Cover Image

[Review] บทใหม่ของห้องอาหารจีนระดับตำนาน กับศิลปะแห่งรสชาติโดยเชฟ Jerry Li เชฟใหม่ เมนูใหม่ ตกแต่งใหม่ Feiya, Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel - Kinandleisure

Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A

สำหรับรีวิววันนี้ แห่ง Kinandleisure ขอทุกท่านมาเฉลิมฉลองด้วยอาหารจีนอีกครั้ง เพื่อต้อนรับการกลับมาของห้องอาหารจีนในตำนานอย่าง Fei Ya (เฟย ยา) ณ โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel ในครั้งนี้ บอกได้คำเดียวว่าเป็นการพลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ที่ยกระดับนิยามของ Modern Luxury Chinese Dining ไปอีกขั้นอย่างแท้จริงครับ

ตำนานบทใหม่ของ “เป็ดบิน” แห่งราชประสงค์

ชื่อของ Fei Ya (เฟย ยา) แปลตรงตัวได้ว่า “เป็ดบิน” (Flying Duck) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงความทะยานอยากในการก้าวข้ามขีดจำกัดของรสชาติอาหารจีนดั้งเดิม ห้องอาหารแห่งนี้สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นเดสติเนชันระดับตำนานของกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเมนูเป็ดปักกิ่งอบไม้ลิ้นจี่ที่ใครต่อใครต่างยกให้เป็นที่สุดในใจ

การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปัดฝุ่น แต่เป็นการตอกย้ำความเป็นเลิศที่นำเอาเรื่องราวในอดีตมาเล่าใหม่ในแบบที่น่าค้นหากว่าเดิม เพื่อต้อนรับนักชิมทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่ผู้ใหญ่ที่รักรสชาติดั้งเดิม ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์การกินดื่มที่เปี่ยมด้วยสไตล์

ดีไซน์โฉมใหม่: แสงเงาเหนือระดับ และเสน่ห์อันร่วมสมัย

ก้าวข้ามความสลัวรางและโทนสีเข้มขรึมของห้องอาหารจีนแบบเดิม ๆ ไปได้เลยครับ เพราะ Fei Ya รีโนเวทใหม่ทั้งหมดภายใต้คอนเซปต์ที่เน้น ความสว่างไสว หรูหรา แต่ทว่าอบอุ่น การตกแต่งภายในมีการเล่นเลเยอร์ของแสงอย่างมีชั้นเชิง มีการสอดแทรกรูปทรง

ไว้อย่างแนบเนียนและมีรสนิยมผ่านงานศิลปะร่วมสมัย พร้อมรูปเป็ดประดับในร้านทำให้ดูทันสมัย และ สว่างขึ่้น แต่ยังมีมุมที่ยังคงความคลาสสิคเคร่งครึมให้เห็นอย฿่ ดูเหมาะกับทุกเพศทุกวัย

ไฮไลท์เด่นที่สายโซเชียลต้องหลงรักคือ “การจัดแสง (Lighting Design)” ของห้องอาหารในเวอร์ชันนี้ที่ผ่านการคิดคำนวณมาอย่างดีเยี่ยม แสงไฟส่องกระทบลงบนจานอาหารได้อย่างงดงาม ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยคมชัด ผิวหน้าของเป็ดปักกิ่งสะท้อนเงาวาววับชวนน้ำลายสอ เป็นสเปซที่เหมาะทั้งการมาฉลองกับครอบครัวในวันพิเศษ หรือการนัดสังสรรค์ในธุรกิจที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟ

