PTG ต่อเกมไฟแนนซ์รถบรรทุก หนุน “ไพศาลฯ” ปักธงสินเชื่อโต 30%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เดินหน้าขยายความร่วมมือกับบริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด เพื่อขยายธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุกและรถเพื่อการพาณิชย์ พร้อมต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมุ่งขยายการให้บริการในระดับประเทศ ขณะที่ไพศาล แคปปิตอลอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามแผนที่วางไว้
นายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับไพศาล แคปปิตอลเป็นการต่อยอดจากฐานลูกค้าของ PTG ซึ่งมีผู้ประกอบการรถเพื่อการพาณิชย์และรถบรรทุกจำนวนมาก โดยบริษัทมองเห็นความต้องการเงินทุนของผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว และต้องการนำความต้องการเข้าสู่ระบบสินเชื่อ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ทั้งนี้ PTG ได้ร่วมกับไพศาล แคปปิตอล จัดกิจกรรม CSR โครงการ “พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” ในจังหวัดสระบุรี ณ โรงเรียนวัดกุดนกเปล้า โดยมีกิจกรรมมอบทุนการศึกษา สนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน และโครงการ “ชุมชนตาสว่าง” ซึ่งเป็นการตรวจวัดสายตาและตัดแว่นให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ โดยนายรังสรรค์กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากแนวคิดในการดูแลและช่วยเหลือคนในชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีผู้สูงอายุจำนวนมาก ขณะที่ลูกหลานส่วนหนึ่งเดินทางเข้าไปทำงานในเมือง จึงต้องการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุผ่านการดูแลด้านสายตา รวมถึงส่งเสริมคุณภาพด้านการศึกษาให้แก่เยาวชน
สำหรับการลงทุนในไพศาล แคปปิตอล ปัจจุบัน PTG ถือหุ้นประมาณ 33% และหากบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามแผน คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นของ PTG จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 25% โดยนายรังสรรค์กล่าวว่า การตัดสินใจลงทุนเกิดจากการพิจารณาฐานลูกค้าของ PTG ซึ่งมีฐานลูกค้าในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์และรถบรรทุกจำนวนมาก รวมถึงมองเห็นความต้องการด้านเงินทุนและเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว โดยนับตั้งแต่เริ่มความร่วมมือ ยอดสินเชื่อเพิ่มขึ้นประมาณ 25–30%
อย่างไรก็ตาม PTG ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อควบคู่กับการขยายพอร์ต เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่สามารถควบคุมคุณภาพหนี้ได้ โดยบริษัทมีมาตรการควบคุมคุณภาพสินเชื่อทั้งในส่วนของสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อประเภทอื่น
นายรังสรรค์กล่าวว่า ผู้ประกอบการรถเพื่อการพาณิชย์บางรายรับงานแล้วต้องใช้เวลารอรับชำระเงินเป็นระยะเวลานาน จึงเกิดความต้องการเงินทุนระหว่างรอรับเงิน PTG จึงมองว่าการนำความต้องการดังกล่าวเข้าสู่ระบบสินเชื่อจะช่วยให้ลูกค้าลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบและลดต้นทุนทางการเงิน เมื่อมีต้นทุนทางการเงินลดลง ผู้ประกอบการจะมีเงินเหลือสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันหรือนำไปต่อยอดธุรกิจได้มากขึ้น
สำหรับเหตุผลในการเข้าลงทุน นายรังสรรค์ระบุว่า PTG ได้พิจารณาบริษัทหลายแห่งก่อนตัดสินใจลงทุน แต่เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมงานไพศาล แคปปิตอล รวมถึงระบบการบริหารจัดการ จึงตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน ขณะที่ไพศาล แคปปิตอลเปิดโอกาสให้ PTG เข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจ เพื่อใช้ศักยภาพของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาธุรกิจด้านการเงินและไฟแนนซ์
ด้านการต่อยอดธุรกิจ นายรังสรรค์มองว่า ความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถือหุ้นหรือการสนับสนุนเงินทุน แต่เป็นการนำฐานลูกค้าและศักยภาพของทั้งสองฝ่ายมาร่วมกันพัฒนาธุรกิจ โดย PTG มีฐานลูกค้ารถเพื่อการพาณิชย์ ขณะที่ไพศาล แคปปิตอลมีความเชี่ยวชาญด้านไฟแนนซ์รถบรรทุก จึงสามารถนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาประกอบกัน เพื่อสร้างช่องทางทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการและต่อยอดธุรกิจไปได้อีกหลายระดับ
