คุยกับ รมช.กต.ฝรั่งเศส ระเบียบโลกในช่วงเปลี่ยนผ่าน สัมพันธ์ทวิภาคีไทย
คุยกับ รมช.กต.ฝรั่งเศส ระเบียบโลกในช่วงเปลี่ยนผ่าน สัมพันธ์ทวิภาคีไทย
หมายเหตุ: นางเอเลโอนอร์ การัว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กำกับดูแลกิจการภาษาฝรั่งเศส ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศและชาวฝรั่งเศสในต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์มติชน เกี่ยวกับนโนยายต่างประเทศของฝรั่งเศส รวมถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 340 ปี และมีวาระครบรอบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2569 นี้
ฝรั่งเศสลำดับเรื่องใดเป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ
ในช่วงเวลาที่พหุภาคีนิยมกำลังเผชิญกับความท้าทาย อีกทั้งวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่ทวีจำนวนมากขึ้น โลกกำลังประสบกับสงครามและความขัดแย้งที่มีจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่การสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ่งสำคัญเป็นลำดับแรกของฝรั่งเศสคือ การปกป้องพหุภาคีนิยมและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยฝรั่งเศสให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักนิติธรรม และยึดมั่นอย่างยิ่งยวดต่อระบบพหุภาคีที่มีความชอบธรรมและมีประสิทธิภาพ
ฝรั่งเศสมุ่งส่งเสริมให้ระบบพหุภาคีสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิผลยิ่งขึ้น ตลอดจนสนับสนุนการปฏิรูประบบพหุภาคีเมื่อมีความจำเป็น โดยฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มแนวทางการจำกัดการใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต) เพื่อป้องกันมิให้การใช้สิทธิดังกล่าวขัดขวางการดำเนินมาตรการตอบสนองต่อการโจมตีครั้งใหญ่และอาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษยชาติ
จากที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่าฝรั่งเศสกำลังพยายามธำรงไว้ซึ่งการดำเนินการที่อิงกับกติการะหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งในตะวันออกกลางและในยุโรป ฝรั่งเศสมีแนวทางทางการทูตอย่างไรในการส่งเสริมสันติภาพโลกอย่างยั่งยืน
ฝรั่งเศสยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ พหุภาคีนิยม หลักนิติธรรม กฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงหลักการระหว่างประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังให้ความสำคัญกับสถาบันตุลาการระหว่างประเทศ โดยมีการรับรองว่าผู้พิพากษาจะต้องได้รับการคุ้มครองและไม่ต้องประสบกับมาตรการคว่ำบาตร ทั้งนี้ ก็คำนึงถึงความเป็นจริงที่ว่า ระบบพหุภาคีก็มีข้อจำกัดในการตอบสนองต่อทุกเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิผลเช่นกัน ดังนั้น เมื่อเกิดกรณีดังกล่าว จึงต้องมีการจัดตั้งแนวร่วมเฉพาะกิจ (Ad Hoc Coalitions) เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหา
เช่น การจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรผู้เต็มใจ (Coalition of the Willing) ซึ่งมีบทบาทในการทำให้ยูเครนสามารถมีที่นั่งอยู่บนโต๊ะเจรจา แม้ว่ากระบวนการดังกล่าวจะยังคงดำเนินอยู่ และอีกตัวอย่างหนึ่งคือ การจัดตั้งแนวร่วมเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ฝรั่งเศสมีบทบาทนำในการเป็นตัวกลางนำประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน รวมถึงยึดมั่นในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและพหุภาคีนิยมมารวมตัวกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตลอดจนผลักดันการตัดสินใจในเวทีระหว่างประเทศให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้น

ระเบียบโลกในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน มองว่าประเทศซีกโลกใต้ (Global South) สามารถมีบทบาทอย่างไรในการสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่มีความสมดุลและก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่รัฐอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
ฝรั่งเศสสนับสนุนให้ประเทศในกลุ่มซีกโลกใต้มีบทบาทมากขึ้นในสถาบันระหว่างระหว่างประเทศมาอย่างเสมอ โดยฝรั่งเศสเป็นผู้ริเริ่มแนวร่วม Paris Pact for People and the Planet (4P) เพื่อรับประกันว่า จะไม่มีประเทศใดต้องเลือกระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ สามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคมและวิถีชีวิต โดยคำนึงถึงบริบทและความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ
นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติภายใต้กรอบแผนริเริ่ม UN80 ซึ่งได้นำไปสู่การก่อตั้งมาตรการที่เป็นรูปธรรมหลายประการ เพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง แทนที่จะเป็นเพียงการพูดคุยถึงความจำเป็นในการปฏิรูปสถาบันระหว่างประเทศเท่านั้น โดยแนวทางการจำกัดการใช้สิทธิวีโตที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ เป็นหนึ่งในหลายตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามดังกล่าว
ฝรั่งเศสมองว่าแนวโน้มความร่วมมือด้านใดมีศักยภาพสูงสุดในการกระชับความร่วมมือกับไทย โดยเฉพาะในสาขาพลังงาน เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเติบโตและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
