Cover Image

ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก กับความรัก 23 ปี เหตุผลที่ยอมทิ้งฝันเรียนทำอาหารที่ลอนดอน

ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก นักแสดงหญิงผู้ได้ฉายา “เมียหลวงแห่งชาติ” ที่ตีบทเมียได้แม่นจนคนดูลืมไม่ลง แต่ในชีวิตจริงกลับเป็นภรรยาที่ครองรักกับตั๊ก นภัสกร มาแล้วกว่า 23 ปี ผ่านความรักที่มั่นคงพอจะทำให้เธอยอมทิ้งแผนบินไปเรียนทำอาหารที่ Le Cordon Bleu London

ในโลกของละครไทย ไม่มีบทไหนที่ ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก ทำแล้วคนลืม

แต่เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดในชีวิตของเธออาจไม่ใช่บทที่เล่นในจอ แต่คือบทที่ดำเนินอยู่ทุกวันในชีวิตจริง

ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก คือใคร
ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก1

ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก หรือชื่อหลังแต่งงานว่า ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ เกิดวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ที่กรุงเทพมหานคร จบปริญญาตรีด้านมนุษยศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ป๊อก ปิยธิดา เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่เริ่มต้นจากการเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอของ มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ในเพลง “กลับกลอก” จากนั้นในปี 2539 เธอได้เล่นละครเรื่อง “ตะลอนทัวร์” ทางช่อง 5 ก่อนจะมีผลงานละครที่สร้างชื่อจากทุกบทที่รับ

เมียหลวงแห่งชาติ ฉายาที่ได้มาจากฝีมือล้วนๆ

ฉายาที่ทำให้คนจำชื่อ ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก มากที่สุดคือ “เมียหลวงแห่งชาติ” ซึ่งมาจากบทเมียหลวง ดร.วิกันดา ในละครเรื่อง “เมียหลวง” ที่เธอแสดงได้ลึกและแม่นยำจนคนดูพาลนึกว่าเธอเป็นประสบการณ์จริงในชีวิต

ก่อนหน้านั้น ป๊อก ปิยธิดา ยังมีผลงานที่ติดตาคนดูจากละครวัยรุ่น “ซึมน้อยหน่อยกะล่อนมากหน่อย” ที่แสดงคู่กับจ๊อบ นิธิ และ “ธรณีนี่นี้ใครครอง” คู่กับ แอนดริว เกร้กสัน

ใน “นางทาส” ป๊อก ปิยธิดา รับบทคุณหญิงแย้มที่หลายคนไม่คิดว่าเธอจะเล่นได้ แต่พอฟิตติ้งออกมาก็ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเธอเป็นคุณหญิงจริงๆ ผลลัพธ์คือรางวัลชมเชยนักแสดงหญิงเอเชียน เทเลวิชั่นอวอร์ด 2008 ที่ยืนยันว่าฝีมือเธอไม่ธรรมดา

รักที่ทำให้ยอมทิ้งแผน Le Cordon Bleu London

สิ่งที่ The Cloud บันทึกในบทสัมภาษณ์ “ครอบ-ครัว” ของ ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก คือเรื่องราวของแผนที่เธอเคยมีแต่สุดท้ายทิ้งไปเพราะความรัก

ป๊อก ปิยธิดา เคยมีแผนจะบินไปเรียนการทำอาหารที่ Le Cordon Bleu London สถาบันทำอาหารระดับโลกในลอนดอน แต่สุดท้ายแผนนั้นต้องเปลี่ยน เพราะผู้ชายที่เธอรักทำให้เธอยอมอยู่ที่บ้านแทน

แผนที่ไม่ได้ไปถึงลอนดอนนั้นไม่ได้หมายความว่าความฝันด้านการทำอาหารหายไป เพราะ ป๊อก ปิยธิดา ยังคงเรียนทำอาหารอย่างจริงจัง โดยเลือกเรียนที่ Le Cordon Bleu Dusit ในกรุงเทพฯ แทน และเรียนจบด้วยผลการเรียนติด Top 5 ของรุ่น ซึ่งตั๊ก นภัสกร สามีผู้เป็นเหตุผลที่เธอไม่ได้ไปลอนดอนก็มาร่วมแสดงความยินดีด้วย

