Cover Image

ดีเบตเดือด! เยาวชนยกกฎหมายโต้ - ชงเขียน ‘สิทธิประกันฯ คดีการเมือง’ ในรัฐธรรมนูญ เทียบเคสเยอรมนี-ญี่ปุ่น

แข่งดีเบตเดือด! เยาวชนฟาดเหตุผลรัวๆ ยกเคสเยอรมนี-ญี่ปุ่น เสนอบัญญัติ ‘สิทธิประกันชั่วคราว คดีแสดงความเห็นการเมือง’ ไว้ในรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม We Watch ร่วมกับเครือข่าย จัดเวที ‘We Debate: พื้นที่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของทุกคน’ การแข่งขันดีเบตทางการเมือง ในประเด็นรัฐธรรมนูญจากเยาวชน ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาค ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้

โดยมีสถาบันการศึกษาในหลายภูมิภาค ร่วมด้วยคับคั่ง อาทิ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและจัดการเมือง สถาบันพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, หลักสูตรรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง สำนักวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, กลุ่มท้องถิ่นศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ขบวนการประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคใต้ (PDMS), คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์, ขบวนการประชาธิปไตยอีสาน (IDM) และ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL)

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่ห้องประชุม KSS-801 ชั้น 8 อาคารเกษมศรี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งเป็นสถานที่จัดดีเบต แข่งขันรอบ 4 ทีม โดย ‘เยาวชนภาคกลาง’

ในตอนหนึ่งมีการดีเบตในหัวข้อ ‘รัฐธรรมนูญควรบัญญัติให้สิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว(ประกันตัว) ในคดีที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมือง เป็นสิทธิเด็ดขาดที่ศาลไม่อาจปฏิเสธได้’ โดยแบ่งนักศึกษาเป็น 2 ฝ่าย จำลองการอภิปราย ได้แก่ ฝ่ายนำเสนอ ‘ทีมอะไร’ และ ฝ่ายค้าน ‘ทีมครูต๋าวสั่งมา’ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดการดีเบต มีการโต้แย้ง และหยิบยกข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการอภิปรายเหตุผล

เริ่มจาก ‘ฝ่ายนำเสนอ’ โดยกล่าวถึง รัฐธรรมนูญในฐานะกฎหมายสูงสุด ซึ่งควรบัญญัติสิทธิประกันตัวชั่วคราว ให้เป็นสิทธิเด็ดขาด เพื่อเป็นการวางหลักให้เกิดการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวอย่างเป็นธรรม

ในปัจจุบันมีอยู่ในหลักเกณฑ์แล้วในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 107 -108/1 ซึ่งระบุไว้ว่า ‘สิทธิ’ หมายถึงสิ่งที่กฎหมายรับรองและคุ้มครองให้บุคคลสามารถเรียกร้องหรือใช้ได้ ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งอ้างอิงความหมายของคำนี้ จากพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554

“การปล่อยตัวชั่วคราว คือการที่ผู้ต้องหาหรือจำเลย ได้รับการอนุญาตให้ออกจากการถูกควบคุมตัวในระหว่างที่คดียังอยู่ในกระบวนการพิจารณา หรืออาจมีเงื่อนไขหรือหลักประกันในการกำหนดได้

แล้วถ้าหากไม่ทำ ก็จะเป็นดังตัวอย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น องค์กร Human Rights Watch วิจารณ์ระบบยุติธรรมของญี่ปุ่น ว่าการควบคุมผู้ต้องหาเป็นระยะเวลานาน โดยปฏิเสธการให้สิทธิประกันตัวนั้น จะเป็นการ ‘สร้างแรงกดดันให้ยอมรับสารภาพ’ ที่เขาไม่มีโอกาสได้ออกไปตามหาหลักฐาน” ฝ่ายนำเสนอ เผย

จากนั้น ‘ฝ่ายนำเสนอ’ กล่าวถึงตัวอย่างกรณี ประเทศเยอรมนี ก็สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 ที่ให้ความสำคัญกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลย เป็นผู้ไม่มีความผิดก่อนที่จะมีคำพิพากษา

ส่วนคำว่า ‘แสดงออกทางการเมือง’ ใน รัฐธรรมนูญ มาตรา 34 ได้รับรองเสรีภาพของบุคคลในการแสดงออกความคิดเห็น การพูด การตีพิมพ์ และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นๆ กล่าวคือ ในเยอรมนีก็มีการรับรองสิทธิการประกันตัวฯ นี้ไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว

นอกจากนี้ การจำกัดเสรีภาพของประชาชนเอง ยังต้องอยู่ภายใต้หลักรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 ที่ต้อง ‘เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายไม่ขัดต่อหลักนิติธรรมและไม่จำกัดเสรีภาพเกินกว่าเหตุ’

ดังนั้น ‘ฝ่ายเสนอ’ มองว่า การควบคุมตัวก่อนมีคำพิพากษา ไม่ควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงเพราะบุคคลนั้นมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง จึงขอแปรญัตตินี้อย่างเป็นธรรม

1.จำกัดการใช้อำนาจในเรื่องการปฏิเสธการปล่อยตัวชั่วคราว ในคดีที่เข้าเงื่อนไขของญัตตินี้ได้

2.ญัตตินี้มีไว้เพื่อยกระดับสิทธิการประกันตัว ให้เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ

3.คุ้มครองผู้ดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองเพื่อให้ทุกคนมีอิสระในการแสดงออก