การปรับโฉมครั้งนี้มาพร้อมกับการต้อนรับ เชฟ Jerry Li เอ็กเซกคิวทีฟเชฟคนใหม่ผู้พกพาประสบการณ์การทำงานในโรงแรมหรูระดับนานาชาติมานานกว่าทศวรรษ เส้นทางสายอาหารของเขาเดินทางผ่านเมืองใหญ่ในจีน ข้ามไปยังดินแดนตะวันออกกลางอันเต็มไปด้วยเครื่องเทศ และมัลดีฟส์รีสอร์ทระดับท็อปของโลก ประสบการณ์ที่หลากหลายนี้หล่อหลอมให้เชฟ Jerry มีความเข้าใจในรสนิยมอาหารจีนระดับสากลอย่างลึกซึ้ง

เชฟ Jerry มีบ้านเกิดอยู่ในเมืองอู่ฮั่น ทำให้เขาเชี่ยวชาญในศาสตร์อาหารแถบ เจียงหนาน (Jiangnan) ที่เน้นความละเมียดละไม ปรัชญาอันแน่วแน่ในการทำอาหารของเขาคือ:

“อย่าให้กระแสนิยมมากลบตัวตน แต่จงสร้างสรรค์สิ่งใหม่บนรากฐานของประเพณีดั้งเดิม”

เกิดเป็นคอนเซปต์การจับคู่รสชาติระดับโลก (Global Flavors) เข้ากับวัตถุดิบพรีเมียมจากนานาชาติมาเพิ่มมิติให้กับเมนูจีนดั้งเดิมอย่างมีสไตล์ ทว่ายังคงให้เกียรติในรสสัมผัสคลาสสิกอย่างแท้จริง

เมนูใหม่ที่ผสานศาสตร์และศิลป์แห่งตะวันออก

มาถึงพาร์ทสำคัญนั่นคือเมนูอาหารโฉมใหม่ ที่เชฟ Jerry ได้ใส่ลูกเล่นและเทคนิคขั้นสูงลงไปในทุกจานได้อย่างน่าอัศจรรย์ครับ

🥟 ปอเปี๊ยะปูพิตาสชิโอ (Pistachio Crab Spring Rolls) 588++

จานนี้เป็นการทวิสต์ที่ชาญฉลาดมาก เชฟนำปอเปี๊ยะจีนมาดีไซน์ให้คล้ายกับขนม “คาโนลี (Canoli)” ของอิตาลี ตัวแป้งบางกรอบสีเหลืองทอง ภายในอัดแน่นด้วยเนื้อปูและเนื้อกุ้งสับเนื้อเด้งหวานธรรมชาติ เพิ่มความพิเศษด้วยการตบถั่วพิตาสชิโอบดละเอียดไว้ที่ปลายทั้งสองด้า เมนูนี้เล่นกับเนื้อสัมผัสที่เรียกว่า “ชุ่ย” (脆 – Cui) หรือความกรอบในศาสตร์อาหารจีน แต่เพิ่มมิติความกรอบมัน (Nutty) จากวัตถุดิบตะวันตกอย่างพิตาสชิโอเข้าไป เพื่อลดความเลี่ยนของของทอด

แนะนำให้หยิบด้วยมือแล้วกัดจากปลายด้านหนึ่งที่มีถั่วพิตาสชิโอทันที เพื่อให้ความหอมมันของถั่วผสมผสานกับความหวานฉ่ำของเนื้อปูและกุ้งภายใน โดยไม่จำเป็นต้องจิ้มซอสในคำแรก เพื่อลิ้มรสแท้ของวัตถุดิบ

🥟 เกี๊ยวปลาทอดกรอบ (Deep Fried Fish Dumplings) 688++

จานมองภายนอกอาจจะดูเหมือนเกี๊ยวทอดทั่วไป แต่ความล้ำอยู่ที่ “ตัวแป้ง” เพราะเชฟไม่ได้ใช้แป้งสาลีทั่วไปทำแผ่นเกี๊ยว แต่ใช้เนื้อป้าล้วน ๆ นำมานวดและตีจนเนียนเหนียว ก่อนจะรีดให้เป็นแผ่นบางเฉียบห่อหุ้มไส้เห็ดทรงเครื่องสมุนไพรสูตรลับ

