ทรัมป์เผยสหรัฐฯ เจรจาอิหร่าน ลดโอกาสโจมตีครั้งใหญ่ ขณะความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซยังสูง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน และอาจไม่จำเป็นต้องเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ตามที่เคยขู่ไว้ แม้กองกำลังสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในสถานะพร้อมปฏิบัติการ ตามรายงานของสำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera)

ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านมีท่าทีจริงจังมากขึ้นในการเจรจา แต่ยังไม่พร้อมบรรลุข้อตกลง โดยเขากล่าวว่า สหรัฐฯ พร้อมรับฟังข้อเสนอจากอิหร่าน แต่ย้ำว่าอิหร่านจะต้องไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์อ้างว่า ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ ได้ทำให้ศักยภาพทางทหารของอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก โดยสร้างความเสียหายต่อขีดความสามารถส่วนใหญ่ของกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และระบบเรดาร์ของอิหร่าน แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระ

ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ปฏิเสธคำข่มขู่จากสหรัฐฯ โดยระบุว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดัน พร้อมกล่าวระหว่างการพบหารือกับเจ้าหน้าที่รัสเซียและจีนในคีร์กีซสถานว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงก่อนหน้านี้ และเป็นต้นเหตุของความไม่มั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

อารักชียังแสดงความยินดีต่อท่าทีของรัสเซียที่ประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะที่เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เสนอความช่วยเหลือในการจัดทำกรอบความมั่นคงระดับภูมิภาค

แม้มีสัญญาณด้านการเจรจา แต่สถานการณ์ทางทหารยังคงตึงเครียด โดยกองกำลังสหรัฐฯ ได้สกัดเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่พยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ใกล้อิหร่าน หลังเรือลำดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยิงเข้าไปบริเวณห้องเครื่อง ส่งผลให้เรือไม่สามารถเดินทางต่อไปยังอิหร่านได้

ขณะเดียวกัน การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงได้รับผลกระทบ โดยข้อมูลจากบริษัทเคปเลอร์ (Kpler) ระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) มีเรือผ่านช่องแคบที่ได้รับการยืนยัน 6 เที่ยว ลดลง 60% จากวันก่อนหน้า

ก่อนเกิดความขัดแย้ง ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานทั่วโลก โดยรองรับปริมาณการขนส่งพลังงานประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งทำให้สถานการณ์บริเวณเส้นทางเดินเรือนี้ยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดพลังงานทั่วโลกจับตามอง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


Back To Top