ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว - มติชนสุดสัปดาห์

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
ในบรรดาสิ่งมีชีวิต หมึกสาย (octopus) คือสัตว์ที่มีพฤติกรรมเซ็กซ์ที่พิสดารที่สุด ลองจินตนาการหนวดแปดหนวดพร้อมตัวดูดหนุบหนับ ชีวิตรักของมันจะนัวเนียนุงนังขนาดไหน
บางคู่อาจจะรักกันติดหนึบ หนวดทั้งแปดทั้งปล้ำทั้งงัด เพื่อให้ได้สุขสมอารมณ์หมาย
แต่บางคู่อาจจะทำกันได้ แม้อยู่ห่างกันเป็นเมตร ขอแค่ใช้หนวดสืบพันธุ์สัมผัสจากระยะไกล ก็มีอะไรกันได้แล้ว ตราบใดที่ได้สอดใส่หนวดพิเศษที่เรียกว่า เฮกโตโคไทลัส ของมันเข้าไปในโพรงแมนเทิลของตัวเมีย ถือว่าสำเร็จ
ไม่ต้องกอดกันกลมเกลียวเกี่ยวกระหวัดรัดรึงเหมือนหลายๆ ตัว
การกอดคือความเสี่ยง เพราะหากสาวเจ้าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา หมึกหนุ่มที่กอดอยู่ อาจจะหาชีวิตไม่
ในหมึก หมึกหนุ่มจะพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกมันอยู่รอดปลอดภัยจากหมึกสาว…ที่ปกติ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย
ดีตอนที่อยากผสมพันธุ์ แต่ถ้าหิว สัญชาตญาณดิบบังตา ก็ไม่แน่ว่าจะสวบมาเป็นอาหารหรือเปล่า
ซึ่งน่าแปลกใจ เพราะหมึกเป็นสัตว์จำพวกเซเมลพารัส (semelparous) ซึ่งก็คือพวกสัตว์ที่ทุ่มเทเพื่อการสืบพันธุ์เพียงครั้งเดียว (หรือฤดูกาลเดียว) แล้วจบ เช่นเดียวกับแซลมอนแปซิฟิก (Pacific salmon) และแมลงชีปะขาว (mayfly)
ซึ่งต่างจากมนุษย์ที่เป็น อิเทโรพารัส (iteroparous) ที่สามารถสืบพันธุ์ได้หลายครั้งในหลายฤดูกาลตลอดช่วงชีวิต

แมลงชีปะขาว เป็นตัวอย่างคลาสสิคของชีวิตแบบเซเมลพารัส แม้ว่าพวกมันอาจจะใช้ช่วงเวลาในระยะตัวอ่อนยาวนานอยู่ใต้น้ำ กินอาหารเจริญเติบโต ลอกคราบ ไปเรื่อยๆ แต่เมื่อถึงระยะตัวเต็มวัย พวกมันจะอุบัติขึ้นมาจากน้ำ เป็นตัวเต็มวัยที่แสนอนาถา ปากและระบบย่อยอาหารก็ลดรูปไปจนแทบทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่บินขึ้นมา ตามหาคู่ ฟีเจอริ่ง วางไข่ และดับสูญไปในระยะเวลาอันสั้น
เรียกว่าชีวิตมีอยู่แค่เพื่อรักและจากลาเท่านั้น เหมือนฉากหนังดราม่าที่จบแบบเศร้าๆ
แม้ชีวิตรักจะสั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะภักดีกับคู่ของมันเสมอไป แมลงพวกนี้มักจะมีการผสมพันธุ์แบบสะวิงกิ้ง คือ ตัวผู้จำนวนมาก ในบางกรณีอาจจะเป็นร้อย จะบินรวมตัวกันอยู่เป็นฝูงใกล้แหล่งน้ำ (mating swarm) พอตัวเมียบินเข้าไป พวกตัวผู้ที่โหยหาก็จะพุ่งเข้าไปจับคู่สืบพันธุ์กลางอากาศ