นี่คือศาสตร์การทำ “เซียงเย่ว์” หรืออาหารลวงตา (Illusion Food) ที่นิยมในราชสำนักจีนโบราณ สิ่งที่ตาเห็นว่าคือแป้ง แต่แท้จริงแล้วคือเนื้อสัตว์ เป็นการแสดงทักษะขั้นสูงของเชฟในการควบคุมโปรตีนจากเนื้อปลาให้ยืดหยุ่นจนห่อไส้ได้

ต้องรับประทานตอนร้อน ๆ ทันทีที่ยกมาเสิร์ฟ ค่อย ๆ กัดครึ่งคำเพื่อให้ไอน้ำและความหอมของไส้หมูด้านในอบอวลในปาก คุณจะได้รับความกรอบเด้งจากแผ่นเนื้อปลาทอดตามด้วยความฉ่ำของไส้หมูอย่างลงตัว

🍗 กังเปา / ไก่กังเปา (Modern Kung Pao Chicken) 588++

ลบภาพไก่ผัดเม็ดมะม่วงหรือกังเปาแบบเดิม ๆ ไปได้เลย เชฟใช้เนื้อส่วนปีกไก่ที่ถอดกระดูกออกอย่างประณีต คัดสรรส่วนที่มีบาลานซ์ระหว่างเนื้อและชั้นไขมันใต้ผิวที่ดีที่สุด นำไปสอดไส้ด้วยข้าวสวยและกุ้งสับ ก่อนนำไปทอดจนหนังกรอบ แล้วเคลือบด้วยซอส Gun Pao รสเปรี้ยวหวานเข้มข้น มีความเผ็ดร้อนปลายลิ้นจาง ๆ จากพริกแห้งจีน

ไก่กังเปา (宮保雞丁) มีตำนานยาวนานจากวังจีนโบราณยุคราชวงศ์ชิง เชฟ Jerry นำเทคนิคการ “ยัดไส้ปีกไก่” (釀翼) ซึ่งเป็นเทคนิคคลาสสิกของอาหารกวางตุ้งมาประยุกต์

ใช้ตะเกียบคีบหรือใช้มือจับทานคำโต ๆ กัดทะลุหนังไก่กรอบเคลือบซอสเข้าไป ตัวซอสรสจัดจ้านจะเข้าไปผสมผสานกับข้าวและเนื้อกุ้งสับนุ่ม ๆ ด้านในทันที ข้าวจะทำหน้าที่ซับรสชาติเข้มข้นให้กลมกล่อมพอดิบพอดี

🥩 หมูสามชั้นตุ๋นเครื่องเทศและหน่อไม้ตำรับดั้งเดิม (Traditional Braised Pork Belly Pyramid) 688++

เมนู Masterpiece ที่แสดงกลิ่นอายความเป็นอาหารเจียงหนาน (Jiangnan) ของเชฟ Jerry อย่างเด่นชัด หมูสามชั้นเกรดพรีเมียมที่มีชั้นไขมันและเนื้อแดงสลับกันอย่างสมบูรณ์แบบ ถูกสไลด์ด้วยมีดเป็นเส้นยาวต่อเนื่องไม่ขาดสาย แล้วม้วนขึ้นรูปเป็นรูปทรงปิรามิดตระหง่าน ภายในซ่อนไส้หน่อไม้จีนที่ตุ๋นจนนุ่มชุ่มฉ่ำ

จานนี้แสดงทักษะ “ตาวกง” (刀工 – ทักษะการใช้มีด) ขั้นสูงสุดของเชฟจีน การสไลด์หมูสามชั้นให้บางเท่ากันและยาวต่อเนื่องโดยไม่ขาดเป็นเรื่องที่ยากมาก และการใช้หน่อไม้ซ่อนไว้ด้านในคือภูมิปัญญาจีนในการ “เจี่ยนี้” (解膩 – การตัดเลี่ยน) เพราะหน่อไม้จะดูดซับน้ำมันส่วนเกินจากหมูสามชั้นไว้

