‘เอกนิติ’ ผนึก กกร.ลุย Reinvent Thailand ดันเศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่า 3%
“เอกนิติ” จับมือกกร.เดินหน้า Reinvent Thailand เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจเร่งเปลี่ยนข้อเสนอสู่การปฏิบัติ ตั้งเป้าเศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี ดันสัดส่วนลงทุนแตะ 30% ของ GDP พร้อมยกระดับไทยติด 20 อันดับแรกขีดแข่งขันโลก ปลดล็อกธุรกิจ-ปูทางอุตสาหกรรมอนาคต
21 กันยายน 2569 - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวภายหลังหารือรวมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) Reinvent Thailand เพื่อยกระดับการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ว่า การหารือดังกล่าวต่อยอดจากงาน The Bangkok Business Summit 2026 ซึ่งรวบรวมมุมมองและข้อเสนอจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ก่อนนำมาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายใน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย หรือ กองหน้า ได้แก่ เกษตรและการแปรรูปอาหาร ยานยนต์ การค้าปลีกและการค้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์และเวลเนส การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
รัฐบาลมุ่งยกระดับศักยภาพประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 โดย กรอ.ตั้งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี ผ่านยุทธศาสตร์ Investment-led Growth พร้อมผลักดันสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ที่อย่างน้อย 30% ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ให้ก้าวขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลก
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ภาคเอกชนถือเป็นกองหน้าของทีมเศรษฐกิจไทย มีบทบาทสำคัญในการลงทุน สร้างงาน และสร้างรายได้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจำเป็นต้องทำงานร่วมกันระหว่างกองหน้า 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย และกองกลาง 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและ AI พลังงาน และระบบการเงิน ขณะที่ภาครัฐจะทำหน้าที่สนับสนุน ปลดล็อกกฎระเบียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขัน เพื่อเร่งแปลงข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติจริง
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องเชื่อมโยงการลงทุน และโอกาสจากตลาดโลกไปสู่ผู้ประกอบการในประเทศ สร้าง Local Champion และดึง SMEs ไทยเข้าสู่ Supply Chain ของเศรษฐกิจใหม่ เพื่อสร้างการจ้างงานและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการฟื้นตัวแบบ K-Shape
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องเชื่อมโยงคณะทำงาน Reinvent Thailand ทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจกับคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เพื่อให้ข้อเสนอภาคเอกชนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเป็นระบบ มีหน่วยงานเจ้าภาพ กรอบเวลาชัดเจน และสามารถติดตามผลได้ต่อเนื่อง
สำหรับแนวทางดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Stabilize Today แก้ปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุน และปลดล็อกอุปสรรคภาคธุรกิจ Transition Now สนับสนุนผู้ประกอบการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่ และ Invest for Tomorrow วางรากฐานการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พัฒนาทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
อย่างไรก็ตาม กกร. และรัฐบาล จะร่วมกันจัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอจากทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจ พิจารณาควบคู่กับความพร้อมของกองกลางทั้ง 4 ด้าน รวมถึงมาตรการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการคลัง แยกเป็นมาตรการเร่งด่วนและมาตรการเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกิดผลต่อการลงทุน การเพิ่มผลิตภาพ การสร้างงาน และการยกระดับรายได้ของประเทศ
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนจากการหารือไปสู่ การลงมือทำ โดยภาครัฐและเอกชนจะทำงานร่วมกันในฐานะทีมเศรษฐกิจไทย เชื่อมโยงกองหน้า 7 กลุ่มธุรกิจ กองกลาง 4 ด้าน และกองหลังด้านเสถียรภาพทางการเงินและการคลัง เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น แข่งขันได้ และยั่งยืน