จีนคุมเข้มการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน
- หน้าหลัก
- จีน
- ข่าวประจำวัน
- เศรษฐกิจ - ธุรกิจ
จีนคุมเข้มการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน
เผยแพร่: 23 ต.ค. 2569 16:12 ปรับปรุง: 23 ต.ค. 2569 16:12 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
มาตรการกำกับดูแลการลงทุนในต่างประเทศของจีน ภายใต้กฎระเบียบฉบับปรับปรุง ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กำหนดให้นักลงทุนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในการรายงานสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ที่สำคัญให้หน่วยงานกำกับดูแลรับทราบ ซึ่งรวมถึงกรณีที่ฝ่ายต่างประเทศเรียกร้องให้ส่งมอบเทคโนโลยีหรือให้จำหน่ายสัดส่วนการถือหุ้นออกไป
นอกจากนั้น ยังได้ขยายคำจำกัดความคำว่า “นักลงทุน” โดยนอกจากหมายถึงบริษัทและองค์กรในประเทศแล้ว ยังรวมถึงนักลงทุนรายบุคคลด้วย การขยายกรอบการกำกับดูแลให้ครอบคลุมถึงบุคคลธรรมดา อาจช่วยสร้างแนวทางทางกฎหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับพลเมืองจีนที่ต้องการลงทุนในต่างประเทศ หลังจากถูกกำกับดูแลโดยกฎระเบียบด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นหลักมาโดยตลอด ซึ่งกฎระเบียบดังกล่าวครอบคลุมกิจกรรมในขอบเขตที่ค่อนข้างจำกัด
การปรับปรุงกฎระเบียบดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่การลงทุนในต่างประเทศของจีนมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อพยายามป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงปกป้องผลประโยชน์ของจีน
NDRC ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีบางประเทศและบางภูมิภาคได้ดำเนินมาตรการเลือกปฏิบัติ โดยบางแห่งเรียกร้องให้นักลงทุนจีนส่งมอบเทคโนโลยีหรือข้อมูล หรือให้จำหน่ายหุ้นและสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่ ซึ่งเป็นการบั่นทอนผลประโยชน์ของฝ่ายจีน แต่ขณะเดียวกันนักลงทุนชาวจีนบางส่วนก็ประเมินความเสี่ยงในต่างประเทศต่ำจนเกินไป เช่น ความไม่มั่นคงทางการเมืองและนโยบายที่ผันผวน ส่งผลให้ต้องประสบกับการขาดทุนหรือสูญเสีย
กฎระเบียบฉบับนี้ประกอบด้วยข้อกำหนดทั้งหมด 76 มาตรา เช่น นักลงทุนต้องรายงานข้อมูลการลงทุนในต่างประเทศทุกปี หรือข้อกำหนดให้มีการรายงานตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสำหรับโครงการขนาดใหญ่บางโครงการ หรือโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับประเทศอื่น ๆ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม แทนที่ฉบับเดิมที่ประกาศใช้เมื่อปี 2560
กฎระเบียบใหม่จะยังคงอนุญาตให้นักลงทุนนำเงินไปลงทุนในตลาดการเงินต่างประเทศผ่านช่องทางที่มีอยู่เดิม รวมถึงโครงการที่อนุญาตให้สถาบันทางการเงินในประเทศสามารถลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Qualified Domestic Institutional Investor -DIO) โครงการเชื่อมตลาดหุ้นระหว่างจีนและฮ่องกง (Stock Connect) และ โครงการเชื่อมโยงการบริหารความมั่งคั่งข้ามพรมแดน (Cross-boundary Wealth Management Connect หรือ WMC) สำหรับนักลงทุนในเขตอ่าวใหญ่กวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า
ทั้งนี้ จีนติดอันดับหนึ่งในสามของโลกด้านการลงทุนในต่างประเทศต่อเนื่องกันเป็นเวลา 9 ปี โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของจีนมีมูลค่าสูงถึง128,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการสหรัฐฯ ได้กดดันไบต์แดนซ์ บริษัทแม่ของติ๊กต็อกซึ่งเป็นบริษัทจีน ให้สละอำนาจควบคุมการดำเนินงานในสหรัฐฯ ด้านทางการและศาลของเนเธอร์แลนด์ก็ได้เข้ามาแทรกแซงการบริหารจัดการของเน็กซ์พีเรีย ( Nexperia ) บริษัทผู้ผลิตชิปสัญชาติจีนเช่นกัน
ที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์