“หากบุคคลถูกควบคุมตัวเป็นระยะเวลานาน ก็อาจเป็นเหมือนญี่ปุ่นได้ ฝ่ายเสนอจึงเห็นว่า การบัญญัติสิทธินี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่อประชาชนคือผู้ทรงสิทธิ และรัฐธรรมนูญคือหลักประกันของประชาชน ดังนั้น ดุลยพินิจจึงไม่ควรอยู่เหนือหลักประกันอย่างไร้ขอบเขต

เมื่อถูกกล่าวหา ทุกคนควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และหลักการนี้ก็ยังสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ที่รับรอง ‘หลักความเสมอภาคของบุคคล’ ถึงฝ่ายค้านจะเห็นต่างก็ไม่เป็นไร หลักการนี้จะโอบกอบ อุ้มชูท่านไว้อยู่ดี ด้วยหลักเสรีภาพ

เพราะไม่สมควรมีใคร ไม่ได้รับความยุติธรรม เพียงเพราะแค่เห็นต่าง จึงเสนอญัตตินี้เพื่อปกป้องเสรีภาพและหลักนิติธรรม ให้กับทุกคน” ฝ่ายเสนอกล่าว

จากนั้น ‘ฝ่ายค้าน’ ร่วมอภิปรายซักถาม เป็นเวลา 3 นาที โดยสวมบทบาทแสดงความไม่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว พร้อมหยิบยก กติกาสากล

ตัวแทนฝ่ายค้าน กล่าวว่า เรานั่งฟังด้วยความตะหงิดใจในสิ่งที่ฝ่ายเสนอ เสนอมา ซึ่งเรามีความจริงที่อยากไขให้ทุกท่านได้กระจ่าง จากที่ฝ่ายเสนอได้กล่าวอ้าง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือ ป.วิอาญา มาตรา 107 ที่ได้กล่าวไว้ว่า ‘ผู้ต้องหา หรือจำเลยทุกคนมีสิทธิยื่นขอประกันตัว โดยต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน ซึ่งพึงได้รับอนุญาต’

“ถามว่าแล้วได้รับอนุญาตทุกกรณีหรือไม่ ก็ไม่ ดังนั้นจึงมองว่า ฝ่ายเสนอพยายามยัดเยียดให้เราเลือกระหว่าง ‘การคุ้มครองสิทธิ กับ การขดขี่ของรัฐ’ แต่ความจริงเชิงประจักษ์เชิงนิติศาสตร์สากลชี้ชัดว่า สิทธิในการประกันตัวนั้นไม่ใช่สิทธิเด็ดขาด

กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ กฎหมาย ICCPR มาตรา9 วรรค 2 ของสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในภาคี ระบุชัดว่า การปล่อยตัวชั่วคราวต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการประเมินความเสี่ยง” ฝ่ายค้านกล่าว และว่า

แม้แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญของอเมริกา แก้ไขครั้งที่ 8 เอง ที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ก็ยังไม่เคยบัญญัติให้การประกันตัวนั้นเป็นสิทธิเด็ดขาดที่ห้ามปฏิเสธแต่อย่างใด

“หากเราแก้ไขให้เป็นสิทธิเด็ดขาด จะเป็นการมัดมือชก และอาจส่งผลให้สังคมไร้เกราะป้องกัน”

ฝ่ายค้าน กล่าวด้วยว่าดังนั้น ทางออกที่แท้จริง ไม่ใช่การสร้างอภิสิทธิ์ในคดีทางการเมือง แต่คือ การปฏิรูประบอบการเมือง สันนิษฐานโดยไม่โอนเอนไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง และทำงานกับประชาชนได้จริงในทุกประเภทคดีอย่างเท่าเทียม ฝ่ายค้านจึงขอปฏิเสธญัตติที่อันตรายนี้” ตัวแทนฝ่ายค้าน กล่าว

จากนั้น ‘ฝ่ายเสนอ’ จึงชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในประเด็นเป็นสิทธิเด็ดขาดนั้น อย่าลืมว่าเราสามารถใช้มาตรการอื่นร่วมได้ ซึ่งพฤติกรรมที่จะใช้ มาตรการอื่นได้นั้น ต้องแสดงออกชัดเจน และจะต้องไม่เป็นที่กังขาต่อประชาชนคนอื่นๆ

เราไม่สามารถเอาโมเดลสหรัฐฯ มาเทียบได้ เพราะรูปแบบการเมืองของเขาไม่เหมือนกับเรา ซึ่งท่านกล่าวถึง กติกา ICCPR โดยยกมาแค่ข้อ 2 แต่ข้อ 9 วรรค 3 ระบุไว้ว่า การคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ไม่ควรเป็นหลักทั่วไป และการปล่อยตัวอาจมีหลักประกันเพื่อให้บุคคลมาศาล

“ฝ่ายเราใช้หลักการนี้เพื่อสนับสนุนแนวคิดที่ว่า ‘เสรีภาพควรเป็นหลัก ส่วนกลางคุมขังก่อนมีคำพิพากษาไม่ควรใช้โดยง่าย’ ส่วนการเสนอให้เป็นสิทธิเด็ดขาดนั้น เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายของฝ่ายเราเอง ซึ่งต้องพิจารณาจากเหตุผลทั้งเรื่อง การควบคุมเสรีภาพ และความสำคัญของการแสดงออกทางการเมือง

ไม่ใช่อ้างว่า หลัก ICCPR บังคับให้ทุกประเทศต้องใช้ระบบเดียวกันกับญัตตินี้ บริบทแต่ละคนไม่เหมือนกัน” ฝ่ายเสนอกล่าว

สำหรับ การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมนี้ ณ ห้องประชุม KSS-801 ชั้น 8 อาคารเกษมศรี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เวลา 08.00-16.30 น.

Back To Top