สังคมสูงวัย บันไดสูงชัน เปิดลายแทง ‘บันไดแรงเงา’ ในเมืองกรุง
โอ้โห นี่บันไดหน้ากระทรวงหรือทางขึ้นเขาคิชกูฎคะ กว่ามุนินทร์จะเดินขึ้นบันไดไปหานพนภาเพื่อที่จะคุยกันเรื่องคุณภพ คงได้มีเข่าสึกกันไปข้าง แถมไม่รู้คุยกันอีท่าไหนถึงได้พลัดตกลงมาเสียอย่างนั้น เอาเป็นว่า หากต้องเจรจาธุระหรือข้อขัดแย้งบางอย่าง ก็อย่าไปหาคุยกันหน้าบันไดเลยนะคะ
โชคดีที่มุนินทร์ไม่ได้เป็นเกาต์ หรือน้ำในข้อเข่ายังดีอยู่ จะเดินเหินขึ้นบันไดก็ไม่ยากนัก แต่อย่าลืมว่ากรุงเทพฯ เป็นสังคมสูงวัย การเดินขึ้นบันไดขึ้นสถานที่ราชการ บันไดรถไฟฟ้า รวมถึงสะพานลอยข้ามถนน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งที่มันควรจะง่าย ไม่ว่าใครๆ ก็ควรเข้าถึงได้สิ
The MATTER ได้เปิดลายแทงบันไดสูงชันทั่วกรุงเทพฯ ไม่ใช่ให้ไปซ้อมบทแรงเงานะคะ แต่เอาแรงไปคุยเรื่องการออกแบบเมืองในสังคมสูงวัยกันดีกว่า เพื่อที่ตอนแก่จะได้ไม่ต้องไปดึงไปทึ้งทั้งตัวกับบันไดสูงเหล่านี้
บันได และ คนสูงวัย
ประเทศไทยมีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 14.2 ล้านคน หรือคิดเป็น 21.7% ของประชากรทั้งหมดในปี 2568 ตามข้อมูลของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ส่วนกรุงเทพฯ มีผู้สูงอายุ 1,294,579 คน คิดเป็น 23.73% ของประชากรที่ขึ้นทะเบียนในกรุงเทพฯ ณ เดือนธันวาคม 2567 ตามข้อมูลของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งหมายความว่าในกรุงเทพฯ มีประชากรสูงวัยมากกว่าหนึ่งในห้าของประชากรตามทะเบียนแล้ว
ปัญหาสังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เราเพิ่งจะได้ยินกัน แต่ในวันที่จำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น เมืองใหญ่กลับขยับตัวให้สูงขึ้นตาม บันไดจึงอาจกลายเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้า อาคารของรัฐ ศาล ไปจนถึงสะพานลอยที่ต้องยกตัวขึ้นเหนือถนน เรื่องเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม อาจเป็นอุปสรรคที่ยากจะข้ามไปสำหรับใครหลายคน
เขาว่าไว้ ดูละครย้อนดูเรา ดูแรงเงาก็ย้อนดูบันไดอันใหญ่โต บันไดอันสูงชันเหล่านี้ปรากฏอยู่ไหนบ้างในเมืองกรุง ไปดูกัน

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา
ประเดิมด้วยสถานที่ตัวต้นเรื่อง สำหรับ ‘บันไดแรงเงา’ เวอร์ชันปี 2026 มุนินทร์กับนพนภาจะได้ปะทะฝีไม้ฝีปากกันที่หัวบันไดของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา บริเวณด้านหน้าของอาคาร Cathedral of Learning ซึ่งออกแบบตามโบสถ์ศิลปะ Gothic
บันไดด้านหน้าจึงเป็นลานบันไดหินอ่อนขนาดมหึมา แม้จำนวนขั้นบันไดอาจไม่ได้สูงมาก แต่ก็มีความยาวพอสมควร จะเดินลงทีหนึ่งก็ใช้เวลาอยู่ ไม่แนะนำให้กลิ้งหลุนๆ ลงมาแทนการเดิน นอกจากจะไม่ได้เร็วขึ้นแล้ว ยังจะเจ็บตัวเปล่าๆ อีกด้วย
ในแง่ของบทโทรทัศน์ อย่าลืมว่า นี่คือลานด้านหน้ากระทรวงการเงินดิจิทัลซึ่งเป็นหน่วยงานราชการสมมติในละครเรื่องแรงเงา มุมหนึ่งบันไดสูงชันแห่งนี้ ก็อาจเป็นกิมมิกของซีนตบสุดเซอร์เรียลที่ทุกคนรอคอย ดังนั้น ยิ่งสูง ยิ่งอลังการ ยิ่งได้ภาพที่ดี
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ละครก็สะท้อนว่าพื้นที่ราชการอย่างกระทรวงมีความใหญ่โตโอ่อ่าขนาดไหน และมันให้อารมณ์ต่อคนดูอย่างไร ในบทความนี้เราก็จะมีตัวอย่างของสถานที่ราชการอื่นๆ ที่ทางเข้าเป็นบันไดสูง ซึ่งอาจสร้างข้อจำกัดต่อประชาชนบางกลุ่ม มาแสดงให้เห็นด้วยเช่นกัน