ใช้มีดและส้อม กดจากยอดปิรามิดลงมาหั่นและเปิด ให้ตัวเนื้อหมูที่นุ่มจนแทบละลายคลี่ออก จากนั้นคีบเนื้อหมูสามชั้นพร้อมกับหน่อไม้ด้านในรับประทานพร้อมกันในคำเดียว ความหอมของเครื่องเทศตุ๋นเข้มข้นจะตัดกับความหวานกรอบของหน่อไม้ได้อย่างไร้ที่ติ รับประทานพร้อมกับหมั่นโถวร้อน ๆ ที่เสิร์ฟคู่กันได้เลย

🥟 เสี่ยวหลงเปา (Classic Xiao Long Bao)

เสี่ยวหลงเปาที่นี่ทำออกมาได้ตามมาตรฐานขั้นสูง ตัวแป้งมีความหนาที่พอเหมาะ ไม่บางจนแตกง่ายและไม่หนาจนหนักเกินไป ช่วยโอบอุ้มน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนเหนียวข้นและหวานธรรมชาติให้คงความอุ่นได้ยาวนาน

เสี่ยวหลงเปาที่ดี หัวใจสำคัญอยู่ที่ “เจลาตินน้ำซุป” (Soup Aspic) ที่เชฟต้องเคี่ยวจากผิวหมูและกระดูกจนตกผลึกเป็นวุ้น ก่อนนำไปห่อพร้อมไส้หมู เมื่อโดนความร้อนจากการนึ่ง วุ้นจะละลายกลายเป็นน้ำซุปสีทองอยู่ภายใน

คีบเสี่ยวหลงเปามาวางบนช้อนซุป ใช้ตะเกียบเจาะผิวแป้งเบา ๆ ให้น้ำซุปไหลออกมา จิบน้ำซุปร้อน ๆ เพื่อเปิดรับรสชาติก่อน จากนั้นวางขิงซอยแช่จิ๊กโฉ่ว (น้ำส้มสายชูจีน) ลงบนตัวเกี๊ยว แล้วส่งเข้าปากทานทั้งคำ

🐚 หอยเชลล์นึ่งวุ้นเส้นกระเทียม (Steamed Scallop with Vermicelli and Garlic)

หอยเชลล์ฮอกไกโดตัวโตคัดไซส์พิเศษ เนื้อแน่นหวานฉ่ำ นำมานึ่งกับวุ้นเส้นและซอสกระเทียมโทนสูตรพิเศษที่มีการเพิ่มความเปรี้ยวละมุนปลายลิ้นลงไป ช่วยสร้างความสดชื่น

เทคนิคการนึ่งแบบ “ชิงเจิง” (清蒸) คือหัวใจของอาหารกวางตุ้งที่เน้นโชว์ความสดของซีฟู้ด แต่เชฟเพิ่มลูกเล่นรสเปรี้ยวอ่อน ๆ ซึ่งเป็นศาสตร์การ “ซิ่งเว่ย” (醒胃 – ปลุกต่อมรับรส) เพื่อใช้จานนี้เป็นตัวเบรกและปรับสมดุลรสชาติระว่างมื้ออาหาร

ใช้ตะเกียบม้วนวุ้นเส้นรอบ ๆ ตัวหอยเชลล์ ตักน้ำซอสกระเทียมที่อยู่ก้นจานราดให้ชุ่ม แล้วรับประทานในคำเดียวเพื่อให้เนื้อหอยเชลล์ที่สุกกำลังดีผสมผสานกับวุ้นเส้นที่ซับน้ำซอสไว้เต็มที่