ตัวเมียหนึ่งตัวอาจจะมีหนุ่มๆ มารุมรัก หนุ่มชีปะขาวจะพยายามพุ่งเข้าไปจากด้านล่าง คว้าตัวสาวเจ้าเอาไว้ด้วยขาหน้าทั้งสองของพวกมัน แล้วงอท้องขึ้นเพื่อยึดและผสมพันธุ์กับคู่ของมันกลางอากาศ
แม้จะมีหลายตัวมารุมแย่ง แต่จะมีหนึ่งหนุ่มเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จในการคว้าสาวเจ้ามาครอง (ในแมลงอื่น การผสมพันธุ์แบบหลายคู่จะพบได้ค่อนข้างบ่อย อย่างเช่นในยุง)
หลังจากที่มีอะไรกันสั้นๆ ไม่กี่อึดใจ ส่วนใหญ่จะเป็นหลักวินาที ถึงไม่กี่นาที ตัวเมียจะรีบบินลงไปหาแหล่งน้ำ และเริ่มหย่อนก้นลงน้ำเพื่อวางไข่
และหลังจากที่เธอวางไข่ที่มีอยู่นับร้อยนับพันฟองในร่างของเธอเสร็จ สาวชีปะขาวก็จะหมดเรี่ยวหมดแรงและอำลาจากโลกนี้ไปภายในเวลาแค่ไม่กี่นาที หรือไม่กี่ชั่วโมง
ตัวผู้ที่จริงก็พลังหายไปเยอะ แต่ตัวที่ยังมีเรี่ยวมีแรงอยู่ก็อาจจะบินกลับเข้าไปในฝูงและพยายามหาโอกาสในการจับคู่เพื่อสืบพันธุ์ครั้งต่อไป
อย่างไรก็ตาม ชีปะขาวตัวผู้ก็ใช่จะอยู่ได้นาน แค่ไม่กี่ชั่วโมง หรือบางชนิดอาจจะไม่กี่วัน พวกมันก็จะตุยเย่ตามคู่ (อาจจะคู่หลายตัว) ของพวกมันไปเช่นกัน
ถ้ามองในเชิงกลยุทธ์ ชีวิตของชีปะขาวไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการอยู่รอด แต่ถูกเร่งให้ทุ่มทุกอย่างไปกับการสืบพันธุ์แค่เพียงครั้ง
กลยุทธ์ของมันจึงเรียบง่ายและตรงไปตรงมา คือวางไข่ให้มากที่สุด แล้วเดิมพันกับความน่าจะเป็นว่า ในบรรดาไข่นับร้อยนับพัน หรือในบางสปีชีส์อาจมากถึงหลักหมื่น จะมีบางฟองที่รอดพ้นจากกระแสน้ำ ผู้ล่า โรคภัย และโชคชะตาอันเหี้ยมโหด
เติบโตผ่านระยะตัวอ่อน และลอกคราบย้อนกลับขึ้นมาเป็นตัวเต็มวัยได้ในฤดูสืบพันธุ์ครั้งต่อไป เพื่อส่งต่อชีวิตรุ่นใหม่ให้สปีชีส์สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้
แต่ในสัตว์อีกหลายชนิด กลยุทธ์ที่พวกมันใช้อาจจะไม่ใช่การเพิ่มโอกาสด้วยการวางไข่ให้มากที่สุดแล้วปล่อยให้โชคชะตาคัดกรองรุ่นถัดไป
แต่เป็นการลงทุนให้คู่ของมันตั้งแต่ก่อนผสมพันธุ์
หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจที่สุดคือ ของขวัญวิวาห์ หรือ nuptial gift
ซึ่งเปรียบเหมือนสินสอดชีวภาพที่ตัวผู้ไปเสาะหามาให้ตัวเมีย