MRT วัดพระศรีมหาธาตุ (ทางออก 3)
บันไดทางขึ้นสถานีวัดพระศรีมหาธาตุฝั่งสำนักงานเขตบางเขนมีความสูงถึง 73 ขั้น และเหตุที่มันต้องสูงขนาดขั้น เพราะบริเวณวงเวียนหลักสี่มีอุโมงค์ลอดใต้ดินและมีสะพานรถยนต์ข้ามแยกบางเขนอยู่ก่อนแล้ว โครงสร้างของสถานีรถไฟฟ้าจึงไม่สามารถสร้างในระดับปกติได้ แต่ต้องยกระดับตัวสถานีและรางรถไฟฟ้าให้ สูงข้ามสะพานรถยนต์ขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งเพื่อความปลอดภัย
สำหรับคนวัยหนุ่มสาว บันได 73 ขั้นอาจเป็นแค่การออกกำลังกายอีกนิดก่อนขึ้นรถไฟฟ้า แต่สำหรับผู้สูงวัยที่มีอาการปวดเข่า กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง หรือใช้ไม้เท้า การขึ้นลงบันไดจำนวนมากอาจทำให้เหนื่อยและเพิ่มความเสี่ยงในการเสียการทรงตัวได้
แน่นอนว่าสถานีรถไฟฟ้ามีบันไดเลื่อน และลิฟต์เป็นทางเลือกในหลายจุด แต่สิ่งสำคัญคือทางเลือกเหล่านั้นต้องเข้าถึงได้จริง ใช้งานได้ และมีป้ายบอกทางชัดเจน เพราะหากผู้โดยสารต้องเดินอ้อมไกลเพื่อหาลิฟต์ หรือไม่รู้ว่าลิฟต์อยู่ตรงไหน การเดินทางที่ควรสะดวกก็อาจกลายเป็นภาระขึ้นมาได้

MRT ศรีกรีฑา (ทางออก 4)
ดอยศรีกรีฑา เอ้ย สถานีศรีกรีฑา มีความสูงจากระดับพื้นดินกว่า 26 เมตร ซึ่งสูงที่สุดแล้วในบรรดาสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองทั้งหมด ทำให้เวลาเดินขึ้นลงสถานีคุณจะได้รับประสบการณ์ของการออกกำลังกายเหมือนนักกรีฑาเลยก็ว่าได้ หากไม่ไหวควรใช้บันไดเลื่อนและลิฟต์ให้บริการ
เหตุที่มันต้องสร้างให้สูง เพราะสถานีตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ ใกล้กับทางแยกต่างระดับศรีกรีฑาซึ่งบริเวณนั้นมีสะพานยกระดับที่ตัดไขว้กันอยู่หลายเส้นในระดับที่ค่อนข้างสูง โครงสร้างทางวิ่งและตัวสถานีรถไฟฟ้าจึงต้องขยับความสูงขึ้นไปอีกชั้นนั่นเอง

