมุนไพร ทานคู่กับเค้กฟินองเซียร์เนื้อแน่นฉ่ำและแผ่นแป้งกรอบ เป็นบทสรุปส่งท้ายค่ำคืน MEAT. HEAT. SALT. ที่งดงาม หรูหรา และตราตรึงในความทรงจำของ “พีทอ้วน” และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านอย่างแท้จริง

ค่ำคืนที่ต้องจารึก และการรอคอยครั้งต่อไปที่สินธร เคมปินสกี้

การเดินทางของ Carne Diem Grill Pop-Up ณ ห้องอาหารโบทานิก้า การ์เด้น เทอเรส โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ครั้งนี้ ได้ปิดฉากลงอย่างงดงามและสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิมชาวไทยไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับใครที่พลาดงานเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้ บอกได้คำเดียวว่า น่าเสียดายแทนจริงๆ ครับ! แต่ชีวิตของคนรักอาหารตัวจริงไม่มีคำว่าหยุดนิ่ง โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ขึ้นชื่อเรื่องการสรรสร้างอีเวนต์อาหารระดับโลกและการร่วมมือกับเชฟมือฉมังระดับมิชลินและระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
พีทขอปักหมุดชวนแฟนๆ ทุกคนมาร่วมติดตามและเกาะติดขอบจอรอฟังข่าวดีกันให้ดีว่า… อีเวนต์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งหน้า ณ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ จะเป็นคิวของเชฟระดับตำนานท่านใด หรือจะมีเซอร์ไพรส์ความอร่อยรูปแบบไหนมาเสิร์ฟให้อีก รับรองว่าเตรียมเคลียร์คิวรอไว้ได้เลย เพราะความอร่อยระดับเวิลด์คลาสแบบนี้ มีแต่ที่นี่ที่เดียวที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังครับ!
Kin Review
Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์