PRAPAT เดินเกมรุกครึ่งปีหลัง ชูเครื่องจักร-ESG-Wellness หนุนเติบโตยั่งยืน

นายสุกานต์ อินทรสูต ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT เปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีแรก 2569 บริษัทคาดว่าจะสามารถเติบโตขึ้นจากครึ่งปีแรกของปีก่อน โดยมีเครื่องจักร OEM เช่น เครื่องล้างจานอัตโนมัติ ภายใต้แบรนด์ STEWARD และเครื่องขัดพื้น ภายใต้แบรนด์ PEERAPAT เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผลประกอบการยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับที่น่าพอใจ
สำหรับครึ่งปีหลัง บริษัทมุ่งเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Team Work Emotion ตามที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี เน้นการทำงานเป็นทีมเพื่อให้ตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น และสร้างความสัมพันธ์เชิงลึกกับลูกค้า B2B ผ่านการเข้าใจ Pain Point การสร้างความไว้วางใจ และการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
พร้อมชู 3 ธุรกิจใหม่ในการสร้างรายได้ ได้แก่
1.ธุรกิจเครื่องจักร ที่มีเครื่องล้างจานอัตโนมัติและเครื่องขัดพื้นเป็นสินค้าหลัก เป็น Hero Products ของธุรกิจ พร้อมโมเดลการชำระเงินหลายรูปแบบ ทั้งการซื้อสด การผ่อนชำระ และการเช่าใช้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนให้กับลูกค้า B2B สร้างรายได้ต่อเนื่องจากการให้บริการเช่าและการดูแลหลังการขาย และต่อยอดเป็นรายได้ประจำ (Recurring Income)
2.ธุรกิจ Sustainable Engineering ในการพัฒนาโครงการระบบ Green ที่ผสานเทคโนโลยี Heat Pump และ เครื่องบำบัดน้ำเสียขนาดกระทัดรัดและประหยัดพลังงาน (MBR) เพื่อลดการใช้พลังงานและน้ำ ตอบโจทย์ ESG และความยั่งยืน ในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมมี backlog รอรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลัง สะท้อนถึงทิศทางในการสร้างการเติบโตระยะยาว
3.ธุรกิจ Wellness ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เปิดตัวและเริ่มบุกตลาดแล้วในไตรมาส 3 โดยเริ่มทดลองตลาดผ่านพาร์ทเนอร์ที่มีเครือข่ายกับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและบ้านพักคนชรา โดยใช้สินค้าใหม่ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ร่วมกับ สินค้ากลุ่ม consumable สร้างฐานลูกค้าใหม่ในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการรองรับสังคมผู้สูงอายุไทยที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างคุณค่าเชิงธุรกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย
สำหรับตลาดต่างประเทศ ที่ประเทศเวียดนาม ทั้งเกาะฟูก๊วก ฮานอย และโฮจิมินห์ มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีแรก โดยเฉพาะเกาะฟูก๊วก ที่บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย และเปิดโชว์รูมเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซักรีด เมื่อปี 2566 ปัจจุบันสามารถรุกตลาดได้ต่อเนื่อง ลูกค้ากลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทให้การตอบรับเป็นอย่างดีด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ส่วนประเทศบังกลาเทศ บริษัทฯได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้วเสร็จ โดยถือหุ้น 45% ในช่วงแรกเป็นการนำเข้าสินค้าไปจำหน่ายระหว่างรอบริษัทพันธมิตรธุรกิจจัดตั้งโรงงานเพื่อรองรับการผลิตในประเทศต่อไป โดยเน้นสินค้าเคมีภัณฑ์เจาะกลุ่มลูกค้าโรงแรม โรงซัก และโรงพยาบาล เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในตลาดเอเชียใต้ในอนาคต
“ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง บริษัทให้ความสำคัญกับการขยายตลาดใน 3 ธุรกิจใหม่ ได้แก่ เครื่องจักร, Sustainable Engineering และ Wellness ผู้สูงอายุ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และเศรษฐกิจโลก โดยคงผลประกอบการเติบโตตามเป้าหมายที่ระดับสองหลักในปีนี้” นายสุกานต์ กล่าว
Back to top button