จากการไถ่ชีวิตกระบือ สู่การสร้างอนาคตเกษตรกร ผ่านฟาร์มกระบือสมัยใหม่ - ข่าวสด
นครพนม – 22 กรกฎาคม 2569 – มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้ายกระดับโครงการ “มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็นพระราชกุศล” จากการช่วยเหลือระยะสั้น สู่การสร้างอาชีพและความมั่นคงในระยะยาว ผ่าน โครงการฟาร์มกระบือสมัยใหม่ (Buffalo Modern Farm) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์และภาคีเครือข่าย เพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงกระบือเชิงธุรกิจ ครอบคลุมการบริหารจัดการฟาร์ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ควบคู่กับการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์กระบือพื้นเมืองไทยอย่างยั่งยืน
ล่าสุด มูลนิธิฯ จัดพิธีไถ่ชีวิตและมอบแม่กระบือจำนวน 50 ตัว ให้แก่เกษตรกร 14 ครัวเรือนในโครงการฟาร์มกระบือทันสมัยรุ่นที่ 7 พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการฟาร์ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการตลาดออนไลน์ เพื่อสร้างอาชีพที่เติบโตได้จริง โดยโครงการได้ขยายผลครอบคลุมเกษตรกรใน 11 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครพนม บึงกาฬ หนองคาย เลย และสงขลา
โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสารกิจ ถวิลประวัติ รองประธานโครงการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็นพระราชกุศล ดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตร รองประธานโครงการฯ นายสุปรี เบ้าสิงห์สวย ที่ปรึกษาโครงการฯ นายสัตวแพทย์ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม ผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริจาค และประชาชน ร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมเจบีเพลส อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ได้พัฒนาโครงการจากการมอบโค-กระบือเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สู่การสร้าง ระบบนิเวศการเลี้ยงกระบือครบวงจร ครอบคลุมการพัฒนาพันธุ์ การจัดการฟาร์ม การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานการยกระดับกระบือไทยสู่การผลิตเชิงธุรกิจที่มีศักยภาพแข่งขันได้
หัวใจสำคัญของโครงการ คือการยกระดับการเลี้ยงกระบือแบบดั้งเดิมสู่ ฟาร์มกระบือสมัยใหม่ ที่นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลมาใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรจะได้รับการอบรมเข้มข้นตลอดหลักสูตร 3 วัน ครอบคลุมทั้งการจัดการฟาร์ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างอาชีพที่มั่นคง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระยะยาว
นายสุพชัย ปัญญาเอก ผู้จัดการโครงการฟาร์มกระบือทันสมัย มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า โครงการเริ่มต้นเมื่อปี 2545 ภายใต้ความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ ในโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ โดยในระยะแรกมอบกระบือให้เกษตรกรครอบครัวละ 1 ตัว แต่จากการติดตามผลพบว่ายังไม่สามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอ จึงพัฒนาสู่โครงการ Buffalo Modern Farm ที่สนับสนุนทั้งแม่พันธุ์คุณภาพ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคงและเติบโตได้ด้วยตนเอง
ปัจจุบันโครงการก้าวเข้าสู่ระยะที่ 3 โดยปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยที่มีพื้นที่เฉลี่ย 10-15 ไร่ ลดจำนวนกระบือให้สอดคล้องกับกำลังแรงงานในครัวเรือน เพื่อให้สามารถเลี้ยงควบคู่กับอาชีพหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้โครงการยังมุ่งอนุรักษ์และพัฒนาพันธุกรรมกระบือปลักไทย โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโต ถ่ายทอดลักษณะเด่นสู่รุ่นลูก พร้อมดูแลสมาชิกอย่างใกล้ชิดผ่านทีมสัตวบาลและนักวิชาการ ทั้งด้านการผสมพันธุ์ การดูแลสุขภาพสัตว์ และการจัดการฟาร์ม รวมถึงรับซื้อลูกกระบือเพศเมียกลับเข้าสู่โครงการเพื่อนำไปส่งต่อให้สมาชิกใหม่ สร้างวงจรการพัฒนาพันธุกรรมและรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางไพรรินทร์ รัตนะดี อดีตพนักงานขับรถบรรทุก หนึ่งในผู้ได้รับมอบกระบือจากโครงการในครั้งนี้ กล่าวว่า ได้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อดูแลครอบครัวและสานต่ออาชีพเลี้ยงกระบือที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ต่อยอดจากประสบการณ์เดิม ด้วยการนำกระบือสายพันธุ์ที่มีคุณภาพมาพัฒนาเป็นพ่อแม่พันธุ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับฝูงกระบือของครอบครัว
ด้าน นายวิรุฬห์ อนุพันธ์ อดีตพนักงานโรงงานในย่านแหลมฉบัง กล่าวว่า ตัดสินใจลาออกหลังทำงานในภาคอุตสาหกรรมมานานกว่า 10 ปี เพื่อกลับบ้านเกิดที่อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ดูแลพ่อแม่ และเข้าร่วมโครงการฟาร์มกระบือทันสมัยตั้งแต่ปี 2559 โดยได้รับมอบแม่พันธุ์กระบือจำนวน 8 ตัว พร้อมได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการฟาร์ม การพัฒนาสายพันธุ์ และการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างต่อเนื่องจากทีมสัตวบาลและนักวิชาการของโครงการ ปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์จนมีลูกกระบือเกิดมากกว่า 60 ตัว เหลือดูแลในฟาร์ม 21 ตัว เป็นแม่พันธุ์ 9 ตัว
โครงการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็นพระราชกุศล ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2545 ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการรวม 2,889 ครอบครัว โดยได้ไถ่ชีวิตแม่โคและแม่กระบือมอบให้แก่เกษตรกรรวม 2,314 ตัว และสามารถขยายพันธุ์ลูกกระบือได้แล้วกว่า 5,000 ตัว สะท้อนผลลัพธ์ของการส่งเสริมอาชีพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในช่วง 10 ปีแรก โครงการมอบโค-กระบือให้เกษตรกรครอบครัวละ 1 ตัว ก่อนจะยกระดับสู่ โครงการฟาร์มกระบือทันสมัย ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา โดยมอบกระบือแม่พันธุ์สุขภาพดีที่ได้รับการไถ่ชีวิตให้เกษตรกรครัวเรือนละ 8 ตัว หรือตามศักยภาพและความพร้อมของแต่ละครัวเรือน ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงกระบือเชิงธุรกิจ การบริหารจัดการฟาร์ม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

นอกจากการยกระดับอาชีพของเกษตรกรแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์กระบือไทย โดยจัดทำฐานข้อมูลประวัติกระบือทุกตัวเพื่อนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงพันธุ์อย่างเป็นระบบ มุ่งยกระดับคุณภาพกระบือพื้นเมืองไทย และวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์กลางการพัฒนากระบือพื้นเมืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต
ภายในงานยังมีการเปิดตัว “ตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนออนไลน์ BMF” แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าของเกษตรกรสมาชิกโครงการ ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม BMF และสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม การทำตลาดออนไลน์ และการแปรรูปมูลสัตว์เป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ลดต้นทุนการผลิต และต่อยอดเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน
จากจุดเริ่มต้นของการ “ไถ่ชีวิต” วันนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ได้ต่อยอดสู่การ “สร้างชีวิต” ด้วยการสร้างองค์ความรู้ สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับกระบือไทยให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนและกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สะท้อนเจตนารมณ์ของมูลนิธิในการ สร้างคน สร้างโอกาส และสร้างความยั่งยืนให้สังคมไทย ผ่านการพัฒนาที่ลงลึกถึงต้นทางของคุณภาพชีวิต