เริ่มแล้ว! เวทีมรดกโลก ลุ้น วัดพระมหาธาตุ นครศรีฯ ขึ้นมรดกโลก - ข่าวสด
เริ่มแล้ว! เวทีมรดกโลก ครั้งที่ 48 ไทยลุ้น “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” สู่มรดกโลกแห่งใหม่ มุ่งสู่การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 (The 48th Session of the World Heritage Committee) เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 19 – 29 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีผู้แทนจากประเทศรัฐภาคีสมาชิก 196 ประเทศ คณะกรรมการมรดกโลก องค์การยูเนสโก องค์กรที่ปรึกษา ผู้สังเกตการณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อพิจารณาวาระสำคัญภายใต้อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ทั้งการพิจารณาขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ การติดตามสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก และการกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านการอนุรักษ์มรดกโลกในระดับนานาชาติ

สำหรับประเทศไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหาร และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะผู้แทนไทย เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศไทยในการประชุมครั้งนี้

วาระการประชุมสำคัญของประเทศไทย คือ การพิจารณา “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกมีกำหนดพิจารณาขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 กรกฎาคม 2569 หากได้รับการขึ้นทะเบียน จะนับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแหล่งที่ 6 และแหล่งมรดกโลกแหล่งที่ 9 ของประเทศไทย อันเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศ และสะท้อนคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ทส. โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของประเทศไทย ได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม จ.นครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอชื่อแหล่งมรดกโลกในครั้งนี้อย่างรอบด้าน ทั้งการจัดทำข้อมูลวิชาการ การเตรียมเอกสารการเสนอชื่อ การกำหนดมาตรการคุ้มครองและแผนบริหารจัดการพื้นที่ ตลอดจนการประสานงานร่วมกับศูนย์มรดกโลกและองค์กรที่ปรึกษาของยูเนสโก เพื่อให้การเสนอชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานสากล

การเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการดำเนินงานตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ตลอดจนบทบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการอนุรักษ์มรดกโลกของประเทศ โดยมี สผ. เป็นกลไกหลักในการประสานงานและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้การเสนอชื่อวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารประสบความสำเร็จและก้าวสู่การเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อส่งต่ออัตลักษณ์อันทรงคุณค่านี้สู่คนรุ่นปัจจุบันและอนาคต