บันไดยักษ์ รัฐสภา
รัฐสภาของเรา หรืออีกนาม ‘สัปปายะสภาสถาน’ ซึ่งมีความหมายว่า “สถานที่ซึ่งประกอบแต่กรรมดี” เพราะตัวผู้ออกแบบอยากให้คนที่ทำความดี สภาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามบนแนวคิดจักรวาลวิทยา ตรงกลางของสภาที่เห็นคล้ายกับยอดเจดีย์ทองคำ เปรียบเสมือนกับยอดเขาพระสุเมรุ เบื้องหน้าเป็นบันไดขนาดยักษ์ทอดยาว ทำหน้าที่เป็นเส้นนำสายตาสู่เครื่องยอดสีทอง
หากมองด้วยมุมมองแบบ Bird’s Eye View เราจะเห็นเปลือกนอกของอาคารมีลักษณะคล้ายวัด และข้างบนยอดสุดยังเป็นที่ประดิษฐานจุฬามณีเจติยสถาน ซึ่งเชื่อกันว่านี่เป็นเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่สูงจากโลกมนุษย์ไปกว่า 1.34 ล้านกิโลเมตร แล้วบันไดที่จะทอดยาวไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จะต้องสูงขนาดไหนกันนะ
ทางเฟซบุ๊กเพจของรัฐสภาอธิบายว่า บันไดนี้ถูกนิยามให้เป็นเส้นทางหลักของประชาชนใช้เดินสู่จุดสูงสุดของอาคารโดยไม่ต้องเข้าภายในอาคาร แม้จะไม่ได้มีเขียนระบุไว้ในเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าบันไดที่ว่านี้มีกี่ขั้น แต่เราสามารถนับขั้นบันไดแบบหยาบๆ จาก Google Street View พบว่า มีอย่างน้อย 156 ขั้นที่เราต้องปีนบันไดขึ้นไป ซึ่งถ้าใครได้ไปเยี่ยมชมรัฐสภาก็ลองแอบนับมาฝากหน่อย
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าเดินนับได้ง่ายๆ เพราะพื้นที่ส่วนด้านบน มีความสำคัญในแง่ของรัฐพิธีและศาสนพิธี คนทั่วไปต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าชมโดยตรง แต่ถึงไม่ได้จะไปดูยอดเจดีย์ โดยทั่วไปรัฐสภาแห่งนี้ก็เข้าถึงยากมากอยู่แล้ว ก็ชวนให้ตั้งคำถามต่อว่า ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่สาธารณะของรัฐได้สะดวกเพียงใด โดยเฉพาะผู้สูงวัยและคนที่มีข้อจำกัดในการเดินขึ้นบันได

ศาลอาญา รัชดา
ดูตัวอย่างบันไดจากฝ่ายนิติบัญญัติกันไปแล้ว ดูตัวอย่างของฝ่ายตุลาการบ้างดีกว่า บนถนนรัชดาภิเษกก่อนถึงแยกลาดพร้าว เราจะเห็นอาคารศาลยุติธรรมตั้งเรียงราย และจะสังเกตได้ว่า ทางเข้าศาลเหล่านี้จะถูกยกสูงขึ้น เช่น ศาลอาญาตรงถนนรัชดาภิเษก มีบันไดเข้าตึกสูง 20 ขั้น
ส่วนคำถามว่าทำไมต้องสร้างบันไดให้สูง มันดูไม่เป็นมิตรต่อประชาชนคนทั่วไปเอาเสียเลย ก็คงต้องไปถามเจตนาของผู้ออกแบบอีกที
แต่ในงานศึกษาเชิงสถาปัตยกรรมอธิบายว่า สถาปัตยกรรมของศาลมีส่วนสื่อสารแนวคิดเกี่ยวกับอำนาจ ความเป็นอิสระ และสถานะของฝ่ายตุลาการ การออกแบบอาคารให้ดูยิ่งใหญ่และสง่างามจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังเป็นวิธีที่สถาบันสื่อสารความสำคัญของตัวเองต่อสาธารณะด้วย
แต่เมื่อมองจากมุมของผู้ใช้งานจริง ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า หากประชาชนต้องขึ้นบันไดหลายขั้นเพื่อเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ผู้สูงวัย ผู้ใช้ไม้เท้า หรือคนที่ต้องใช้รถเข็นจะเข้าถึงอาคารได้สะดวกเพียงใด
งานวิจัยยังชวนตั้งคำถามถึงความสูงส่งทรงอำนาจของศาล แต่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้มากน้อยแค่ไหน และเห็นตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจตุลาการแค่ไหนกัน