🍤 กุ้งวาซาบิ (Crispy Wasabi Prawns) 688++

กุ้งแชบ๊วยตัวโตเนื้อเด้งสู้ฟัน นำไปชุบแป้งทอดจนกรอบฟูสไตล์เทมปุระ คลุกเคล้ากับซอสวาซาบิสูตรครีมมี่เข้มข้นที่มีความฉุนขึ้นจมูกกำลังดี ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้กับมื้ออาหาร จานนี้จัดอยู่ในหมวด “ซินไพ่จงไฉ่” (新派中菜 – อาหารจีนยุคใหม่) ที่เปิดรับอิทธิพลจากวัตถุดิบของชาติอื่น (ในที่นี้คือวาซาบิของญี่ปุ่น) มาผสมผสานกับเทคนิคการทอดสะดุ้งไฟแบบจีน

ต้องทานทันทีเมื่อมาถึง ผิวสัมผัสภายนอกที่ยังร้อนและกรอบจัดจะปะทะกับความเย็นและครีมมี่ของซอสวาซาบิ เกิดเป็นคอนทราสต์อุณหภูมิที่สนุกสนานในปาก

ซุปไก่ตุ๋นในลูกมะพร้าวอ่อน (Double-boiled Chicken Soup with Coconut) 488++

ความอุ่นใจในถ้วยซุปที่เสิร์ฟมาในลูกมะพร้าวอ่อนทั้งลูกอย่างหรูหรา เชฟเลือกใช้เนื้อไก่นุ่มคุณภาพดี นำมาตุ๋นอย่างพิถีพิถันร่วมกับน้ำมะพร้าวธรรมชาติบริสุทธิ์แทนการใช้น้ำซุปธรรมดา ทำให้ได้น้ำซุปที่ใสสะอาด รสสัมผัสหอมหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติอย่างเป็นเอกลักษณ์ ละลายความเหนื่อยล้า และช่วยคืนความสดชื่นให้แก่ร่างกายได้อย่างล้ำลึกระหว่างมื้ออาหาร

เมนูนี้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า “ตั้งตุ๋น” (燉 – Dùn) หรือ Double-boiling ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสตร์การทำซุปชั้นสูงของจีนกวางตุ้ง โดยการปรุงอาหารด้วยความร้อนจากไอน้ำอย่างช้า ๆ เป็นเวลานานหลายชั่วโมงในภาชนะที่ปิดมิดชิด เพื่อกักเก็บสารอาหารและน้ำมันหอมระเหยไม่ให้ระเหยไปกับไอน้ำ นอกจากนี้ตามตำราแพทย์แผนจีน มะพร้าวมีฤทธิ์ “รุ่น” (潤 – Run) ที่ช่วยบำรุงปอด เติมความชุ่มชื้น และปรับสมดุลหยินหยางในร่างกาย ยิ่งเมื่อผสานกับศาสตร์การตุ๋นไก่ ยิ่งกลายเป็นสุดยอดซุปบำรุงกำลังที่ทั้งเบาสบายและเปี่ยมด้วยประโยชน์

🦆 เป็ดปักกิ่งอบไม้ลิ้นจี่ในตำนาน (Legendary Fei Ya Wood-Roasted Peking Duck) 1988 ++

เมนูอันดับหนึ่งที่ทุกคนรอคอย เป็ดเชอร์รี่ตัวใหญ่ผ่านกระบวนการเตรียมหลายขั้นตอน ก่อนนำไปอบในเตาบล็อกพิเศษด้วย “ไม้ลิ้นจี่” เชฟจะนำมาแล่ให้ชมกันสด ๆ ข้างโต๊ะ (Tableside Carving) หนังเป็ดบางกรอบกริ๊บ ไร้ชั้นไขมันส่วนเกิน ตัวแป้งโรตีที่ห่อมีความนุ่มเหนียวอุ่นร้อน และทีเด็ดคือ “ซอสเป็ดปักกิ่ง” รสชาติสมดุลมาก หวานเค็มกลมกล่อม ไม่เหนียวหนืดจนติดมือ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงคลาสสิกอย่าง ต้นหอม แตงกวา พริก กระเทียมสับ และ “เนื้อลิ้นจี่สด” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่