อาจจะเป็นสารอาหาร เหยื่อที่จับมาได้ สเปิร์มมาโตฟอร์ (ถุงอสุจิ) ที่อุดมไปด้วยพลังงาน บางตัวก็สุดโต่งถึงขั้นมอบกายถวายร่างของตัวเองให้ตัวเมียสวาปามระหว่างเซ็กซ์ เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสที่จะได้ผสมพันธุ์นานขึ้น
มีโอกาสส่งอสุจิมากขึ้น เพิ่มโอกาสที่จะได้เป็นพ่อของลูกให้มีมากขึ้น ไปจนถึงช่วยขุนคุณแม่มือใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสรอดให้กับลูกๆ ของมัน

กรณีเอ็กซ์ตรีมสุดโต่ง เห็นจะเป็นพวกแมงมุมแม่ม่าย ทั้งแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาล (brown widow spider) และแมงมุมแม่ม่ายท้องแดง (red back spider) ที่ตัวผู้ที่ตัวเล็กกว่าตัวเมีย
…ในระหว่างผสมพันธุ์เข้าด้ายเข้าเข็ม จะเริ่มเล่นท่ายาก พวกมันจะตีลังกาโซเมอร์ซอลต์ตัวเอง (copulatory somersault) ยกก้นของมันเข้าไปใกล้กับเขี้ยวของตัวเมีย เพื่อประเคนเรือนร่างเล็กจิ๋วของมันให้ตัวเมียได้สวาปามได้ตามอัธยาศัยในระหว่างที่ตัวมันเองกำลังส่งถ่ายสเปิร์มเข้าไปในตัวเมียได้อย่างสบายใจ
เรียกได้ว่ายอมตายในหน้าที่ ขอแค่ให้มีทายาทสืบทอดพันธุกรรมของมันต่อไป
คำถามคือทำไมตัวผู้ถึงยอมสังเวยชีวิต
…เมย์เดียนน์ แอนดราเด (Maydianne Andrade) นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต (The University of Toronto) เผยว่า สาวแมงมุมมักจะผสมพันธุ์กับตัวผู้หลายตัว แต่ตัวเมียที่ได้สวาปามตัวผู้ไปแล้ว มักจะปฏิเสธตัวผู้ตัวอื่นๆ นั่นหมายความว่าการบูชายัญชีวิตตัวเองให้ตัวเมีย จะทำให้มันมีโอกาสส่งต่อยีนของมันไปยังรุ่นต่อไปมากกว่า
คำถามคือแล้วตอนที่เล่นท่ายาก ตอนโดดตีลังกาโซเมอร์ซอลต์ยื่นก้นถวายใส่จานให้ตัวเมีย อวัยวะสืบพันธุ์ที่เคยสอดใส่เข้าไปและล็อกอยู่กับตัวเมีย จะสอดเข้าไปลึกขึ้นหรือเปล่า แล้วส่งต่อสเปิร์มได้ดีขึ้นจริงมั้ย หรือทำให้ปลายอวัยวะสืบพันธุ์ที่เรียกว่า เอมโบลัส (embolus) จะหลุดไปอุดถุงเก็บสเปิร์ม (spermatheca) ของตัวเมียได้แน่นขึ้นหรือเปล่า
เรื่องนี้จุดประกายความสงสัยของนักวิจัย เลนกา เซนเตนสกา (Lenka Sentensk?) มหาวิทยาลัยไกรฟส์วาลด์ (University of Greifswald) ประเทศเยอรมนี ให้สนใจหาทางศึกษาท่วงท่าของแมงมุมแม่ม่ายตอนกำลังทำท่าตีลังกาผสมพันธุ์ ว่าจะมีผลกับตำแหน่งของอวัยวะสืบพันธุ์ในเชิงกลศาสตร์หรือไม่ตอนที่กำลังจัดหนักกันอยู่ด้วยท่าพิเรนทร์