วัดภูเขาทอง
ภูเขาทองคือชื่อเล่นของ ‘พระบรมบรรพต’ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นศาสนสถานสำคัญที่มีเจดีย์อยู่บนเนินสูง ถูกออกแบบให้เป็นภูเขาที่มีพระเจดีย์ทรงระฆังอยู่ด้านบน และมีบันไดเวียนสำหรับขึ้นไปยังยอดเขา หากใครเคยไปเดินจะพบเห็นป้ายระบุว่า หากจะขึ้นไปให้ถึงยอดภูเขาทอง ต้องไต่บันไดสูงถึง 344 ขั้น
ส่วนเหตุผลที่ต้องเดินขึ้นไปถึงยอดก็พอเข้าใจได้ เพราะพื้นที่ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นจุดสักการะสำคัญทางศาสนา แต่คำถามคือแล้วศาสนสถานที่อื่นๆ เอื้อต่อการเข้าถึงของผู้สูงวัยมากแค่ไหน?
มีวิทยานิพนธ์ฉบับหนึ่งได้ศึกษาสภาพแวดล้อมของวัดในกรุงเทพมหานคร 4 แห่ง ผ่านการสำรวจพื้นที่และสัมภาษณ์ผู้บริหารวัดกับผู้สูงอายุที่เข้ามาใช้บริการ
ผลการศึกษาพบว่า วัดทั้ง 4 แห่งยังมีสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่เอื้อต่อผู้สูงอายุเท่าที่ควร โดยไม่มีที่จอดรถสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ขณะที่ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุที่มีอยู่ในวัดแห่งหนึ่งยังอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยากและมีลักษณะไม่เหมาะสม
งานวิจัยจึงเสนอให้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในหลายด้าน ตั้งแต่ทางสัญจรและที่จอดรถ อาคารและสิ่งก่อสร้าง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ภายนอกและพื้นที่กิจกรรม โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความต้องการของผู้ใช้งาน

สะพานลอยสถานีบางเขน
ไม่ใช่แค่สะพานลอยนี้ แต่การมีอยู่ของสะพานลอยทั่วประเทศไทยก็ชวนให้ตั้งคำถามว่าเป็นมิตรต่อสังคมสูงวัยแค่ไหนกันนะ? เรากำลังพูดถึงแนวคิด ‘ประชาธิปไตยบนท้องถนน’ ที่คนเดินเท้า คนพิการ คนชรา และผู้ใช้ยานยนต์ควรเข้าถึงประโยชน์จากถนนได้อย่างเท่าเทียมกัน แต่ในหลายพื้นที่ คนเดินเท้ากลับต้องเป็นฝ่ายหลีกให้รถยนต์ จนเกิดสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าสะพานลอยขึ้นมา และสิ่งนี้กลับไม่เป็นมิตรต่อสังคมสูงวัยเสียเลย
งานวิจัยในปี 2560 ศึกษาปัญหาของผู้สูงอายุที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมในการใช้สะพานลอยข้ามถนนโดยตรง สะท้อนว่า การขึ้นสะพานลอยไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับคนที่มีข้อจำกัดด้านร่างกาย และการออกแบบเมืองควรคำนึงถึงคนที่เดินได้ช้า ใช้ไม้เท้า หรือขึ้นบันไดได้ยาก ไม่ใช่ตั้งสมมติฐานว่าทุกคนจะใช้ขั้นบันไดได้เหมือนกัน
ลองมองต่างประเทศอย่างญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด เขามีกฎหมายให้ความสำคัญกับการเดินทางที่ปราศจากอุปสรรค ทั้งการปรับปรุงทางเท้า ลดระดับขอบทาง และทำให้โครงสร้างพื้นฐานสามารถใช้ได้โดยผู้สูงวัยและคนพิการ
สิงคโปร์เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ กระทรวงคมนาคมสิงคโปร์ระบุว่า สะพานลอยคนข้ามถนนที่สร้างใหม่ตั้งแต่ปี 2561 ต้องมีลิฟต์ติดตั้งเพื่อให้ผู้ที่ขึ้นบันไดได้ลำบากสามารถใช้งานได้ ส่วนสะพานลอยเดิมก็ทยอยติดตั้งลิฟต์เพิ่มเติม ข้อมูลพบว่า ณ เดือนเมษายน 2568 สิงคโปร์ติดตั้งลิฟต์เพิ่มเติมให้สะพานลอยเดิมแล้ว 91 แห่ง และตั้งเป้าปรับปรุงเพิ่มอีก 150 แห่งภายในสิ้นปี 2573
ในวันที่เมืองกำลังขยับตัวให้สูงเหนือระดับพื้นดิน ยังมีคนเดินเท้า คนวัยชราที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคขั้นบันได พวกเขาถูกมองเห็นและจัดวางอย่างไร เพราะเมืองเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเขาเช่นกัน
อ้างอิงจาก
Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon (IG: 24n7.s)Editor: Thanyawat Ippoodom
You might also like