ด้านนายสุกฤษฏิ์ เหรียญภิญญวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเริ่มความร่วมมือกันตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และมีแผนนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันขยายธุรกิจในระดับประเทศ โดยในระยะต่อไปบริษัทจะมุ่งเน้นธุรกิจกลุ่มรถบรรทุกเป็นหลัก และพยายามครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการจัดไฟแนนซ์ การต่อกระบะและตัวถัง การซ่อมบำรุง รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุก
นายสุกฤษฏิ์กล่าวว่า ธุรกิจรถบรรทุกมีห่วงโซ่ธุรกิจค่อนข้างยาว จึงสามารถนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาใช้ร่วมกัน โดยฝ่ายหนึ่งมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมากกว่า 20 ปี ขณะที่อีกฝ่ายมีเครือข่ายในระดับประเทศ เพื่อนำศักยภาพดังกล่าวมาพัฒนาธุรกิจต่อไปในอนาคต
ปัจจุบันไพศาล แคปปิตอลอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านการขยายธุรกิจเพื่อรองรับลูกค้าในอนาคต โดยมีจุดแข็งจากฐานลูกค้าในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์และรถบรรทุกจำนวนมาก ขณะที่ไพศาล แคปปิตอลมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจไฟแนนซ์รถบรรทุก ทั้งสองฝ่ายจึงต้องการนำฐานลูกค้าและความเชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มช่องทางด้านการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรถบรรทุกและรถเพื่อการพาณิชย์ และช่วยให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น
สำหรับแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นายสุกฤษฏิ์กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผน โดยปีนี้ถือเป็นปีสำคัญของการเตรียมความพร้อม ทั้งกระบวนการตรวจสอบ รวมถึงการจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ เบื้องต้นมีแผนยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ในช่วงต้นปีหน้า และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนภายในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่แน่นอนยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริษัทและภาพรวมของตลาด
ด้านระบบงาน บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม เนื่องจากไพศาล แคปปิตอลต้องการดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทด้านการเงิน โดยระบบต่าง ๆ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐอยู่แล้ว จึงมุ่งเน้นการเตรียมรายละเอียดด้านเอกสารและข้อมูลให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด
สำหรับทิศทางการปล่อยสินเชื่อ นายสุกฤษฏิ์กล่าวว่า บริษัทเพิ่งเริ่มขยายการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่ตลาดมีผู้เล่นหลายรายและภาระหนี้ของลูกค้าอยู่ในระดับค่อนข้างสูง บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกลูกค้า โดยต้องการให้สินเชื่อถูกนำไปใช้เพื่อสร้างรายได้หรือประกอบอาชีพเป็นหลัก
บริษัทจะพิจารณาการใช้สินเชื่อจากรายการและลักษณะการดำเนินงานของลูกค้า เพื่อประเมินว่าสินเชื่อจะถูกนำไปใช้ประกอบอาชีพจริง โดยในช่วงแรกจะให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทอยู่แล้ว เช่น ลูกค้าที่มีรายการเช่าซื้อและมีประวัติการชำระเงิน รวมถึงกลุ่มผู้รับเหมาหรือผู้ประกอบการที่เดิมอาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากแหล่งอื่นหรือนอกระบบ เพื่อดึงลูกค้ากลับเข้าสู่ระบบและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ
สำหรับโครงสร้างสินเชื่อ ปัจจุบันบริษัทมุ่งเน้นสินเชื่อรถบรรทุกเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อประเภทอื่นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขยายธุรกิจ โดยนายสุกฤษฏิ์มองว่าสินเชื่อรถบรรทุกเป็นสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ เนื่องจากผู้กู้สามารถนำรถไปสร้างรายได้ จึงสามารถติดตามวัตถุประสงค์การใช้สินเชื่อได้ค่อนข้างชัดเจน และบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายสินเชื่อรถบรรทุกได้อีก
ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ให้บริการประมาณ 9 แห่ง ครอบคลุมภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้ โดยมีแผนขยายพื้นที่ให้บริการเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ไม่ได้มุ่งเน้นการเปิดสาขาในทุกจังหวัดเป็นหลัก โดยจะใช้เครือข่ายและการทำตลาดเข้ามาช่วยกระจายการให้บริการและดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น
นอกจากธุรกิจสินเชื่อ บริษัทมีแผนขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกเพิ่มเติม ทั้งการซ่อมบำรุง การต่อกระบะและตัวถัง รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่สามารถต่อยอดจากธุรกิจหลัก เพื่อสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะการปล่อยสินเชื่อ
ด้านการบริหารคุณภาพสินเชื่อ นายสุกฤษฏิ์ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ประมาณ 3–4% โดยการควบคุม NPL เริ่มตั้งแต่กระบวนการคัดกรองลูกค้า บริษัทพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งคุณภาพและราคาหลักประกัน ประวัติและเครดิตของลูกค้า รวมถึงพฤติกรรมและวินัยในการชำระหนี้ นอกจากนี้ ยังพิจารณาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมบริหารและทีมพิจารณาสินเชื่อ พร้อมนำ Credit Scoring มาใช้ร่วมกับมาตรการคัดกรองต่าง ๆ
สำหรับธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล บริษัทมองว่าจุดแข็งสำคัญอยู่ที่ต้นทุน รวมถึงการใช้ฐานลูกค้าเดิมเข้ามาต่อยอด โดยจะเน้นกลุ่มคนขับรถหรือเจ้าของรถบรรทุกที่มีประวัติการผ่อนชำระกับบริษัทอยู่แล้วบางส่วน ซึ่งจะช่วยให้มีข้อมูลประกอบการพิจารณาและเพิ่มความมั่นใจในการบริหารความเสี่ยงด้านหนี้
นอกจากนี้ บริษัทมีแนวทางพัฒนาธุรกิจด้านการบริหารสินทรัพย์ โดยนำสินทรัพย์ที่ไม่มีมูลค่าหรือมีมูลค่าต่ำมาพัฒนาให้มีมูลค่าสูงขึ้น และสามารถนำกลับไปใช้ประกอบอาชีพได้
สำหรับการแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุก นายสุกฤษฏิ์ระบุว่า ผู้ประกอบการในตลาดมีทั้งบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทที่ยังไม่ได้เข้าจดทะเบียน โดยบริษัทขนาดใหญ่มีความแตกต่างทั้งด้านขนาด กระบวนการดำเนินงาน และการกำหนดราคา ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อรถบรรทุกในระดับภูมิภาคมีลักษณะเฉพาะและมีผู้ให้บริการไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพหนี้ควบคู่กับการเติบโตของพอร์ต โดยมองว่าขนาดตลาดสามารถขยายตัวได้ตามจำนวนรถบรรทุกมือหนึ่งที่ออกสู่ตลาด และสามารถวางตำแหน่งไพศาล แคปปิตอลเป็นผู้เล่นสินเชื่อรถบรรทุกในระดับภูมิภาค เนื่องจากตลาดในเมืองและตลาดต่างจังหวัดมีลักษณะแตกต่างกัน
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าการประเมินความสำเร็จของธุรกิจไม่ควรพิจารณาจากขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากความสามารถในการสร้างกำไรและผลกำไรในบรรทัดสุดท้ายด้วย
โดยภาพรวม ความร่วมมือระหว่าง PTG และไพศาล แคปปิตอลจะมุ่งนำฐานลูกค้า ประสบการณ์ และเครือข่ายของทั้งสองฝ่ายมาร่วมกันขยายธุรกิจ โดยมีสินเชื่อรถบรรทุกเป็นธุรกิจหลัก และต่อยอดไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งการต่อกระบะและตัวถัง การซ่อมบำรุง และบริการอื่น ๆ ขณะที่ไพศาล แคปปิตอลมีแผนขยายพื้นที่ให้บริการจากปัจจุบันประมาณ 9 แห่งไปสู่การครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมให้น้ำหนักกับลูกค้าที่นำสินเชื่อไปใช้ประกอบอาชีพ และให้ความสำคัญกับคุณภาพลูกหนี้ควบคู่กับการเติบโตของพอร์ต
สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไพศาล แคปปิตอลยังเดินหน้าตามแผน โดยอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสาร มีแผนยื่นไฟลิ่งในช่วงต้นปีหน้า และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนภายในปีหน้า อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาที่แน่นอนยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริษัทและภาพรวมของตลาด