สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปจัดงานเทศกาลภาพยนตร์และสารคดีไต้หวันในไทย
สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ร่วมกับ Documentary Club จัดงานเทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวัน ปี 2026 ระหว่างวันที่ 22–26 กรกฎาคม 2026 โดยนำภาพยนตร์คลาสสิก-ร่วมสมัย สารคดีขนาดยาวและสั้นของไต้หวันรวม 17 เรื่องมาฉายที่โรงภาพยนตร์เฮาส์ สามย่าน และเซ็นจูรี่ สุขุมวิท (กรุงเทพฯ) และประตูแดง สเปซ (จังหวัดขอนแก่น)
โดยพิธีเปิดเทศกาลเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยมากล่าวเปิดงาน ซึ่งเขากล่าวว่าธีมหลักของเทศกาลปีนี้คือแนวคิดเกี่ยวกับ ‘ครอบครัว’ โดยมีการฉายภาพยนตร์ 3 เรื่องระดับตำนานของผู้กำกับ อังลี (Ang Lee) ได้แก่ Pushing Hands, The Wedding Banquet และ Eat Drink Man Woman ด้วย
ก่อนวันพิธีเปิด มีรายงานเกี่ยวกับกรณีที่สถานทูตจีนขอให้ผู้จัดงานถอดโลโก้กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวันออกจากโปสเตอร์และแบคดร็อปภายในงาน แต่ปรากฏว่าจนถึงวันงานก็ไม่มีการนำโลโก้ออกแต่อย่างใด โดยที่ผ่านมาจีนมีจุดยืนมาตลอดว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนโดยที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ และไม่ต้องการให้มีการติดต่อระดับทางการระหว่างไต้หวันกับประเทศที่ยอมรับในหลักการจีนเดียว ในขณะที่รัฐบาลไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีน และมีความสัมพันธ์กับไต้หวันในระดับไม่ทางการเท่านั้น ส่วนกรณีการกดดันผู้จัดงานข้างต้น ทางสถานทูตจีนไม่ได้ออกมาปฏิเสธ ยืนยัน หรือให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ปีเตอร์ หลัน ได้ยกบทกลอนที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์ในโซเชียลสีเดียหลังเจอกระแสวิจารณ์กรณีร้องเพลง “เถียนมี่มี่” ระหว่างเยือนจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “ชนใดไม่มีดนตรีกาลในสันดานเป็นคนชอบกลนัก…” ซึ่งมาจากวรรณคดีเรื่อง ‘เวนิสวาณิช’ มากล่าวในพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย
เขาเปรียบเทียบกับเรื่องครอบครัวซึ่งเป็นธีมหลักของงานว่า “หากใครที่บอกว่าเป็นคนในครอบครัว แต่กลับไม่มีความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ความเมตตา (Compassion) ความเคารพ (Respect) และความรัก (Love) ให้แก่กัน คนๆ นั้นก็ถือเป็นคนที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกัน” พร้อมย้ำว่าการเป็นครอบครัว ไม่ใช่การใช้อำนาจกดดัน การบังคับ หรือข่มขู่กัน
ปีเตอร์ หลัน ระบุว่า ภาพยนตร์เรื่อง Eat Drink Man Woman ที่ฉายหลังพิธีเปิดนี้ สามารถตีความได้อย่างเสรี “เพราะเราอยู่ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย”
ช่วงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ปีเตอร์ หลัน ระบุว่า เขาเดินทางมาเปิดงานเพื่อให้แน่ใจว่างานแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมนี้จะดำเนินไปได้ด้วยดี และสนับสนุนให้ผู้ชมมุ่งเน้นไปที่เนื้อหา คุณค่า และสาระสำคัญที่ได้จากภาพยนตร์และสารคดีไต้หวันทั้ง 17 เรื่อง
นอกจากนี้เขายังยืนยันว่าได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากพันธมิตรทุกภาคส่วน และไม่ได้รับการติดต่อหรือกดดันใดๆ จากเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยเกี่ยวกับการจัดงานครั้งนี้