23 ปีกับตั๊ก นภัสกร ความรักที่ไม่มีสูตรสำเร็จ
ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก2

ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก คบหากับ ตั๊ก นภัสกร (ปัจจุบันใช้ชื่อ นภัสรัญชน์ มิตรธีรโรจน์) มาแล้วกว่า 23 ปี และแต่งงานกันในปี 2555 โดยทั้งคู่ยังไม่มีบุตรด้วยกัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ทั้งสองตกลงร่วมกัน

เส้นทางความรักของ ป๊อก ปิยธิดา และตั๊กไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ต้น เนื่องจาก ป๊อก ปิยธิดา เป็นนางเอกดัง ตั๊กซึ่งเป็นนักแสดงเช่นกันแต่มีชื่อเสียงน้อยกว่าต้องเจอคำดูถูกว่าเกาะภรรยาดัง

แต่ทั้งสองผ่านมาได้ และปัจจุบันถูกยกให้เป็นคู่รักตัวอย่างในวงการ

เมื่อถูกถามถึงเคล็ดลับความรัก ป๊อก ปิยธิดา บอกว่า “ครบรอบ 23 ปี ยาวนานมาก คบกันตั้งแต่วันแรก แต่งงาน 12 ปี ให้ความพิเศษกับวันครบรอบยังไง ก็แค่จำกันได้ก็จบแล้ว กอดกัน บอกรักกัน แค่นี้ก็พิเศษแล้ว”

และยังเพิ่มเติมว่าความสำเร็จของความสัมพันธ์คือการที่ทั้งสองไม่บังคับกัน ต่างฝ่ายต่างมีพื้นที่ส่วนตัว แต่เมื่อกลับมาก็เล่าให้กันฟัง ซึ่งความเข้าใจและการเคารพในพื้นที่ของกันและกันคือสิ่งที่ทำให้ 23 ปีผ่านไปได้โดยไม่รู้สึกหนัก

ผลงานล่าสุด JETLAG SITCOM เจ๊ทแหลก
ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก3

ในปี 2568 ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก ปรากฏตัวในซิตคอมเรื่อง “JETLAG SITCOM เจ๊ทแหลก” ซิตคอมเรื่องแรกของ BEONCLOUD ร่วมกับ TRUEVISIONS NOW ซึ่งแสดงว่าเธอยังคงทำงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง แม้จะเลือกงานที่ตัวเองสนใจจริงๆ มากกว่าการรับงานทุกอย่างที่ผ่านมา

ป๊อก ปิยธิดา กับงานในครัว ความรักที่ไม่เคยหายไป

แม้แผนเรียนที่ Le Cordon Bleu London จะไม่ได้เป็นจริง แต่ความรักด้านการทำอาหารของ ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก ไม่เคยจางหายไป เธอเรียนที่ Le Cordon Bleu Dusit กรุงเทพฯ อย่างจริงจัง ติด Top 5 ของรุ่น และยังคงทำอาหารเป็นงานอดิเรกที่เธอใช้เวลากับมัน

ในมุมหนึ่ง นั่นบอกว่า ป๊อก ปิยธิดา ไม่ได้ทิ้งความฝัน เพียงแต่หาทางสร้างมันในแบบที่เข้ากับชีวิตที่เธอเลือกแล้ว

ความรักที่ไม่ต้องพิสูจน์

ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก พิสูจน์ทั้งในจอและนอกจอว่าความรักที่แท้จริงไม่ได้ต้องการคำอธิบายยาวๆ

ในจอ — เธอแสดงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในแบบที่คนดูรับรู้ได้จริง

นอกจอ — เธอครองรัก 23 ปีกับสามีในแบบที่ไม่เคยอวดแต่ทุกคนเห็น

Back To Top