และเพื่อให้คู่แมงมุมหนุ่มสาวค้างอยู่ในท่ากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เธอจับคู่ข้าวใหม่ปลามันไปฟรีซในไนโตรเจนเหลวที่เย็นยะเยือกจนทั้งสองแข็งเป็นน้ำแข็งค้างอยู่ในท่ามีเพศสัมพันธ์กันด้วยท่าตีลังกาโซเมอร์ซอลต์ ก่อนจะนำไปทำการถ่ายภาพสามมิติด้วยเทคนิคเอกซเรย์ ไมโครโทโมกราฟี (3D X-ray microtomography) เพื่อดูตำแหน่งของอวัยวะเพศในขณะที่กำลังฟีเจอริ่งด้วยท่วงท่าที่เป็นเอกลักษณ์
ผลออกมาน่าสนใจ เพราะเมื่อเทียบกับท่าแบบไม่ตีลังกาโซเมอร์ซอลต์ ตำแหน่งภายในต่างๆ ทุกอย่างไม่มีอะไรต่างกัน
เข้าก็เข้าได้ลึกพอกัน อุดถุงเก็บสเปิร์มก็อุดได้เท่าเดิม
เซนเตนสกาเชื่อว่าท่วงท่าสุดพิสดารนี้ไม่น่าจะส่งผลอะไรกับตำแหน่ง แต่การป้อนร่างตัวเองให้ถึงปากสาวเจ้าน่าจะทำให้สาวประทับใจมากกว่า และไม่รีบนอกใจ หาตัวผู้ตัวใหม่มาผสม
ซึ่งถ้ามองในมุมของการส่งต่อพันธุกรรม ก็ถือว่าน่าจะดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ที่สำคัญ ถ้าตัวผู้ยอมสละชีพเพื่อที่จะได้เสียบค้างอยู่ท่านั้น การส่งต่อสเปิร์มก็น่าจะดีกว่า เพราะกว่าตัวเมียจะกินหมด สเปิร์มก็น่าจะเข้าไปในตัวเมียจนสมบูรณ์แล้ว
ซึ่งไม่แปลกที่ตัวผู้จะยอมตาย ขอแค่ให้ได้เป็นพ่อ เพราะในมุมของแมงมุมแม่ม่ายที่ปกติแล้ว ตัวผู้จะตัวเล็กกว่าตัวเมีย และตัวเมียจะดุร้ายราวยักษ์ขมูขี โอกาสที่พวกมันจะได้เจอกัน รักกัน ผสมพันธุ์กันได้แบบไม่โดนสวบไปจะเป็นอะไรที่ยากเย็น เมื่อมีโอกาสจึงต้องทำทุกทางเพื่อให้สัมพันธ์สวาทที่มีโอกาสเพียงน้อยนิดนี้ประสบผลให้ได้
และนั่นคือเหตุผลของการยอมสละชีพเพื่อเซ็กซ์ของแมงมุมแม่ม่ายทั้งสีน้ำตาล และหลังแดง

(ภาพจาก Sentensk? et al 2025 Frontiers in Zoology, CC by 4.0 ไม่มีการดัดแปลง)
ย้อนกลับมาดูที่หมึก ซึ่งก็เป็นสัตว์จำพวกเซเมลพารัส คือจะทุ่มเททรัพยากรทุกอย่างเพื่อให้พวกมันสามารถสืบพันธุ์กันได้ในฤดูกาลเดียว ทำไมถึงต้องมีการอิดออด บางทีก็จุ๊บกันเป็นรักระยะไกล แบบยื่นหนวดสืบพันธุ์ที่เรียกว่า เฮกโตโคไทลัสมาลองเช็กดู ถ้าจับคู่กันได้ ก็ขอมีอะไรแบบห่างๆ
เผื่อตัวเมียเปลี่ยนใจจะได้ยังพอมีโอกาสรอด
แต่ทำไมล่ะ ก็ถ้าชีวิตจะจบสิ้นในไม่ช้าไม่นานหลังการผสมพันธุ์ เหตุใดจึงไม่ยอมสละชีพเพื่อเซ็กซ์แบบแมงมุมแม่ม่าย บำรุงคุณแม่ เพื่อที่พวกลูกๆ จะได้ออกมาแข็งแรง และมีโอกาสอยู่รอดได้มากขึ้น
น่าสนใจ แม้ว่าหมึกจะเป็นเซเมลพารัส แต่พวกมันไม่ได้หมดเรี่ยวหมดแรงตายทันที หรือในไม่กี่ชั่วโมงหลังการสืบพันธุ์แบบชีปะขาว และถ้าไม่โดนหนีรอด ก็มีโอกาสจะไปต่อกับสาวใหม่ เบอร์สอง เบอร์สาม เบอร์สี่ได้ แล้วจะผสมทำไมแค่ตัวเดียว