การอบเป็ดด้วยไม้ฟืนผลไม้ โดยเฉพาะไม้ลิ้นจี่ เป็นตำนานการทำเป็ดปักกิ่งสาย “กัวหลู” (掛爐 – เป็ดแขวนอบ) กลิ่นควันจากไม้ลิ้นจี่จะซึมลึกเข้าสู่ผิวเป็ด ให้กลิ่นหอมหวานละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งเตาไฟฟ้าไม่สามารถทำได้

การเสิร์ฟคู่กับเนื้อลิ้นจี่เป็นการดึง Note รสชาติของไม้ที่ใช้อบออกมาให้เด่นชัดขึ้น อีกทั้งยังมีเทคเจอร์นิ่มๆ รสเปรี้ยวอบหวานตัดรสได้เลิศสะแมนแตน

🍲 เนื้อเป็ดผัดเปรี้ยวหวาน (Stir-Fried Duck Meat with Sweet and Sour Sauce) / เมี่ยงเป็ด

🍵 เติมเต็มมื้ออาหารด้วย: ชาดำลิ้นจี่สูตรซิกเนเจอร์ (Fei Ya Signature Blend – Lychee Black Tea)

ส่งเสริมอรรถรสมื้ออาหารอย่างมีรสนิยมด้วยชาสูตรพิเศษที่เบลนด์ขึ้นเพื่อห้องอาหารนี้โดยเฉพาะ ชาดำคุณภาพเยี่ยมที่อบอวลด้วยความหอมหวานอันสง่างามของลิ้นจี่ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเป็ดปักกิ่งอบไม้ลิ้นจี่ของร้าน

หรือจะลองเป็นของหวานลูกแพรตุ๋นน้ำเชื่อมเย็น ๆ เพื่อช่วยปิดมื้ออาหารก็เรียกได้ว่าดีไม่แพ้กัน

รายละเอียด พีท พีท พีท

ในวัฒนธรรมจีน การดื่มชาร้อนหลังอาหารจานมันเรียกว่า “กวาโหยว” (刮油 – การกวาดล้างไขมัน) ชาดำมีแทนนินที่ช่วยย่อยและล้างความมันในลำคอ แนะนำให้จิบแบบอุ่น ๆ สลับระหว่างคอร์ส หรือดื่มปิดท้ายมื้อ ความฝาดเบา ๆ ของชาดำและความหอมของลิ้นจี่จะช่วยปรับสมดุลรสชาติในปาก ทำให้รู้สึกสดชื่นและเบาสบายท้องทันที

5. บทสรุปแห่งอรรถรสและการเดินทาง

การกลับมาเปิดตัวอีกครั้งของ Fei Ya ในปีนี้ ถือเป็นการยกระดับห้องอาหารจีนในโรงแรมหรูได้อย่างประทับใจ เชฟ Jerry Li สามารถนำทักษะระดับสากลมาพลิกโฉมอาหารหลายจานให้มีลูกเล่นที่ทันสมัย มีความโมเดิร์นที่น่าตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความคลาสสิกของเป็ดปักกิ่งในตำนานที่ไม่มีใครโค่นลงได้ เป็นเดสติเนชันที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะชวนคุณปู่คุณย่ามาซึมซับรสชาติดั้งเดิม หรือพากลุ่มเพื่อนมาถ่ายรูปชิค ๆ ลงโซเชียลพร้อมทานอาหารอร่อย ๆ ก็ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัวครับ

📍 การเดินทางและข้อมูลการติดต่อ

ห้องอาหาร Fei Ya ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของโรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel ใจกลางเมือง

Website Feiya สำหรับดูเมนูเพิ่มเติมและจอง : https://www.feiyabangkok.com/

Kin Review

Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ  อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว  อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Kinandleisure.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Back To Top