ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์ทรงตัว ขณะตลาดจับตาสงครามตอ.กลาง-ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (17 ก.ค.) แต่ปิดสัปดาห์นี้ในแดนลบ หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 100.765

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 162.45 เยนในวันศุกร์ จาก 162.39 เยนในวันพฤหัสบดี แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.8075 ฟรังก์สวิส จาก 0.8089 ฟรังก์สวิส และอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.4011 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4048 ดอลลาร์แคนาดา

ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1436 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.1438 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3454 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.3470 ดอลลาร์สหรัฐ

อิหร่านและสหรัฐฯ ยกระดับการโจมตีตอบโต้กันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนที่แล้วแทบจะสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ ความตึงเครียดดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และดันราคาน้ำมันขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน

นักวิเคราะห์ของ Brown Brothers Harriman กล่าวว่า การร่วงลงของตลาดหุ้นทั่วโลกที่นำโดยหุ้นเทคโนโลยี รวมถึงการหยุดชะงักอย่างต่อเนื่องของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้กระตุ้นให้นักลงทุนหันเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวจากการอ่อนค่าที่เกิดขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวลงเล็กน้อย

ดัชนีดอลลาร์แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนเมื่อต้นสัปดาห์ หลังโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ลดลง แต่แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ไว้

เงินปอนด์อ่อนค่าในวันศุกร์ แต่ยังปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน หลังข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษออกมาแข็งแกร่ง และตลาดคาดว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะลดลง เนื่องจากแอนดี เบอร์แนม ว่าที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีแนวโน้มแต่งตั้งรัฐมนตรีคลังสายกลาง

ดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน แม้อ่อนค่าลง 0.23% ในวันศุกร์ สู่ระดับ 0.6980 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนในเดือนก.ค. อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมองว่าการฟื้นตัวดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เนื่องจากความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันเบนซินให้สูงขึ้น

เงินเยนทรงตัวที่ระดับ 162.44 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ใกล้ระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 40 ปีที่ 162.84 เยน ซึ่งทำไว้เมื่อต้นเดือนนี้

นักลงทุนยังคงระมัดระวังความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงตลาด หลังซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ย้ำว่ารัฐบาลพร้อมดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดหากจำเป็น

ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนมิ.ย. โดยราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงส่งผลให้ยอดขายของสถานีบริการน้ำมันลดลง แต่การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2

ข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ๆ ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่ยังมีเสถียรภาพ นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้ หลังข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อผู้บริโภคชะลอตัวลงในเดือนมิ.ย.

อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายยังคงระมัดระวัง และไม่ต้องการให้น้ำหนักกับข้อมูลที่ดีขึ้นเพียงเดือนเดียว หลังจากก่อนหน้านี้เงินเฟ้อเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายมาหลายเดือน

ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเพียง 14% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ค. ลดลงจาก 25% เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมราว 0.30% ภายในเดือนธ.ค.ปีนี้

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


Back To Top