ถ้าสิ่งที่ต้องการคือโอกาสในการสืบต่อเผ่าพันธุ์ หรือส่งต่อยีนไปรุ่นต่อไปให้มากที่สุด
ต้องรอดให้ได้สิ จึงจะได้มีโอกาสเพิ่มขึ้น
ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ก็ไม่น่าแปลกใจนะ ถ้าหมึกหนุ่มจะหาทางหนีทีไล่ เพื่อให้ตัวเองรอดไปสืบพันธุ์กับบ้านต่อๆ ไป

แต่พอคิดถึงเรื่องนี้ ผมนึกย้อนกลับไปถึงหมึกอาร์โกนอต (argonaut) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า หมึกกระดาษ (paper nautilus) ที่มีอวัยวะสืบพันธุ์ที่แสนประหลาดเมื่อสัมผัสเจอตัวเมียจะดีดหนวดเฮกโตโคไทลัสซึ่งก็คืออวัยวะเพศของมันทิ้งไว้ในตัวเมีย ส่วนตัวของมันก็จรลีหนีไปที่อื่นเรียบร้อย ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต ที่จะโดนสวบจากผู้สาวขาโหดคู่ของมัน
ที่เด็ดที่สุดก็คืออวัยวะเพศของมันที่เรียกว่า หนวดเฮกโตโคไทลัส มีถ้วยดูดหนุบหนับ แถมยังดิ้นดุ๊กดิ๊กได้ราวกับมีชีวิต และจากการสำรวจของทีมวิจัยนำโดย ปีเอโตร บัตตาญา (Pietro Battaglia) จากศูนย์วิจัยทางทะเลซิซิลี (Sicily Marine Center) ในช่วงปลายปี 2020 ในช่องแคบเมสสินา ในประเทศอิตาลี พวกเขาก็ได้เจอเรื่องน่าประหลาดใจอีกอย่าง
นั่นก็คือ พวกเขาพบหนวดเฮกโตโคไทลัสของตัวผู้อยู่ในเปลือกบางคล้ายกระดองของหมึกตัวเมีย
เขารายงานว่า ในบางกรณีมีหลายหนวดด้วยในกระดองเดียว แสดงว่าตัวเมียหนึ่งตัวอาจจะไม่ได้รับหนวดสืบพันธุ์เฮกโตโคไทลัสมาจากตัวผู้แค่ตัวเดียว
ที่สำคัญ หนวดพวกนี้ไม่ยอมหนีห่างจากกระดองของตัวเมียแม้เพียงนิด
เป็นไปได้ว่าตัวเมียนี้อาจจะยังไม่พร้อมผสมพันธุ์ แต่พอดีตัวผู้ส่งหนวดมาแล้ว พวกมันเลยเอามาเก็บไว้ก่อน เพื่อรอ พร้อมเมื่อไรค่อยเข้าไปปฏิสนธิทีเดียว
แต่คำถามก็คือ ถ้าหมึกหนุ่มจะดีดหนวดสืบพันธุ์เฮกโตโคไทลัสออกมา ฝากไว้ในตัวเมียเพื่อรอเวลาสุกงอม จินตนาการว่าก็ถ้าหนวดสืบพันธุ์ที่เปรียบได้กับองคชาตนั้นหลุดหายไปอยู่ในตัวเมียแล้ว หมึกหนุ่มที่ไร้ซึ่งหนวดองคชาต ก็ไม่ต่างกับขันที
ก็ถ้าไม่มีหนวดนั้น โอกาสได้สืบพันธุ์อีกก็คงไม่มี แล้วทำไมหมึกหนุ่มถึงไม่ยอมใช้ตัวเองเพื่อสร้างประโยชน์ให้สำหรับคู่ของมันแบบแมงมุม คือยอมสละชีพไปเป็นอาหารจานเด็ด เสริมพลังงานให้กับคู่ของมัน เพื่อแลกกับโอกาสที่จะสืบพันธุ์ที่เพิ่มมากขึ้น
เรื่องนี้ยังไม่มีคำตอบ บางที หมึกขันทีอาจยังมีปริศนาอะไรซ่อนอยู่อีก …ที่เราไม่รู้