ฝรั่งเศสและไทยมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่แน่นแฟ้นอย่างมาก ซึ่งได้รับการยกระดับผ่านการเยือนระดับสูงหลายครั้ง ตั้งแต่การเสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เมื่อเดือนมิถุนายน และการเยือนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดี
เอมานูว์แอล มาครง เดินทางเยือนไทยเมื่อไม่กี่ปีก่อนด้วย การเยือนระดับสูงเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความประสงค์ร่วมกันของทั้งฝรั่งเศสและไทยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน
ส่วนตัวได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่ฝ่ายฝรั่งเศสกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ดิฉันสามารถยืนยันได้ว่า ทั้งฝ่ายฝรั่งเศสและไทยล้วนแต่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน การเยือนในระดับนี้ไม่ได้มีความสำคัญเพียงในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปิดโอกาสและการปูทางไปสู่การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วย
สำหรับสาขาที่มีศักยภาพในการขยายความร่วมมือนั้น พลังงานเป็นหนึ่งในสาขาสำคัญ โดยฝรั่งเศสมีความสามารถในการแข่งขันและมีองค์ความรู้ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในด้านพลังงานสะอาด การกระจายแหล่งพลังงานและเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ทั้งหมดนี้สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผนพลังงานฉบับใหม่ของไทยได้
นอกจากนี้ ด้านการคมนาคมและการขนส่งเป็นอีกหนึ่งสาขาที่มีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ซึ่งฝรั่งเศสก็มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในด้านนี้ ทั้งยังมีบริษัทชั้นนำที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ฝรั่งเศสและไทยยังมีโอกาสอีกมากในการขยายความร่วมมือระหว่างกัน โดยการที่ดิฉันเดินทางมาเยือนไทยในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการสำรวจศักยภาพของความร่วมมือด้านอื่นๆ ภายใต้ความมุ่งหวังให้ความร่วมมือทวิภาคีของสองชาติสอดรับกับนโยบายและลำดับความสำคัญของไทย พร้อมทั้งวางรากฐานความเป็น
หุ้นส่วนให้มีความมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม กระทรวงพลังงานของไทยและกระทรวงเศรษฐกิจ การคลัง และอธิปไตยทางอุตสาหกรรม พลังงานและดิจิทัลแห่งฝรั่งเศสร่วมลงนามปฏิญญาแสดงเจตจำนงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยมีเทคโนโลยี SMR เป็นหนึ่งในความร่วมมือสำคัญ ทำไมจึงควรพิจารณาให้พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานสะอาด ทั้งที่ก็ยังมีข้อกังวลในเรื่องนี้อยู่
เข้าใจเป็นอย่างดีว่าข้อกังวลเหล่านี้ที่มีมาอย่างไร โดยส่วนหนึ่งก็มาจากบทเรียนในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ หากต้องการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ การดำเนินการต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบ การใช้ทรัพยากร ตลอดจนปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานนิวเคลียร์มาอย่างยาวนาน และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยได้เลือก
เส้นทางการใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานสะอาดเมื่อนานมาแล้ว
แม้ว่าปฏิญญาแสดงเจตจำนงดังกล่าวจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงบวกที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นการทำให้มั่นใจว่ามาตรการต่างๆ จะสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์และผลประโยชน์ของประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง
ประเด็นพลังงานนิวเคลียร์มีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฝรั่งเศสมีบทบาทอย่างไรในการช่วยเหลือประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเปราะบาง ให้สามารถบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระดมทุนด้านสภาพภูมิอากาศได้
ฝรั่งเศสเสนอจุดยืนอย่างชัดเจนมาโดยตลอดในการช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา รวมถึงการรับรองว่าช่วยเหลือเหล่านี้จะส่งไปถึงประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กที่กำลังพัฒนาด้วย โดยได้ให้การสนับสนุนเวทีความร่วมมือสำหรับประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องมหาสมุทร ครั้งที่ 3 (UNOC3) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองนีซเมื่อปีที่แล้ว
อีกทั้ง ฝรั่งเศสให้การสนับสนุนและผลักดันประเด็นของรัฐหมู่เกาะขนาดเล็กและประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมให้ประเทศเหล่านี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในเวทีระหว่างประเทศและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมสำหรับการรับมือกับ
ผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าวได้ ซึ่งฝรั่งเศสเองก็มีดินแดนโพ้นทะเลอยู่ในหลายภูมิภาค ตั้งแต่ในทะเลแคริบเบียน มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย รวมถึงมหาสมุทรแอตแลนติก
ประสบการณ์จากดินแดนโพ้นทะเลเหล่านี้ทำให้ฝรั่งเศสตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นความเปราะบางของดินแดนที่เป็นเกาะ การแพร่กระจายของสาหร่ายซาร์กัสซัมที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เหตุผลดังกล่าวประกอบกับความมุ่งมั่นในการผลักดันความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก ฝรั่งเศสจึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
